TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part






ปึก


"อุ้ย.. ขอโทษจ้ะ"


"โอ้ย  ตายแล้วเอื้องเป็นอะไรหรือเปล่า"  เอื้องฟ้ารีบก้มช่วยเก็บหนังสือที่ตกหล่นให้กับคนที่เธอชนใส่เมื่อกี้  พอเธอยืนได้แล้วยื่นหนังสือคืนให้ใบหน้าของชายหนุ่มตัวสูงซึ่งหล่อนต้องแหงนมองขึ้นดูถึงกับชะงักในความหล่อเหลาคมคายบุรุษตรงหน้า  หนังสือที่ยื่นให้ชายหนุ่มกระตุกทีหนึ่งทำให้หล่อนต้องดึงสติกลับคืนมา


"ขอ ขอโทษด้วยจ้ะ"


"ไม่เป็นไรครับ"  ชายหนุ่มใหญ่หน้าตอบยิ้มบางก่อนจะค้อมศรีษะเล็กน้อยเป็นการขอตัว


"หืยยย  หล่อมากเลยเอื้องฟ้า"  เอื้องฟ้ายิ้มแล้วเขินอายมองชายหนุ่มที่เดินห่างออกไปตามหลังจนลับสายตา


"หล่อคม สูง ผิวสองสีอีกต่างหาก  ตัวก็บึกบึนเหมือนคนขยันออกกำลังกายเลยเอื้อง  สเปคเธอนี่นา  แล้วดูสิ.. อุ้ยๆ หน้าแดงเป็นตำลึงสุกเลยเพื่อนฉัน  แต่ เอ.. ลูกเต้าเล้าใครกันนาาา..."


เอื้องฟ้าไม่ได้สนใจที่แก้วตาล้อเลียนเพราะยังเหม่อลอยอยู่  และกว่าจะดึงสติกลับมาได้อีกครั้งเพราะตัวของหล่อนถูกเขย่าจนตัวสั่นหัวคลอนไปหมดแล้ว


แต่หนังสือที่เธอเก็บให้เมื่อครู่เธอแอบเห็นว่ามันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการบริหารปกครอง  ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังเล่าเรียนเป็นนักศึกษาอยู่ยังไม่จบหรืออาจใกล้จะจบแล้วก็ได้  แสดงว่าจะต้องเป็นลูกคนใหญ่คนโตที่ไหน  แล้วอีกอย่างหนึ่งเธอเป็นคนกว้างขวางพอรู้จักพวกไฮโซเยอะ  ต้องผ่านมาให้รู้จักบ้างสิ  โรงละครของหล่อนมีคนไฮโซมากพอเข้ามาเยี่ยมชมไม่ขาดสายต้องได้ปะหน้ากันบ้างล่ะ




"เอื้อง"


"...."


"เอื้อง"  เอื้องฟ้าสะดุ้งแล้วหน้าหันควับมองพ่อตนเองเรียก


"จ้ะๆ พ่อ" 


"เป็นอะไร  พ่อเห็นเราเหม่อลอยอยู่นานแล้ว" อำนวยยกมือขึ้นลูบผมยาวสลวยถามลูกสาวผู้น่ารักแสนรักแสนหวงและแสนห่วงนัก 


เห็นเอื้องฟ้านั่งเท้าคางเหม่อมองออกไปหน้าต่างข้างนอกที่มืดๆแล้วยิ้มคนเดียว


"ไม่มีอะไรจ้ะพ่อ"  เธอรีบกลบเกลื่อนพิรุธซ่อนเร้นเอาไว้


"ไปคุมนักแสดงเขาซ้อมบทละครนู้นไป  พ่อจะไปนั่งเขียนบทประพันธ์ต่อ" 


"จ้ะ"  เอื้องฟ้ารีบลุกไปทันที  อำนวยงงกับอาการรุกรี้รุกรนลูกสาวตัวเอง


"พู่ว~ เกือบไปแล้วเรา  เหม่อลอยมากเกินไปจนพ่อสงสัยเลยสินะ  พ่อก็..รู้อะไรทันไปเสียหมด  ถ้าเรามีแฟนจะทำอย่างไรเนี่ย  ว่าแล้ว..หืยย"  เธอบ่นก่อนจะกลับมาฝันหวานต่ออีกรอบ


ผ่านไปเป็นอาทิตย์จน2อาทิตย์เธอไม่ได้เห็นหน้าหรือเจอะเจอผู้ชายในฝันคนนั้นอีกเลย  ทั้งที่ตัวเองพยายามมาวนรอบจุดที่เคยเจอกันครั้งแรกอีกครั้ง...จนหลายร้อยรอบ  เมื่อหมดความหวังที่จะเจอจนต้องเดินคอตกกลับไป


ไม่มีวันไหนเลยภาพผู้ชายผิวสีเข้มนั้นจะออกจากในสมองของตัวเองได้  ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในตอนนั้นก็เถอะ  ภาพใบหน้าหนุ่มเข้มปรากฏเด่นชัดทุกวันในสายตาของเธอ




"กูไม่ไปไม่ได้เหรอว่ะ"


"ไปเป็นเพื่อนกูไง นะน่ะ..กูอยากเจอคุณเอื้อง  เอื้องฟ้าที่น่ารักของบรรเจิด"


ไทไม่อาจต้านทานความหน้าด้านปั่นหน้าของบรรเจิดได้  ล๊อคแขนเขาแล้วเดินควงเข้าไปในโรงละครโดยไม่แคร์สายตาใครคิดจะอย่างไรเข้าไปข้างใน


