TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 11
แทคยอนค้นประวัติแฟ้ม ม.ล. นิชฌาน กุลณัฐ์วงศ์ไพศาลขึ้นมา แต่แปลก.. ผู้ชายร่างโปร่งคนนี้ไม่ค่อยมีประวัติอะไรเลย
"ไอ้แทค"
"อ้อ มึงมาดีเลย" ชานชนะผลักบานประตูเข้ามาในห้องทำงานประธานบริษัท ทรงผมคนตัวยักษ์เปลี่ยนทรงไปแล้ว
เมื่อวานนี้ที่แฟนคลับกรี๊ดกร๊าดกันหน้าบริษัทของเขาคือมันนี่เองวิ่งมาหาแล้วกอดคอเขา สาวๆเลยกรี้ดลั่นเลย ชานชนะเลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา
"กูจะเริ่มเปิดกล้องแล้ว วางตัวนางเอกได้แล้วแต่ยังไม่แน่ใจ กูอยากให้สมบทบาทมากนะ แต่ว่าคนดูจะรับได้หรือเปล่า"
"ทำไมว่ะ นางเอกหน้าเบี้ยวหรือว่าจมูกหักว่ะ" ชานชนะหนีบเก้าอี้หมุนตรงข้ามโต๊ะทำงานเพื่อนมานั่งแล้วหมุนตัวเล่นไป
"มันไม่ใช่อย่างนั้น นางเอกที่ว่า.. เป็นผู้ชายว่ะ"
ปึก
แทคยอนวางแฟ้มคล้ายเหมือนกับจะโยนลงไปบนโต๊ะฝั่งที่เพื่อนนั่งอยู่ รูปภาพผู้ชายหน้าหวานที่ไร้แว่นตาบดบัง ชานชนะหมุนตัวหยุดมาบรรจบกับภาพที่แทคยอนโยนมาพอดี ชายหนุ่มยักษ์จึงรีบถือแฟ้มภาพขึ้นมาถือดูทันที
"สวยว่ะ" ชานชนะอุทาน
น้านไง ไม่มีผิด .. มันยังคงเจ้าชู้เหมือนชาติที่แล้วไม่มีผิด
"น้อยๆหน่อยมึง..สะกดคำว่าเจ้าชู้ลงสักนิสนึง นี่แหละ..นางเอกที่ว่า" เขาส่ายหัวเอือมระอาความเจ้าชู้ของชานชนะ
"ไม่เห็นจะเป็นไรเลย นี่มันยุค 4.0แล้ว เอาเลยกูเล่นเป็นพระเอกอยู่แล้วกูรับได้ แล้วนี่ชื่ออะไรว่ะ" ชานชนะยังคงสนใจผู้ชายในรูปภาพ "กูอยากเห็นตัวจริงว่ะ"
"เขาเป็นถึงหม่อมราชวงศ์"
"หา"
"กูกำลังหนักใจ คนดูเขาจะคิดยังไงถ้ากูเอาผู้ชายมาลงเล่นเป็นนางเอก ตอนนี้กูอยากหาตัวสำรองไว้ก่อน เอาผู้หญิงเป็นหลักดีที่สุด" แทคยอนเครียด ยังลงบทนางเอกไม่ได้อีกอยู่ดี
"ไอ ดอนท์ แคร์ ไม่เห็นต้องเครียดเลย" ชายหนุ่มละสายตาจากรูปภาพในแฟ้มแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนตัวเองตรงข้าม
"บทไปได้ครึ่งทางแล้ว ที่เหลือกูเสริมบทเข้าไป"
ในอีกด้านมุมหนึ่ง
"ก็ดีสิลูก นิดจะได้เป็นดาราแล้ว"
"แต่ว่านิดไม่กล้าแสดงออกนี่นาแม่" สายใจหรือในอดีตคือเย็นจิตกลับชาติมาเกิด "นิดสายตาสั้นใครจะอยากได้ไปเป็นดาราละ"
"ก็เจ้านายนิดนั้นไง"
"แต่ว่า.."
