หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 2









ความมืดในบรรยากาศภายนอก  โรยตัวปกคลุมท้องฟ้ากว้าง  คืนนี้ไม่มีแสงดาวระยิบหรือพระจันทร์สีนวล  นิคคุณทอดสายตาเหม่อมองฟ้าไกล  ด้วยความเหงาที่เกาะกินใจ  อารมณ์เศร้าดื่มด่ำเกิดกับเขาเสมอทุกครั้ง ที่นึกถึงน้องชายต่างมารดาที่รักและผูกพันกันยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน

จางอูยอง  นักเรียนม.ต้นด้วยวัยอายุสิบสี่  ต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร  มัจจุราชพรากวัยที่กำลังสดใสของอูยองหรือด้ง  อังอังหรืออะไรก็แล้วแต่เรียกกันในเฉพาะครอบครัวเท่านั้นไปเมื่อเจ็ดปีก่อน  ตอนนั้นนิคคุณมีอายุเพียงสิบเจ็ดปี

การตายเพราะอุบัติเหตุรถชนน้องชายของนิคคุณดังไปทั่วประเทศ  หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวกันครึกโครม ใช่ว่าน้องชายของเขาจะเป็นคนสำคัญหรือโด่งดังแต่เพราะคนที่ขับรถชนต่างหากที่เป็นคนดัง...อ๊ค  แทคยอน  หนุ่มไฮโซเนื้อหอมไม่แพ้ไปจากพี่น้องของเขา ลูกชายนักธุรกิจซอฟแวร์รายใหญ่ของประเทศเกาหลี

ในตอนนั้นแทคยอนกำลังดังในอาชีพนักร้อง  เขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศ  ดีกรีปริญญาโทบริหาร  ซึ่งเขาเข้าสู่วงการบันเทิงเพราะต้องการหาประสบการณ์  ในขณะที่ดวงกำลังพุ่งและสดใส  เขาก็ต้องพบกับปัญหาคดีความครั้งใหญ่


"อ๊ค  แทคยอน  นักร้องหนุ่มไฮโซ  ซิ่งนรกชนเด็กวัย  14 ดับอนาถ"


หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวอย่างถึงพริกถึงขิง  ผู้สื่อข่าวก็ยุติธรรมพอที่จะให้รายละเอียดในเนื้อข่าวว่า

อ๊ค  แทคยอน ดื่มเหล้าก่อนจะขับรถกลับบ้าน  แต่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน

ข่าวการตายของเด็กวัย 14 ถูกตีแผ่ในหน้าหนังสือพิมพ์กว่าสัปดาห์  จากข่าวพาดหัวก็ถูกลดความสำคัญลงไปเรื่อยๆ  ในที่สุดข่าวนั้นก็เงียบหายไปราวคลื่นกระทบฝั่ง  อ๊ค  แทคยอนถูกทำทัณฑ์บนเพียงสองปี  ให้ไปรายงานตัวกับศาลตามกำหนด  ซึ่งเขาก็ใช้ชีวิตได้เป็นปกติ  ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เพราะเจ้าทุกข์ไม่เอาเรื่อง

"น้องชายทั้งคน  ทำไมพ่อไม่ยอมเอาเรื่องมัน"

นิคคุณจำได้ดีว่าเขาเคยโวยวายใส่พ่อตัวเองเสียงดังลั่นด้วยอารมณ์โทสะ

"เจ้าด้งมันตายไปแล้ว  เอาเรื่องเขาไปก็เท่านั้น  ด้งมันจะฟื้นได้เหรอ"

เอริคพ่อของนิคคุณบอกเสียงเครือ  แม้พ่อของเขาไม่ร้องไห้  แต่หัวใจก็แหลกละเอียดตั้งแต่รู้ว่าลูกชายต่างมารดาจากไปตลอดกาล

"แต่เราก็ควรจะเอาผิดกับมัน...มันต้องชดใช้  เพราะมันทำให้น้องต้องตาย"