ซื้อตัวเข้ามาข้างในได้แล้วบรรเจิดก็โก่งคอเหมือนคล้ายสัตว์คอยาวตัวยีราฟมองหาสาวสวยน่ารักคุณเอื้องฟ้าของเขา


มีแต่ไท...ที่นี่แปลกตาสำหรับเขา  คนที่ไม่ได้สนใจดูละคงละครอะไรด้วย  วันๆหนึ่งของตัวเองก็มีแต่ซ้อมมวย ที่วังและตำหนักริมน้ำเท่านั้น  ก็หัวใจของเขาอยู่ที่นั้นมากกว่าจะเป็นที่อื่นหรือที่ไหนๆ


เมื่อไม่เจอหญิงสาวที่อยากพบบรรเจิดก็ลากไทเข้าไปดูละครเวที  ซื้อตั๋วมาแล้วก็ต้องนั่งดู


ไทไม่ชินกับสถานที่บันเทิงเท่าไหร่นัก  แต่พอนั่งดูไปก็เพลินตาดี


หลังม่านเวทีเอื้องฟ้ามายืนข้างเวทีแล้วแอบชำเลืองไปที่ผู้ชมนั่งดู  มีคนมาดูน้อยรู้สึกใจแป๋วเพราะต้องจ่ายค่าตัวนักแสดง  เศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกับเริ่มมีสงครามกำลังจะเกิดขึ้นในบางพระนครด้วย


แต่แล้วสายตาคู่สะดุดไปที่สองหนุ่มหน้าตาดีทั้งคู่  คนหนึ่งเธอรู้จักดีคือบรรเจิดลูกพี่ลูกน้องกับแก้วตาเพื่อนสนิทของหล่อนนั่นเอง  แต่อีกคนนี่สิทำให้เธอสนใจขึ้นมาทันมี  คนที่เธอเอาไปฝันถึงทุกวันทุกคืนนั่นเอง  เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้พบกันอีกแล้วก็ได้พบอีกจริงๆด้วย  ใจของหล่อนเต้นรัวเป็นกลองรีบฉีกยิ้มบาน 


'ทำไมแก้วตาไม่บอกว่าบรรเจิดมีเพื่อนหล่อ  หรือเธอไม่รู้' บ่นในใจแล้วก็คิด


เธอคิดแผนในใจเพื่อจะได้รู้จักชายหนุ่มใหญ่  เพราะคราวนี้ตัวเธอจะไม่พลาดอีกแน่นอน  ต้องรู้จักให้ได้  เอื้องฟ้ารอละครแสดงบนเวทีจนจบแล้วรีบย่องแอบนักแสดงออกไปเพื่อไปสะกดรอยตามชายหนุ่มใหญ่


ไทกับบรรเจิดแยกกันที่หน้าโรงละครแล้วจ้างสามล้อแถวนั้นกลับวังหรเวช  เอื้องฟ้าก็จ้างสามล้อเช่นกันโดยให้เว้นระยะห่าง  ชายหนุ่มจะได้ไม่รู้ว่ามีใครแอบสะกดรอยตามอยู่


สามล้อหยุดที่รั้วหน้าวังใหญ่วังหนึ่ง


"จอดๆ จอดตรงนี้ละจ้ะ"  โชคดีที่เย็นมากแล้วก็มืดคนคันหน้าจึงไม่สังเกตเห็น  "รอแปปนึงนะจ้ะ"


เธอวิ่งตามให้ทันผู้ชายคนนั้นเมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไปแล้ว


"โอ้โห  บ้านใหญ่โต...วังหรเวชกุล  อ้อ..นึกว่าบ้านใคร  ที่แท้วังของหม่อมหลวงนิชคุณนี่เอง  ที่เป็นข่าวลือว่าเป็น..." 'ผู้ชายไม้ป่าเดียวกัน'   เอื้องฟ้าอ่านป้ายชื่อวังตัวหนังสือใหญ่ๆ  แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน  เป็นอะไรกับคนที่นี่ 


"อีหนู! จะให้รออยู่มั้ย" คนสามล้อตะโกนถาม


"เอ่อ  จ้าๆมาแล้วจ้า!" เอื้องฟ้าหันไปตอบ กลับมามองวังใหม่อีกทีแล้วรีบไป  เธอออกมานานแล้วเดี๋ยวคนในโรงละครสงสัยแย่  ไม่ใช่แค่นั้น...พ่อก็ด้วย  เธอเบะปากแล้วเซ็ง




"ไปไหนมา  คนอื่นตามหาให้ขวัก"


"ไปซื้อขนมมาจ้ะพ่อ"  เอื้องฟ้าชูถุงขนมหลายถุงในมือที่หิ้ว


"แล้วทำไมไม่บอกก่อนกันล่วงหน้า" อำนวยดุ


"ขอโทษจ้า"  เธอยิ้มแทนการขอโทษด้วยหน้ามึน  อำนวยเห็นแต่พูดไม่ได้มากความดื้อซนของลูกสาวแล้วถอนใจ


"ธุรกิจฟืดเคืองเหลือเกิน  นี่ไม่รู้ว่าจะมีเงินจ่ายค่าตัวให้นักแสดงพอหรือเปล่า" 