"นิดดูสภาพแวดล้อมเราด้วยนะลูก เราสองคนแม่ลูกอยู่กันยังไง" นิชฌานเห็นแล้ว บ้านไม้หลังเล็กสองชั้น ไหนจะน้องๆอีกสองคนต้องเรียนหนังสือ
ใครว่าหม่อมหลวงราชวงศ์นิชฌานตระกูลเก่าจะสบายนอนดีกินดี มีใครอยากรู้เรื่องตระกูลกุลณัฐวงศ์ไพศาลบ้างมั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงอยู่ในสภาพเหมือนคนจนเช่นนี้
จู่ๆ คุณอค แทคยอนลูกชายเจ้าของบริษัทเวิร์คพอยท์เข้ามาหาแล้วบอกว่าต้องการนักแสดงอย่างตัวเขาเป็นที่สุด
เอ่อ!??? แล้วให้ตอบว่าอย่างไรดีล่ะ ปฏิเสธไม่ลง เป็นดาราค่าตัวดีนะ ละครดังหนังดังได้ค่าตัวครึ่งนึงของหนังเรื่องนึงเลยละ ไม่ดีเหรอฌาน...จะได้พ้นสภาพกัดก้อนเกลือกินบ้าง ลำพังเป็นสต๊าฟอย่างเดียวไม่พอหรอกนะ
"ฉันมองเห็นความสวยในตัวนายนะ"
"ความสวยในตัวผมเหรอครับ" ตอนนั้นสีหน้าตัวเองเหรอหรามาก
"ใช่.. สายตาสั้นนายไม่ต้องห่วงหรอก"
"แล้ว..คุณแทคจะให้ผมรับบทเป็นตัวประกอบใช่มั้ยครับ" ก็ยังดีกว่าเล่นบทเป็นคนพิการแล้วกัน
"นายเอก"
"อะไรนะครับ นายเอก..เฮ้ย คุณแทค! ผมไม่ได้เป็น.. " อะไรนะ..จะให้เราเล่นเป็นเก้งเป็นกว้างหรอกเหรอ
นิชฌานอ้าปากหวอพูดไม่ออก
"เดี๋ยวสิหม่อม"
"อุ้ย คุณแทคครับ..ไม่ต้องเรียกผมว่าหม่อมหรอกครับ ในบ้านผมไม่มีใครเรียกหรอกครับ บ้านผมคนจน เรียกหมงเรียกหม่อมผมกลัวคนจะนินทา"
"อะไรกัน เธอมียศฐาบรรดาศักดิ์ผู้ดีตระกูลเก่าแก่เลยนะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ" จู่ๆ คุณแทคยอนก็สนใจตระกูลของเราขึ้นมาแหะ แปลก..
"คือว่า.. บทที่เธอจะได้รับดันเป็นบทหม่อมหลวงราชวงศ์พอดี"
"อะไรนะครับ" น่าสนแหะ
"ฉันเขียนบทประพันธ์ขึ้นมาเอง แล้วตัวละครตัวนี้สำคัญมากและชื่อของเธอมันดัน.... ไปคล้ายชื่อตัวละครของฉันที่เขียนเอาไว้เข้าคือ... นิชคุณ หรเวชกุลน่ะ" โห คล้ายกันจริงแหะ แต่..ทำไมมัน คุ้นๆชื่อนี้จัง
"แต่ว่า ผมแสดงออกไม่เก่ง" นิชฌานถ่อมตัวอยู่ดี เขารับปากคุณแทคยอนออกไปไม่ได้แต่บอกว่าตัวเขาจะติดต่อไปเอง
บทเป็นคุณชายซะด้วยต้องแต่งตัวเนี้ยบ
"เธอควรรับปากนะ" นิชฌานหันมองตามเสียงคนพูด
"เฮ้ย ผีหลอก! ช่วยด้วย" คนตัวบางตกใจจนตาโตถอยถลาไปข้างหลัง
หม่อมหลวงนิชคุณตามนิชฌานมาจากที่ทำงานจนถึงบ้านของคนที่หน้าเหมือนตัวเอง
"ไม่มีคนอยู่ในบ้านดอก" หือ? นิชฌานขมวดคิ้วแปลกใจ ผีอะไรว่ะ.. หน้าตาเหมือนเราจัง แล้วรู้ได้ไงไม่มีใครอยู่ในบ้าน
ดูเหมือนหม่อมหลวงนิชคุณจะเดาใจคนหน้าเหมือนกัน เขากระตุกยิ้ม
"เราคือหม่อมหลวงราชวงศ์ชายนิชคุณ หรเวชกุล หรือจะเรียกฉันหม่อมนิดก็ได้นะ"
"ทำไมคุณชื่อเหมือนผมละ" จากความกลัวเมื่อกี้หายไปเหลือแต่ความสนใจแทนที่