นิคคุณยังยืนกราน  แต่กลับถูกพี่มินจุนพี่ชายตักเตือน

"พี่ว่า  อภัยได้ก็อภัยเถอะคุณ  เวรกรรมจะได้สิ้นสุดกันไป  ถือว่าพี่ขอล่ะคุณ"

"ไม่ได้...พี่กับพ่อเห็นแก่เงินสามล้านที่มันโยนให้ใช่มั้ย  ไอ้เงินก้อนนั้นมันมีค่ากว่าชีวิตอูยองอีกเหรอ"

น้ำตาของความแค้นใจที่มีในอกของนิคคุณไหลอาบแก้ม  เอริคถอนใจ  ใช่ว่าเขาเห็นแก่เงิน  ต่อให้คนผิดไม่ให้เงินเขาสักแดงเดียว  เขาก็ไม่คิดจะเอาโทษ...เขาถือว่ามันเป็นเวรกรรม  เป็นเรื่องสุดวิสัย  ไม่มีใครอยากขับรถชนคนอื่นตาย...อภัยได้ก็ควรจะอภัย

"คุณ  ลูกจะว่าพ่อยังงัยก็ได้  แต่สักวันลูกจะเข้าใจ  อภัยให้แก่กันเป็นสิ่งประเสริฐนักนะลูก"

นิคคุณกัดฟันข่มโทสะลง  พ่อของเขาเป็นคนดี  ตั้งแต่พ่อแต่งงานใหม่กับแม่ของอูยอง  แม้มารดาของเขาด่วนจากไป  แต่เอริคก็ไม่เคยทอดทิ้งเขาพ่อของเขาจึงมีจิตใจดี  แต่เวลานี้นิคคุณรู้แล้วว่า  พ่อดีเกินไป

"พี่มินจุนกับพ่ออภัยให้มัน  พ่อไม่เอาเรื่องก็แล้วแต่พ่อ  แต่ผม...ผมไม่มีวันอภัยและยกโทษให้มันแน่นอน"

นิคคุณย้ำเสียงหนักแน่น  แววตาลุกโชนด้วยความแค้นที่แน่นอก  และระยะเวลาที่ผ่านมา  เขาก็กลายเป็นคนเงียบขรึม  ไม่ร่าเริงสนุกสนาน  เอริคตัดสินใจพานิคคุณไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกา  นำเงินสามล้านที่ได้มาไปเปิดร้านอาหารเล็กๆที่นั่น  จนเดี๋ยวนี้กิจการร้านอาหารของเอริคกลายเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไปแล้ว... แต่แม้ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  นิคคุณก็ไม่เคยลืมความแค้นที่ฝังแน่นในอก  มันทำให้เขาต้องเดินทางกลับเกาหลี...เพื่อมาแก้แค้นแทคยอน

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด  ทำให้นิคคุณสะดุ้งออกจากภวังค์ความคิด  รีบเดินไปยังบริเวณที่วางโทรศัพท์

"คุนนี่...น้องรัก  เป็นยังงัยบ้าง  พี่เอง"

เสียงของพี่ชายมินจุน  ทำให้เขายิ้มออกมาได้

"สบายดีพี่มินจุน  แล้วพ่อกับพี่ละ"

"สบายดี  พ่อมาบ่นกับพี่ว่าเป็นห่วงคุณน่ะ... กลับมาที่อเมริกาดีกว่าเถอะ   เงินเดือนที่เกาหลีจะสู้ที่อเมริกาได้ยังงัย  พี่กับพ่อก็ตั้งรกรากอยู่ที่นี่  ทำไมต้องไปอยู่เกาหลีด้วย  กลับมาเถอะ"  ผู้เป็นพี่ชายบ่นมาตามสาย นิคคุณอมยิ้มกับโทรศัพท์ก่อนจะเอ่ย

"เอาเถอะ  ถ้าผมเบื่อเกาหลีเมื่อไหร่จะกลับอเมริกาทันที  ไม่ต้องห่วงผมหรอก  แต่ตอนนี้ผมกำลังสนุกกับงานที่เกาหลีอยู่  ขอลองสู้สักตั้ง"