เอื้องฟ้ามุ่ยหน้าเห็นใจพ่ออยู่แต่ทำอะไรไม่ได้  แต่เรื่องวันนี้ที่ออกไปสะกดรอยตามผู้ชายคงให้พ่อรู้เรื่องไม่ได้เด็ดขาด  มีหวังพ่อไม่ไห้ออกจากบ้านแน่


สายของวันต่อมาเอื้องฟ้าแอบมาดักรอชายหนุ่มใกล้รั้ววังเพื่อจะสะกดรอยตามอีกครั้ง 


วันนี้ผู้ชายคนนั้นไปตลาดนัดกับยายแก่ๆคนหนึ่งไปซื้อของช่วยแบกข้าวสาร


"ถ้าไม่ได้แกมาด้วยยายตายแน่เลยไทเอ้ย" ไทแบกกระสอบข้าวขึ้นพาดบ่าอย่างสบายใจขึ้นตัวรถเข็น 


เอื้องฟ้าก็ทำเป็นทีซื้อของอยู่ใกล้ๆแล้วแอบฟังบทสนทนา 


"โธ่ ยาย.. ไม่ต้องเกรงใจฉันเลย  เมื่อไหร่ยายมาอีกเรียกไทอีกก็ได้  หรือเรียกพี่ชานก็ได้"


"เรียกไอ้ชานมารึ  รายนั้นแตะต้องไม่ได้เลยเชียว  ต้องอยู่คอยรับใช้หม่อมหลวงนิชคุณ  เอ็งก็รู้ท่านชายชอบของแปลก" 


พูดถึงหม่อมหลวงนิชคุณแล้วก็ขนลุก  แต่ทีนี้ทำให้เอื้องฟ้ารู้แล้วว่าผู้ชายที่หล่อนสนใจชื่ออะไร  เธอยิ้มแล้วทำแผนขั้นตอนต่อไปโดยการแกล้งทำเป็นเดินชนยายผินทำข้าวของหกร่วงระเนระนาด  เหมือนกับที่เคยชนกับผู้ชายตรงหน้านี้


ปึก


"อุ้ย ขอโทษจ้ะยาย ขอโทษจ้า...ตายแล้ว ฉันนี่ซุ่มซ่ามจริงๆเลย"


"โอ้ยย ตายๆ ของตกระเนระนาดหมดแล้ว" ยายผินร้องโวยวาย  เอื้องฟ้าและไทช่วยเข้าไปรีบเก็บของ  ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มหน้าคมเข้ม


"เอะ คุ้นๆหน้าจัง  เดี๋ยวนะ..ใช้คนที่ฉันเคยเดินชนเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วมั้ยจ้ะ"  เริ่มบทสนนารู้จัก


ไทเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวน่ารักด้วยความงงที่ถูกถาม  ขมวดคิ้วมุ่นใช้ความคิดอยู่ตั้งนานกว่าจะนึกขึ้นได้แล้วคลายปมคิ้ว


"อ้อ  คุณนั่นเอง"  ไทยิ้มรีบเก็บของมากมายลุกขึ้นมาหิ้วในมือพร้อมกับหญิงสาว


"ฉันช่วยนะจ้ะ" 


"เอ่อ  ไม่เป็นไรหรอกคุณ...ผมช่วยยายผินเอง"


"ฟ้าจ้ะ  ฉันชื่อฟ้า" ไทขมวดคิ้วเป็นปมอีกครั้ง "ฉัน  ฉันเป็นลูกพ่อค้าขายข้าวแกงในตลาดนี้แหละจ้ะ  คุณ..มาซื้อของที่นี่บ่อยหรือค่ะ" เอื้องฟ้าโกหกไทเนียนตายแต่ก็เกือบไม่รอด


"ป่าวหรอกครับ  นานๆทีถ้าข้าวสารใกล้หมด  ถ้าไม่เป็นผมก็เป็นพี่ชายผมมาช่วยแบกข้าวสารที่นี่นะครับ"


'โล่งไป~' เธอว่าในใจ


ยายผินสงสัยปฏิกิริยาเอื้องฟ้า  แกมาตลาดบ่อยต้องได้เห็นหน้าคาตาเด็กคนนี้สิ  ยายผินเลยเงียบปากเก็บความสงสัยเอาไว้


สองหนุ่มเดินคุยกัน  เป็นเอื้องฟ้ามากกว่าที่ชวนไทคุยเพื่อต้องการรู้จัก  พอถึงถนนที่จุดจอดสามล้อ


"ฉันช่วยส่งแค่นี้นะจ้ะพี่ไท"  ไทชะงักที่หญิงสาวที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่นาทีจะตีสนิทให้ความสัมพันธ์เร็วเกินไปจนเรียกเขาว่าพี่  ชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไรแล้วหันไปช่วยยายผินเอาของขึ้นรถถีบสามล้อ


คล้อยตามหลังรถสามล้อที่ถีบออกไป  เอื้องฟ้ากลับเข้าไปในตลาดใหม่  ว่าจ้างคนขายข้าวแกงแถวนั้น


"ขอร้องนะจ้ะลุง  รับเล่นเป็นพ่อให้ฉันหน่อยนะจ้ะ"  คนขายลำบากและหนักใจกับการลงทุนของหล่อน  เธอเหมาข้าวแกงหมดร้านแล้วให้เงินมา  แค่เห็นถุงเงินพ่อค้าถึงกับรีบรับคำช่วยเหลือ  เอื้องฟ้าดีใจที่อะไรๆก็ตามแผนไปเสียหมด  จากนั้นก็รอ..