"นั่นนะสิ ทำไมเราสองคนชื่อถึงคล้ายกันอันนี้เราก็แปลกใจ"
นิชฌานค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหาหม่อมนิชคุณ ลองเอามือเข้าไปสัมผัสตัวอีกคนก็เห็นว่ามันทะลุตัวได้ จึงมั่นใจว่านี่คือผีจริงๆ
"หึ้ย!" แล้วถลาถอยกลับไปใหม่ หม่อมนิดก็ขำ ก่อนจะพูดหรือเป็นอะไรมากกว่านี้ก็มองรอบตัวบ้าน ฝาผนังบ้านมีรูปคนในตระกูลเก่าแก่แขวนอยู่ไม่มากและไม่น้อย
"เธอเป็นอะไรกับหม่อมหญิงสร้อยดาว กุลณัชวงศ์ไพศาลหรือ" หม่อมนิชคุณถามแต่สายตายังจับจ้องดูรูปภาพไปเรื่อยๆ
นิชฌานขมวดคิ้วครุ่นคิด บรรพบุรุษตัวเองมีเป็นเยอะนึกไม่ออกหรอก แต่คลับคลายคลับคลาเหมือนแม่เล่าให้ฟังอยู่ครั้งนึงว่าท่านเป็นยายทวดของตัวเอง
"เธอเป็นทวดของเธอหรือเปล่า"
"คุณรู้ได้ไงอ่ะ อ่านใจผมเหรอ" ว้าว เดาใจผมออกได้อ่า
"แล้วใช้รึเปล่า" หม่อมนิชคุณหันตัวมายิ้มแล้วถาม
"น่าจะ..ใช่ ใช่มั้งครับ" นิชฌานตอบแต่ก็งงอยู่ดี
"ถ้าเทียบกับตอนนี้ฉันก็น่าเป็นรุ่นทวดของเธอได้เหมือนกัน แล้วฉัน...ก็รู้จักทวดของเธอด้วย หม่อมหญิงสร้อยดาว กุลณัฐวงศ์ไพศาล"
"ว้าว นี่เรื่องจริงหรือครับ" นิชฌานตาโตอย่างไม่อยากเชื่อ เขาหายกลัวผีเป็นปลิดทิ้ง
"จริงสิ ทวดของเธอ..คืออดีตภรรยาเก่าของฉันเอง"
"หา!" นิชฌานตาโตเท่าไข่ห่าน หม่อมนิชคุณชี้นิ้วไปรูปภาพหนึ่งแขวนอยู่ข้างบนสุดบนฝาผนัง นิดชายหนุ่มคนธรรมดามองตามนิ้วเรียวขึ้นไปข้างบน รูปยายทวดของเขาคือการยืนยันตัวตนของอีกฝ่าย "เป็นเรื่องจริงเหรอครับ"
"จริงสิ ดูเหมือนว่าเรามีบุญวาสนาต่อกันนะว่ามั้ย.. นิด"
สองหนุ่มที่ชื่อเหมือนกันยิ้มให้กัน
บริษัท เวิรค์พ้อยท์
"ตกลงผมรับเล่นบทหม่อมหลวงนิชคุณครับ" นิชฌานเข้าไปหาแทคยอนที่ห้องทำงานของประธานบริษัท พร้อมกับรูปภาพบรรพบุรุษของตัวเองวางลงกับโต๊ะทำงานชายหนุ่มใหญ่
แทคยอนมองรูปภาพนั้นงงไม่เข้าใจว่าคนหน้าหวานที่มีกรอบแว่นตาบนหน้ามาให้เขาดูทำไม
"ทวดของผมเองครับ หม่อมหญิงสร้อยดาวที่คุณแทคยอนพูดถึง"
แทคยอนได้ยินชื่อหม่อมหญิงสร้อยดาวถึงกับรีบจับรูปภาพเก่ากึกนั้นขึ้นมาดู ท่านอยู่ในชุดราตรีโมเดิร์นสายของคนตะวันตกแล้วมีหมวกปีกที่คนรุ่นก่อนสวมใส่ ท่านเป็นผู้หญิงที่ทรงเสน่ห์แรงไม่เบา เหมือนคนในฝันเขามาก
"หม่อมหญิงสร้อยดาว" เขาพูดเหมือนรำพึงแล้วถึงจะเงยหน้าขึ้นมองคนยืนพูดตรงข้ามตนเอง "ฉันคิดว่าเราสองคนมีบุญมีกรรมให้มาพบกัน"
"ทำไมครับ" นั่นน่ะสิ แปลกใจจัง หมายความว่าไง
"เพราะเธอคือตัวแทนของฉันน่ะสิ"
"หม่อม/ทวด" นิชฌานอุทานเสียงพร้อมกันกับแทคยอน เมื่อหม่อมหลวงนิชคุณปรากฏกายเข้ามา ทั้งสองคนแปลกใจกันเองที่ต่างคนก็เห็นวิญญาณของเขาได้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น