"แล้วคุณทำงานที่ไหน"

เสียงของพี่ชายเจือหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด   เขาจึงมั่นใจว่าพี่ของเขาคงจะระแคะระคายเรื่องที่เขาเดินทางมาทำงานที่เกาหลี

"บริษัทเล็กๆ แถวบ้านเก่าเราน่ะ"

นิคคุณจำใจโกหก  เพราะรู้ดีว่าถ้าพ่อกับพี่ชายรู้  เขาอาจจะถูกห้ามและเรียกตัวกลับอเมริกาทันที

"แล้วที่ร้านเป็นงัยบ้าง  ลูกค้ายังเยอะเหมือนเดิมมั้ย"

นิคคุณเฉไฉไปเรื่องอื่น  เพราะกลัวถูกจับได้เรื่องที่ทำงาน

"ก็เหมือนเดิม  ยังขายดี  น่าจะกลับมาช่วยพ่อน่ะ"

ไม่วายมินจุนวกเข้าเรื่องเดิมที่นิคคุณไม่สบายใจ  มินจุนกลัวว่านิคคุณกลับเกาหลีครั้งนี้เพื่อแก้แค้น  ถึงนิคคุณจะไม่พูดเรื่องนี้กับเขา  แต่มินจุนก็สังหรณ์ใจชอบกล

"ไม่นานหรอกพี่มินจุน  แต่ตอนนี้เกาหลีจะเที่ยงคืนแล้ว...  ผมง๊วง ง่วง  ราตรีสวัสดิ์พี่  ฝากความคิดถึงพ่อด้วยน่ะ"

"เออ ๆ  ไม่รบกวนแล้ว  ดูแลตัวเองด้วยล่ะ"

"คร้าบบ...คุณพ่อ"

นิคคุณตัดบทไม่อยากเสวนานานแล้ววางสาย  ก่อนที่พี่ชายตัวเองจะถามอะไรไปมากกว่านี้...นิคคุณโกหกคนอื่นได้ทั้งโลก  เพื่อแก้แค้นให้น้องชายสุดที่รัก  แต่กับพ่อบังเกิดเกล้า  เขาไม่อยากทำเลย





ร่างสูงผิวสีเข้มทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง  สมองกำลังครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดกับเรื่องที่ได้รับรายงาน  เขารีบกลับจากต่างประเทศ  หลังจากเสร็จประชุมทันทีเพราะเหตุนี้  เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยังไม่ได้ถูกผลัดเปลี่ยนออกแม้แต่ชิ้นเดียวตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน

ชานซองนั่งกระสับกระส่าย  ตั้งแต่แรกที่ถูกแทคยอนพี่ชายคนรองเรียกตัวเขามาพบที่ห้องทำงานในคฤหาสน์หรูหราของตระกูลอ๊ค  ซีวอนเองก็พลอยอึดอัดไปด้วย  แม้ในตอนแรกเขาจะไม่พอใจที่ชานซองเด้งมินแจคนของเขาไปอยู่แผนกอื่น  และเอานิคคุณมาแทนตำแหน่งหัวหน้าการเงิน  แต่ตอนนี้เขาชอบนิคคุณและมีแผนจะดึงมาเป็นแฟน เพื่อให้นิคคุณดึงเงินจากบริษัทออกมาให้เขา...ได้ทั้งนิคคุณ  ได้ทั้งเงิน  ซีวอนต้องการอย่างนั้น

"พี่แทคมาเหนื่อยๆ  ผมว่าพี่ไปอาน้ำอาบท่า  พักผ่อนสักงีบก่อนไม่ดีเหรอครับ"

ชานซองทำใจดีสู้เสือ  ทั้งๆที่ยังหวั่นๆว่า  จะโดนเล่นงานเรื่องที่รับพนักงานคนใหม่ในตำแหน่งสำคัญโดยพลการ  แทคยอนหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องชายและพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า