แต่เหมือนว่าความคิดของตัวเองจะดูโง่ไปหน่อย  เธอลืมนึกไปเลย  ไทก็บอกอยู่ไม่ค่อยเข้าตลาด  เอื้องฟ้าเลยเปลี่ยนแผนใหม่ด้วยการไปด้อมๆมองๆที่มหาวิทยาลัยด้านคณะบริหารปกครอง  รอไทออกมา  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีชายหนุ่มที่นี่หรือเปล่า  มหาวิทยาลัยมีเป็นหลายที่แต่เธออุตส่าห์เสี่ยงพ่อแอบมาหวังใจจดใจจ่อ  และเหมือนว่าความหวังของตัวเองจะได้ผลเมื่อบรรเจิดเดินออกมาพร้อมกับไท  เอื้องฟ้ารีบหลบไม่ให้บรรเจิดเห็น 


"ไปก่อนล่ะ"


"ที่วังมึงมีดีอะไรนักหนาว่ะ  ไม่เห็นมึงจะสุงสิงกับเพื่อนๆหรือพวกกูเท่าไหร่"


"เออ  กูต้องซ้อมมวย"


"เออ!  กูรู้มึงคนเก่ง  มึงต่อยที่วัดไหนบอกกูด้วย  กูจะไปกราบมึง"


"ไอ้บ้า  กูยังไม่ตายแช่งกูเดี๋ยวเหอะ  ไปล่ะ" บรรเจิดแหย่เพื่อนไทก็รู้


บรรเจิดแยกกับไท  เป็นเหมาะที่ดีที่หล่อนจะตามหลังชายหนุ่มเข้มไป  ส่วนไทรู้สึกได้ว่าถูกตาม  แต่ไม่ใช่ครั้งเดียวเลยหลบซ่อน


"อ้าว  หายไปไหนแล้วอ่า  หืย"  เอื้องฟ้าตามไม่ทัน


ไทเห็นแล้วแอบย่องมาหยุดอยู่ข้างหลังหญิงสาว  พอเอื้องหันมาก็แทบผงะล้มก้นจ้ำเบ้าแต่โชคดีไทรีบประคองมาไว้ในอ้อมแขนได้ก่อนเธอจะล้มลงไป


"อุ้ย!"  หน้าสองหน้าใกล้ทำให้สบตากัน


"คุณฟ้า"  พอรู้เป็นใครชายหนุ่มก็รีบปล่อยตัวหญิงสาวให้ออกห่างจากกัน


"พี่ไท"  เอื้องฟ้าได้อยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่ม  ก็หน้าร้อนผ่าวแดงไปเสียหมด 


"คุณฟ้ามาทำอะไรแถวนี้ครับ"


"ตามคุณค่ะ! อุ้บส์"  ไม่ทันเอามืออุดปากเสียแล้ว  เพราะมัวเขินเลยหลุดพฤติกรรม


"ตามผม"  ไทแปลกใจ  "ตามผมทำไม"  ผู้หญิงอะไรหน้าด้านเดินตามก้นกัน  นี่คงสะกดรอยตามสินะ  "คุณสะกดรอยตามผม  ผมถึงรู้สึกถูกตามนี่เอง  คุณทำเพราะอะไร" เขาไม่ชอบใจที่เธอตามก้นผู้ชายต้อยๆเหมือนคนไม่มีงานทำ  ไทเดินหนี 


เอื้องฟ้าจะตอบอย่างไรได้ล่ะ  นอกจาก...


"ฉันชอบพี่ไทจ้ะ!"  เธอตอบออกไปแล้ว  ไทหยุดเท้าชะงักกึกทันที  แล้วค่อยมาเผชิญกับเอื้องฟ้า


"คุณชอบผม" เขาถามแปลกใจ 


เอื้องฟ้าอยากจะตีปากตัวเองนัก  บอกชอบผู้ชายโถงๆในที่สาธารณะ 


"ฟ้า  ฟ้าชอบพี่ไทแต่แรกเห็นแล้วค่ะ  พี่ไทอย่าดุฉันเลยนะ"


มีผู้หญิงเข้ามาพัวพันตั้งมากมายในมหาลัย  แล้วนี่มาเจอข้างนอกอีกทำให้เขารำคาญใจและรอา  เขาเดินหนี 


ดูเอื้องฟ้าจะถูกชายหนุ่มปฏิเสธทำให้เสียใจเกือบร้องไห้  แล้วจู่ๆ โรคหอบหืดก็กำเริบหายใจแรง  ไทได้ยินเสียงแปลกๆจากหญิงสาวเลยหันไปดูเห็นเธอหืดหอบรีบรุดเข้าไปดู


"คุณฟ้า  เป็นอะไรไปครับ" 


"ฟ้า  เป็น..โรค หอบ ยา..ยา ในกระเป๋าฟ้า" เอื้องฟ้าชี้ไปที่กระเป๋าสะพายไหล่คล้องของหล่อนที่ตกหล่นพื้น  ไทรีบเข้าไปเอาให้แล้วถือโอกาสรื้อค้นกระเป๋า 


เอื้องฟ้ารีบเอาเครื่องสูบหอบมาเข้าปากอัดฉีดใส่  สักพักอาการหอบค่อยๆ ผ่อนลงจนกลายเป็นปกติ  ไทเห็นดีขึ้นก็ช่วยพยุงตัวเธอขึ้นยืน


"ไหวมั้ยครับ" เอื้องฟ้าพยักหน้าหน่อยๆ


"ค่ะ ดีขึ้นนิดหน่อยแล้วค่ะ" เธอขืนตัวจะเดินเอง


"คุณเป็นหอบ" ไทถาม  เอื้องมองหน้าชายหนุ่มแล้วพยักหน้ารับตอบ


"ค่ะ  ฟ้าเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่เด็ก  ถ้าฟ้าเจออะไรที่ไม่ถูกใจตัวเองอาการจะกำเริบ"


'ได้เรื่องแล้วมั้ยล่ะไอ้ไทเอ้ย  มีผู้หญิงมาชอบแต่ดันเป็นโรคหอบหืด  โดนปฏิเสธแล้วอาการทรุดซะนี่  แล้วจะทำอย่างไรทีนี้' เขาว่าในใจ


ไทถือโอกาสไปส่งเอื้องฟ้าที่ตลาดที่ตนไปซื้อของกับยายผิน  เอื้องก็เกือบลืมสนิทไปเดินไปที่แผงข้าวแกงลุงพ่อค้าที่เคยคุยกันไว้  เธอขยิบตาให้พ่อค้าเริ่มทำแผน


"นังฟ้า เป็นอะไรมาลูก"


"ก็โรคหอบกำเริบสิจ้ะพ่อ  ดีที่พี่ไทช่วยฉันไว้" เธอแสร้งทำเสียงคนป่วย


"พ่อบอกแล้วให้ระวัง"


"เอ่อ นั่นสิ..เที่ยงแล้วพี่ไทกินอะไรมาหรือยังจ้ะ  ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย" เอื้องฟ้าถาม


"ไม่ได้กินข้าว  เพราะมัวเดินตามก้นผู้ชายน่ะสิ" เขาดุแต่ไม่ได้จริงจัง


"แฮร่  นึกว่าลืมแล้วเสียอีก"


"นังฟ้า  นี่..ไปเดินตามผู้ชายอย่างนั้นรึ" พ่อค้าที่แกล้งสวมบททำเป็นพ่อได้ยินก็ดุเนียนตามเรื่อง


"พ่อก็  ฉันขอโทษ" แกล้งทำหน้าเสียใจ 


ไทมองหน้าสองพ่อลูกโทษเถียงกันก็ขำในสองคน  ก็ดีไปอย่างที่เอื้องฟ้ายังเป็นหญิงสาวน่ารักดูใสซื่อจริง  ไม่เหมือนดาเรศดาวมหาลัยที่ยั่วยวนชวนให้ผู้ชายหลงเสน่ห์ไปทั่ว  ต่างกับเอื้องฟ้าที่เมื่อชั่วโมงก่อนโป่งประกาศชอบตัวเองในสาธารณะชน 


สองคนทานข้าวเที่ยงกันเสร็จต่างคนต่างแยกย้าย


"ทำดีมากเลยจ้ะลุง  พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่"  เธอให้ค่าจ้างแล้วก็กลับ


วันนี้มีความสุขมากได้ทำให้เธอได้อยู่กับผู้ชายที่ตัวเองชอบ


กลับมาก็เจอสายตาพิฆาตจากพ่ออำนวยของตัวเอง


"เอ็งไปไหนมา"


"อุ้ย  พ่อ"


"พ่อถามไปไหนมา  รู้มั้ยฉันเป็นห่วงแก  กลัวไปหอบหืดเป็นลมเป็นแล้ง"  ที่แท้ก็ห่วง  เอื้องฟ้ารีบเข้าไปประจบสอพอ


"โธ่ พ่อจ้า.. ฉันอยากไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาคนเดียวบ้างอ่า"


"ไม่ต้องมาพูดดี  ฉันกำลังโมโหแกอยู่"


"โธ่ พ่ออ่ะ"  เธอยิ้มให้ความเอ็นดูพ่อตัวเอง



ไทคิดหนักไม่มีวันไหนที่ตัวเองจะหยุดรักท่านชายได้เลย  เฝ้าห้ามใจตัวเองอยู่ทุกวัน  จนขนาดไม่อยากนอนห้องเดียวกับพี่ชาน  นอนตะแคงหันข้างเห็นหน้าพี่ชายแล้วอยากเขย่าตัวชายหนุ่มยักษ์  คิดได้อย่างไรจะโยนหม่อมชายให้เขา  ท่านไม่ใช่ผักหรือปลานะ 


ช่วงนี้ท่านชายเรียกเขาให้ไปอ่านหนังสือให้ฟัง  ตัวเองต้องสะกดใจตัวเองมากแค่ไหนกับการได้ใกล้ชิดกัน  เขาห่วงความระยะของตัวเองกลัวจะห้ามใจไม่ไหว


นึกถึงสาวน้อยหน้าใสที่วันนี้มาดักรอพบเขา 


'ฉันชอบพี่ไทจ้ะ' ผู้หญิงอะไรประเจิดประเจ่อไม่อายปากตัวเอง


'คุณฟ้าชอบเรา  ดูอย่างวันนี้เถิดเหมือนออกเดทกินข้าวตอนเที่ยง'


หืออ.. คิดแล้วก็ขันท่าทีเขอะๆบ๋องๆของหล่อน



วันต่อๆมา  เอื้องฟ้าจะแอบมาหาชายหนุ่มอ้างพ่อโน้นนี้จนอำนวยยอมตาม  มีบ้างหยุดเดินตามไทเพื่อไม่ให้สงสัย 