"ผมคิดว่าพี่แทคจะพอใจซะอีก  ก็ผมเห็นพี่ซีวอน  ยืมเงินบริษัทไปใช้บ่อยจนน่าเกลียด  เพราะคุณมินแจเป็นคนของพี่ซีวอน  ทำให้ผมจำต้องเปลี่ยนหาคนที่เหมาะสมมาทำแทน"

"ไอ้ชานซอง  แกจะแก้ตัวยังงัยก็ได้มันเรื่องของแก  แต่อย่ามาพาดพิงถึงฉัน"

ซีวอนตวาดน้องชายเสียงเกรี้ยวกราด

"ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า"  ชานซองโต้กลับอย่างไม่หวั่นเกรง  ถึงซีวอนจะดุดัน  ดูน่ากลัว  แต่ชานซองไม่เคยนึกกลัว  ในขณะที่แทคยอนไม่เคยโวยวาย  ไม่เคยใช้กำลัง  หรืออำนาจข่มขู่  แต่ชานซองก็ยังกลัว  ทั้งยำเกรงและเกรงใจ

"เอาล่ะ  ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกัน"

แทคยอนต้องห้ามทัพก่อนเรื่องราวจะใหญ่โต

"เรื่องนี้  ฉันจะตัดสินเองว่าจะเอายังงัย  ตอนนี้ก็ให้นายนิคคุงนิคคุณอะไรนั่นทำหน้าที่หัวหน้าการเงินไปก่อน... ส่วนแก"  

แทคยอนหันมองน้องชาย  แววตาสงบนิ่งไม่บ่งบอก ว่าอยู่ในอารมณ์ใด  ทำให้ชานซองหนาวๆ ร้อนๆ  ไม่รู้ว่าพี่ชายคนรองจะทำอะไรเขา

"ครับ  พี่แทค"  ชานซองรับเสียงอ่อยๆ

"นายยังมีความผิดโทษฐานที่ทำอะไรตามอำเภอใจ  ไม่ปรึกษาพี่  ฉะนั้นการประชุมที่ญี่ปุ่นอาทิตย์หน้า  นายต้องไปแทนฉัน  เป็นการลงโทษที่ชอบทำอะไรเอาแต่ใจ"

ซีวอนแสยะยิ้มเยาะน้องชาย  แต่แล้วก็ชะงักกึก  เมื่อแทคยอนหันมาทางเขาและเอ่ยว่า

"สำหรับพี่  นับจากนี้ต่อไปไม่มีสิทธิ์หยิบยืมเงินบริษัทไปทำธุระส่วนตัวอีกแล้ว  เพราะเสียระบบ"

"เฮ้ย...ว่างัยนะ...นายทำยังงี้ไม่ได้นะ ไอ้แทค"  ซีวอนลุกจากเก้าอี้โวยวายลั่น

"ผมยอมพี่มามากแล้ว  และต่อจากนี้ไป  ผมคงยอมไม่ได้  หากพี่ร้อนเงิน  อาจจะยืมเงินส่วนตัวของผมได้บ้าง  แต่ที่บริษัทจะไม่มีการเบิกจ่ายเงินให้พี่อีกแล้ว"

"แก...ไอ้แทค...แก"

ซีวอนเข่นเขี้ยว  ตาลุกวาว  ก่อนจะผลุนผลันออกจากห้องทำงานของน้องชายคนรองไปด้วยความโมโห ชานซองแอบยิ้มเยาะไล่หลังแต่เมื่อเห็นแววตาดุๆ  ของแทคยอนจ้องอยู่  ชานซองก็หุบยิ้มโดยอัตโนมัติ

"พี่แทคมีอะไรกับผมอีกหรือเปล่าครับ"

ชานซองเตรียมชิ่ง  แทคยอนส่ายหน้าปฏิเสธ  หันมองออกทางหน้าต่างอีกครั้ง

"งั้นผมขอตัวก่อน  พอดีมีนัด"