เธอไปดักรอไทที่มหาวิทยาลัยโดยไม่ให้บรรเจิดเห็นแล้วไปทานข้าวเที่ยงกับชายหนุ่มในตลาดที่เคยเจอกัน  เดินตามก้นชายหนุ่มใหญ่เพื่อไม่ให้คนที่ตัวเองชอบอึดอัดมากจนเกินไป


"มาสิ"  เมื่อไทยินดีให้เธอตีเสมอยอมให้เดินเคียงข้างไปด้วยคนก็ดีใจ  ทำแบบนี้อย่างทุกวันจนตัวเขาใจอ่อนกับมารยาทดีของฟ้า 


ฟ้าทำดีกับตัวเองทุกวัน  ทำตัวน่ารักไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น  เข้ามายั่วยวนใช้เรือนร่างเข้าแลกเพื่อต้องการที่จะนอนมีอะไรกับเขาแต่ถูกปฏิเสธไปทุกครั้ง  เมื่ออยู่กับฟ้าเขาจึงสบายใจกว่า


หรือว่าเขาควรจะให้โอกาสตัวเองบ้างคบกับผู้หญิงคนนี้ก็ไม่เสียหายอะไร  ถือซะบ้างว่าอยู่ให้ห่างจากท่านชายนิดไว้ดีที่สุดจะได้ไม่อึดอัดใจตัวเอง


"ฟ้า"


"หือ  จ้ะพี่ไท"  วันนี้เขาสองคนถือโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศทานข้าวที่อื่น


"ที่เราเคยบอกชอบพี่"  เขาชั่งใจอยู่นิด


"ใช่  ทำไมจ้ะ"


"ถ้าพี่ จะตกลงคบกับฟ้าตอนนี้"  เขาพูดออกไปแล้ว


"จริงหรือจ้ะ! อุ้ย" ฟ้าตะลึงอุทานเสียงดังแล้วมองคนรอบข้าง   ไทขอตนคบหาดู  เป็นโอกาสทองเหลือเกิน  เธอรอวันนี้มานานเกือบสามเดือนแล้ว  "ฟ้าดีใจที่สุดเลย"  เธอยิ้มบานพร้อมกับรอยยิ้มบนตาของหล่อน  ชายหนุ่มก็ยิ้มตามกับความใสซื่อหญิงสาว


'มันอาจจะลืมไปได้บ้าง  ไม่มากก็น้อย'





"ไปละเว้ย  เจอกันไอ้เจิด"


"มึงรีบไปมีนัดกับสาวเหรอ"  บรรเจิดล้อเลียนไท  ชายหนุ่มไม่ตอบแต่ใช้ปากบางกระจับตัวเองยิ้มแทนคำตอบ


"เฮ้ย  จริงดิ.. นี่มึงมีผู้สาวของมึงแล้วเหรอ  ดีแล้วละว่ะ  ดาเรศจะได้เลิกยุ่งกับมึง  ว่าแต่สาวสวยคนนั้นเป็นใครว่ะบอกหน่อยดิ"


"ไม่บอกเว้ย  ไปล่ะ"  ไทโปกมือลาเพื่อนที่คณะ 


ส่วนเอื้องฟ้ายังคงมายืนรอไทที่เดิมคือหน้ามหาลัยคณะบริหารปกครอง 


"เอื้องฟ้า!"  คนที่ถูกขานเรียกชื่อก็หันตามเสียงเรียกเจอแก้วตาก็ตาโต


"เฮือก..แก้วตา  ตายแล้วทำยังไงดีเนี่ย  ถ้ารู้.."


"ฟ้า  ป่ะไปกัน"  'ซวยแล้ว'  เอื้องฟ้าหลับตารับชะตากรรม  อีกคนหนึ่งเพื่อน อีกคนนึงก็..แฟน


"ฟ้า/ฟ้า" สองหนุ่มสาวเรียกชื่อพร้อมกันก่อนจะแปลกใจใส่กัน


"ฮิฮิฮิฮิฮิ  เอ่อ..คือ  พี่ไทจ้ะ..เพื่อนฟ้าเองชื่อแก้วตาจ้ะ" เอื้องฟ้ารีบจับเพื่อนมายืนอยู่ข้างตัวเองแล้วแอบหยิกแขนแก้วตาส่งสะกิดอะไรบ้างอย่างไป  ส่วนแก้วตาก็ไม่เข้าใจเพื่อนสาวที่น่ารักของตัวเอง


"เอ่อ  สวัสดีจ้ะ" แก้วตายกมือไหว้ไท ไทก็รับไหว้ตอบกลับคืน 


แก้วตานึกได้ว่าเคยเจอชายหนุ่มที่ไหนมาก่อนแล้วก็นึกคิด  และถึงจะนึกออกได้ว่านี่คือผู้ชายที่เอื้องฟ้าแอบชอบมองเพื่อนตัวดีแล้วถึงเข้าใจ


เอื้องฟ้า ไทและแก้วตาไปทานข้าวกัน  แลกเปลี่ยนเรื่องคุยกันมากมาย  มีหลายครั้งที่แก้วตาเกือบหลุดปากว่าเอื้องฟ้าเป็นใครทำอะไรที่ไหน  จนหญิงสาวรีบหยิกสีข้างไม่ทัน


"เรานั่งกันนานแล้ว  ฟ้าว่าพวกเรากลับกันเถอะจ้ะ  พี่ไทจะได้มีเวลาเป็นของตัวเอง" เห็นด้วยกับฟ้า ไทพยักหน้าเล็กน้อยแล้วถึงจะแยกกันตรงนั้น


แก้วตาดึงเพื่อนตัวเองมาถามไถ่ฟ้าก็ยอมเล่าทุกเรื่อง  รวมถึงโกหกไปว่าเป็นลูกสาวพ่อค้าขายข้าวแกง  แก้วตาหนักใจที่ฟ้าไม่น่าไปโกหกชายหนุ่มเช่นนั้น  แล้วเอื้องฟ้าก็ขอร้องให้แก้วตาช่วยเล่นละครไปกับหล่อนและเรื่องบรรเจิดที่ตามจีบเธอก็ให้ช่วยกันออกไปให้ที เธอไม่รู้จะทำอย่างไรพลอยตกกะไดไปด้วยทีนี้ 


เหมือนว่าจะราบรื่น





คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงท้องฟ้านภาแข็งกันให้ดาวหลายทั้งดวงระยิบระยับเต็มไปหมด  แต่กับใจของใครอีกคนที่แห้งเหี่ยวไร้กำลังใจจากใครอีกคนบนตึกตรงหน้าตนเองนี้  แค่เอี่ยวหน้าหันไปมองไฟบนตึกขาวยังเปิดอยู่  ท่านชายคงกำลังมีความสุข


ตู้ม!


เสียงน้ำแตกกระเซ็นยื่นหน้าออกไปดูเล็กน้อย  เมื่อคนที่โผล่หัวขึ้นจากผิวน้ำจึงได้รู้ว่าเป็นพี่ชายของเขาเอง


'ทำไมไม่อาบน้ำที่บนตึก  ที่เรือนบ่าวก็ได้' เขาพูดในใจแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก


จนกระทั่งเมื่อพี่ชานขึ้นมาจากท่าน้ำแล้วได้เห็นท่านหญิงสร้อยดาว  ทั้งคู่ไม่ได้รู้ตัวว่ามีเขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเพราะมีต้นไม้รั้วเตี้ยบังถึงหัวอยู่


หมับ


ปากของเขาถูกใครไม่รู้จากด้านหลังปิดปากเอาไว้  เอามือคลายมือของใครอีกคนออก  หันหน้าไปมองก็ตกใจตะลึงตาโต 


'หัวขาดแน่ๆ' ใจของไทเต้นรัว


"ฟ้า  มาได้ยังไงแล้วเข้ามายังไง" เขากระซิบถามแล้วหันรีหันขวางดึงฟ้าให้มาอยู่ใกล้ชิดมากที่สุดเพื่อที่คนอื่นจะได้ไม่เห็น  กดเธอให้นอนราบลงกับพื้นหญ้าแล้วตัวเขานอนทาบทับลงไป  หน้าก็มองไปที่อีกสองคนที่ท่าน้ำ  รอให้พวกนั้นเดินห่างไป


ความใกล้ชิดกันเกินเหตุขนาด  ไทอยู่ในเสื้อกล้ามเปิดกว้างอวดหุ่นเนื้อกล้ามช่วงบน  และช่วงล่างโจงกระเบนขาสั้นเผยน่องบน  และอะไรบางอย่างแข็งตัว  ฟ้าตัวแข็งเกินจนไม่อาจขยับเขยื้อนที่ได้แต่ใจของหล่อนเต้นรัวนาบเป็นหน้ากลอง  ในระยะเผ่าขนเช่นนี้ไทรู้สึกตัวขึ้นมาก้มมองหน้าหญิงสาว  ใบหน้าชิดกันจนปลายจมูกชนกันสายตาสบกันอีกด้วย


หัวใจทั้งสองดวงเต้นแรงไม่เป็นส่ำ  ไทมองริมฝีปากอิ่มเต้งตึงชวนให้ตัวเองก้มลงจุมพิต


กล้ามเนื้อแน่นที่อวดเนื้อหนังมังสา  อดไม่ได้เช่นกันที่หญิงสาวยกมือขึ้นมาลูบไล้  กลิ่นสาปเหงื่อไคลจากชายหนุ่มคนรักที่ยังไม่ได้อาบน้ำหลังจากเหนื่อยซ้อมมวยมา  เธอแอบเห็นแล้วเมื่อแอบตามชายหนุ่มมาเข้าทางด้านหลังวัง  อยากรู้ความเป็นไปของคนรัก  อยากมาหาก็มาไม่ได้เลยต้องแอบ 


แล้วตอนนี้จะเป็นไรมั้ยถ้าจะขอมอบกายและชีวิตให้คนตรงหน้านำพาไป  ไปไหนก็ได้ที่มีชายหนุ่มอยู่


"อ๊ะ"


"ฟ้า นี่ฟ้า..ยังบริสุทธิ์อยู่" เขาพรากพรมย์พจารีย์


"ไม่  อย่าหยุด...ฟ้าทนได้  พี่ไทฉันรักพี่นะ  ฉันรักพี่มาก..พี่เป็นบ่าวเป็นทาส ฉันไม่เคยรังเกียจพี่เลย  ได้โปรด..รับรักฉันเถอะนะ"  เอื้องฟ้ารั้งคอหนาเอาไว้กลัวคนรักจะถอนตัวออกไปใช้สายตาอ้อนวอน


เห็นฟ้าบริสุทธิ์ใจยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเขาก็ไม่ล่าช้า


"อึก ฮื่อ!"