ชานซองลุกอย่างไม่รอช้า  แล้วออกจากห้องทำงานของแทคยอนพี่ชายคนกลางไปอย่างรวดเร็ว  แทคยอนได้แต่ถอนใจออกมาเบาๆ  ทั้งชานซองและซีวอนไม่เคยญาติดีกันเลยสักครั้ง  พี่น้องแท้ๆ  แต่ไม่มีความรักความเข้าใจให้แก่กัน  ทำให้เขาอดเศร้าอยู่ในใจส่วนลึกไม่ได้  แม้แต่เขาเอง  ก็ได้รับเพียงความเกรงใจจากคนทั้งสอง  สัมพันธ์สายเลือดยิ่งไม่ต้องพูดถึง...เลือดสีเดียวกันแท้ๆ  แต่อยู่ด้วยกันอย่างศัตรู...พี่น้องคนอื่นๆจะเป็นอย่างนี้มั้ยหนอ...อยากรู้จริงๆ




ห้องทำงานในตำแหน่งหัวหน้าการเงินของนิคคุณเป็นห้องเล็กๆ  ที่แยกออกจากพนักการเงิน  แต่จากโต๊ะทำงานภายในห้องแล้ว  นิคคุณสามารถมองผ่านกระจกใสดูการทำงานของลูกน้องทุกคนได้อย่างสบายๆ แต่วันนี้ไม่มีอารมณ์จะสนใจใครเพราะกำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษกับดอกไม้ช่อใหญ่ทั้งสองช่อที่วางตั้งอยู่ก่อนที่เขาจะมาทำงาน  ช่อแรกเป็นของชานซองและช่อที่สองเป็นของซีวอน

ภายนอกนิคคุณทำเป็นยิ้มที่ได้รับดอกไม้แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายก็เถอะ  แต่หน้าตามันบ่งบอกไปทางผู้หญิงซะมากกว่า  เมื่อชานซองและซีวอนโทรมาถามไถ่    นิคคุณทำท่าดีอกใจดีใจที่ได้รับดอกไม้  แต่หากจะถามความจริงว่านิคคุณดีใจเรื่องอะไร  เขาก็ตอบได้ทันที เขาดีใจที่เหยื่อโง่ๆ  สองตัวมาติดเบ็ด

ขณะที่นิคคุณกำลังสนใจมองดอกไม้ด้วยความเพลิดเพลินสะใจ  เสียงทุ้มกังวานก็ดังขึ้น

"ดอกไม้สวยดี  แต่นี่เวลาทำงาน"

นิคคุณสะดุ้งหันไปมองตามเสียง  แล้วเขาก็ตกใจเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า  ก่อนจะเปลี่ยนความตกใจเป็นความเคียดแค้นชิงชัง  นิคคุณกัดริมฝีปากของตนจนเจ็บ  แววตากลมโตลุกโชนคล้ายมีลูกไฟในนั้น  สองมือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว...ในที่สุดเขาก็ได้พบฆาตกรที่ฆ่าน้องชายของเขา  แทคยอน

"คุณทำท่าทางเหมือนโกรธผมมาสักร้อยปี"

น้ำเสียงของแทคยอนไม่ดุ  แต่ก็ไม่บ่งบอกว่าเขาพูดเล่น  มันฟังคล้ายเขาถามมากกว่า  นิคคุณอยากจะกัดลิ้นตัวเองนักที่เผลอแสดงความแค้นออกมา  เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติและออกตัวว่า

"คุณทำผมตกใจ"

"หน้าตาคุณตกใจแปลกๆ"  แทคยอนเอ่ยเนิบนาบ  ฟังคล้ายประชด  แต่ท่าทีของเขาก็ไม่แสดงออกให้เห็น

"แต่  เอ๊ะ...เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า"

แทคยอนพึมพำเหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่ารู้จักนิคคุณมาก่อน  ใบหน้าของคนตรงหน้าทำให้เขาสะดุดใจ นิคคุณใจหายวาบเมื่อได้ยินคำถามจึงแกล้งเฉไฉทันที

"คุณใช้มุขตีสนิทแบบนี้มากี่คนแล้วครับ"

แทคยอนอึ้งไปนิดเมื่อถูกย้อน  เขาเกือบจะโกรธ เพราะไม่เคยคิดอย่างที่คนตรงหน้ากล่าวหา  เขาคุ้นหน้าผู้ชายตรงหน้าจริงๆ  แต่หากทำให้เขาต้องถูกประชดเช่นนี้  แทคยอนก็ไม่คิดจะซักไซ้ต่อ  

"เอาเถอะ  เรื่องไม่เป็นเรื่อง"  เขาตัดบท

"ผมมาพบคุณเพราะอยากรู้หลายเรื่อง"

"ให้คนโทรมาตามก็ได้นี่ครับ  ให้ผมไปพบคุณเองน่าจะดีกว่า  ประธานบริษัทลงทุนมาพบด้วยตัวเองแบบนี้  ผมเกรงใจแย่"

นิคคุณพยายามใช้เสียงอ่อนลง  แม้ความแค้นที่เกาะกินใจมาตลอดเจ็ดปีเต็มๆ  ทำให้เขาไม่อาจพูดจาดีๆกับคนที่ฆ่าน้องชายของเขาได้

"ปกติผมจะเดินดูงานทุกแผนกด้วยตัวเองทุกวัน  จึงไม่คิดว่าการที่ผมเข้ามาคุยกับหัวหน้าการเงินคนใหม่จะเป็นการลงทุนลงแรงอะไร  แต่ในเมื่อคุณบอกว่าเกรงใจ  ก็ดี...งั้นคุณไปพบผมที่ห้องทำงาน  แล้วเอาบัญชีรายรับรายจ่าย  ตั้งแต่วันที่คุณเข้ามาจนถึงวันนี้ไปให้ผมดูด้วย"

ว่าแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานของนิคคุณไป พนักงานทุกคนของแผนกต่างโค้งหัวให้แทคยอนประธานบริษัทกันเป็นสลอน  เขาเพียงพยักเพยิด  และยิ้มให้นิดๆ  แล้วร่างสูงผิวสีเข้มหรือผิวสองสีก็เดินเลี้ยวเข้าลิฟท์ไปด้วยท่าทางสง่างามแฝงอำนาจไว้ในตัว

นิคคุณมองตามแทคยอนจนลับสายตา  ใจของนิคคุณตอนนี้ยังเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น  ทั้งๆที่เขาคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับแทคยอนแล้ว  แต่พอเอาเข้าจริงๆ  นิคคุณกลับทำได้ไม่ดีนัก  เขาทำให้แทคยอนสงสัย  ด้วยการแสดงสีหน้าแค้นชิงชังออกไปอย่างลืมตัว...ยิ่งตอนที่แทคยอนสงสัยว่าเคยพบเขามาก่อน  นิคคุณแทบจะกลั้นใจตาย...เขาสาบานได้ว่าไม่เคยพบกับแทคยอนมาก่อน  

"คนอย่างนาย  ยังจำหน้าคนที่นายฆ่าเขาอย่างเลือดเย็นได้ด้วยเหรอ...ฉันไม่มีวันเชื่อหรอก"

นิคคุณคิดเข่นเขี้ยวในใจ  เขาไม่มีวันเชื่อว่าฆาตกรที่ลอยนวลอยู่เหนือกฏหมายจะจดจำใบหน้าของเหยื่อที่ตนทำร้ายได้...ไม่มีวัน




ⓐⓑⓒⓓⓔⓕⓖⓗⓘⓙⓚⓛⓜⓝⓞⓟⓠⓡⓢⓣⓤⓥⓦⓧⓨⓩ

ความคิดเห็น

  1. มันต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ แทคไม่น่าจะเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบนะ
    มันต้องมีอะไรสักอย่างที่คุณไม่รู้หรือเข้าใจผิดอ่ะ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4