ความรักเบ่งบานแน่นอนแต่ใครอีกคนกลับเหี่ยวเฉา 


เอื้องฟ้าเป็นสุขล้นเมื่อตัวเองได้เป็นของไทอย่างเต็มตัว 


"ยายๆ แย่แล้วๆ ท่านชายนิดแย่แล้ว" อบเชยวิ่งลนลานเข้ามาในครัวมีไทอยู่ช่วยเหลือ  รายนั้นได้ยินชื่อท่านชายถึงกับวางของลง 


"โอยยย..นังอบเชย จะแหกปากอะไรของเอ็ง" ยายผินโวยวายใส่


"ท่านชายนิดกับหม่อมสร้อยทะเลาะกัน  นี่..หม่อมสร้อยถึงกับตบหน้าท่านชายหน้าหันเลยจ้ะยาย"


"อะไรนะ/อะไรนะ" ยายผินกับไทอุทานพร้อมกันแล้วจะนึกได้  ว่าไอ้ไทก็มีใจให้ท่านชายไม่น้อยไปกว่าไอ้บ่าวชาน  แต่ความสนุกปากเลยเล่าต่อออกมา


"ฉันได้ยินเสียงดังมาจากข้างบนเลยตามขึ้นไปดู  หน้าท่านชายแดงแปร๊ด  รอยตบฝ่ามือหม่อมสร้อยดาว.. เต็มๆเลยจ้ะยาย"


"โอ้ยตายแล้วพ่อทูลหัวของบ่าว"  ยายผินถึงกับมือทาบอก  ต่างจากไทที่นิ่งเงียบงันไปแต่มือของเขาทำงานต่อฉีกเปลือกลูกมะพร้าวในมือ   สมองของเขาตอนนี้เริ่มสับสน 


"หม่อมสร้อยดาว  สาปแช่งท่านชาย"


"อกอีแป้นจะแตก  มันเรื่องอะไรกันว่ะ"


"คือ ไอ้ชานกับท่านหญิงสร้อยดาว" อบเชยประกบนิ้วชี้คู่กันสื่อความหมายให้ยายผินเข้าใจ


"ตายๆ ตายแล้วๆ พระเจ้าช่วย" อบเชยไม่กล้าพูดแต่พยักหน้ารับแทนแล้วถึงจะบุ้ยหน้าให้ยายผินมองไท  ตอนนี้สภาพจิตใจชายหนุ่มเป็นเช่นไร


"เอ็งห่างออกมาดีแล้วไทเอ้ย  ยายรู้เอ็งคิดอย่างไรกับหม่อมนิดท่าน  น่าสงสารและใจหายอยู่" ยายผินปลอบใจลูบแขนสีแทนนั้น


อดเป็นห่วงไม่ได้  เขาอุตส่าห์อยู่ให้ห่างแล้วนะ  แต่นี่มีเรื่องเกิดขึ้น


ไทแอบไปด้อมๆมองๆ แต่ไม่เห็นเงาของคนที่แอบรักคงเก็บตัวบนห้อง 


แล้วตัวการของเรื่องก็หายไปเลยหลังจากที่คุยกันในเช้ามืดวันที่พี่ชายหายไปทั้งคืน  สองคนนั้นหายไปด้วยกัน




กลับมาปัจจุบัน


"เรื่องเป็นอย่างนี่แหละเท่าที่แม่ทราบที่ทวดไทเล่าให้ฟัง"  มารดาของแทคยอนเล่าให้ฟัง 


ชายหนุ่มเอื้อมรูปของทวดไทรูปเก่ารูปเดี่ยวในรูปชุดสูทขึ้นดู   รูปมากมายก่ายกองในตระกูล   แต่รูปนี้เด่นชัดมาก  สูทสีเข้มออกดำเหมาะสมกับท่านมาก


แทคยอนมองหน้าหม่อมหลวงนิชคุณ  ท่านยืนฟังเรื่องราวมาตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง


เขารู้แล้ว  ทวดไทรักถึงสองคน  แต่รักคนละแบบ  ทวดเอื้องเป็นผู้หญิงที่น่ารักแก่นแก้วนี่เอง


"พ่อของทวดเอื้องรู้เข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่ทำไม่ได้  เลยรีบจับท่านสองคนแต่งงานกัน  พอเห็นความขยันทำงานลูกเขยหมดอคติทันทีเลย  หึหึหึหึหึ"  มารดาของหัวเราะ  พลอยทำแทคยอนยิ้มไปด้วย  "จะว่าไปแทคเหมือนทวดไทมากเลย  ถอดแบบมาเดียวกันเลย  แม้แต่หน้าตาอาชีพ  ถอดเหมือนมาหมดกันเป๊ะ  หืม"  เขาภูมิใจนะ 


อยากบอกแม่เหลือเกิน  ว่าเขาคือทวดไทกลับมาเกิด


แต่ตอนนี้ที่สุดอยากรู้คือ  คนที่หน้าเหมือนหม่อมหลวงนิชคุณ  หรเวชกุล  ที่มีนามว่า  ม.ล. นิชฌาน  กุลณัฐ์วงศ์ไพศาล (ขอยืมชื่อหน่อยนะจ้ะพี่ชายฌาน) นามสกุลนี้เป็นอะไรกับหม่อมหญิงสร้อยดาว  กุลณัฐ์วงศ์ไพศาล  อดีตภรรยาท่านชายนิดกันแน่  เมื่อเขาอ่านบัตรพนักงานที่ห้อยคอ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4