TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 9
เอื้อง
เอื้อง!
ย่าทวดเอื้อง!
แทคยอนตื่นจากความฝัน เอื้องคนที่เขาฝันถึงคือคนรักของทวดปู่ไทนี่เอง ย่าทวดเอื้องและคุณทวดไทเป็นบรรพบุรุษของตน
แล้ว....
เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น หลังจากที่ปู่ทวดของเขา หรือ...ตัวเขาเองในอดีตชาติก่อน
มันเป็นวันนั้น วันที่ทวดไทนำผู้หญิงเข้ามาในวังถึงตำหนักริมน้ำนั่น
"ปัดโธ่เอ้ยยย...ความรักของท่านชายกำลังไปได้สวยอยู่แล้วเชียว แต่กลับพับลงไม่เป็นท่าซะงั้น เพราะผู้หญิงคนนั้นที่เป็นบรรพบุรุษของเราสิน่ะ มันน่ามั้ยไอ้ไท เอ้ย ไม่ใช่..ไอ้แทค วู้ว"
แทคยอนสังเกตทันทีว่ามันเช้าแล้ว หงุดหงิดกับเรื่องฝันตนเองลูบศรีษะตัวเองอย่างอารมณ์เสียแรงๆแล้วลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างรับแสงอาทิตย์และอากาศเข้ามาในห้องนอน เมื่อแสงแดดอ่อนๆส่องหน้าและลมพัดปลิวไสวเข้ามาก็ทำให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายขึ้นมาทันที สักครู่พอตัวเขามองลงไปข้างล่างจึงพบท่านชายนิดอยู่ข้างล่างที่สวนหน้าบ้านของตนก็ยกยิ้มดีใจ
'ดีเลย อยากรู้อดีตต่อ...' ชายหนุ่มคิดในใจ และเห็นว่าคนตัวบางยืนคุยกับใครสักคนอยู่บริเวรใต้ต้นไม้ร่มรื่นต้นหนึ่งโดยที่ตัวเขาไม่เห็นใครอีกคนเพราะต้นไม้ตรงนั้นบดบังอยู่ มีแต่ท่านชายนิดคนเดียวเท่านั้นที่ยืนหันมาทางตัวเขา
"ท่านชายเป็นวิญญาณไม่มีทางคนในบ้านจะสามารถเห็นได้แน่ แล้วหม่อมนิดยืนคุยอยู่กับใครกัน" เขาสงสัย
ไม่รอเสียเวลา แทคยอนออกจากห้องตัวเองลงมาข้างล่างไม่ได้สนใจตัวเองจะอาบน้ำหรือทำธุระส่วนตัวอะไรให้เสร็จก่อน
หม่อมหลวงนิชคุณยืนคอยแทคยอน แต่คราวนี้เปลี่ยนเป้าหมายมาอยู่ใต้ต้นจำปาลาวดอกไม้สัญลักษณ์ของตัวเอง ในมือเรียวขาวบางนั้นมีดอกจำปาลาวหรือดอกลั่นทมอยู่เอามาดอมดม รอยยิ้มสรวลเกิดขึ้นบนใบหน้า ไทรู้ว่าเขาชอบดอกจำปาลาวนี้แค่ไหน ผ่านไปหลายเกือบร้อยปีวันนี้ดอกลั่นทมบานสะพรั่งและร่วงหล่นพื้นลงเยอะ มันเหมือนกำลังยินดีต้อนรับเขา
"หม่อม"
ท่านชายหันไปมองแทคยอนเพราะรับรู้ด้วยญาณของตัวเอง ชายหนุ่มใหญ่มาหยุดใต้ต้นไม้เดียวกัน
"ว่า" แทคยอนขมวดคิ้วสงสัย
"เมื่อกี้ ผมเห็นหม่อมยืนคุยอยู่กับใคร"
"อ้อ เจ้าที่น่ะ"
ห๊ะ..เจ้าที่ คราวนี้ชายหนุ่มใหญ่ถึงกับเอ๋องวยงงไปอีก
"หึหึหึหึหึ แต่ดูเหมือนเจ้าที่ที่นี่จะเป็นเด็กเสียด้วยสิ"
"อะไรน่ะขอรับ" อุ้ย..หลุดปาก เผลอเอานิสัยเก่ากลับมาใช้ เอามือแตะริมฝีปากตัวเอง
"เจ้าที่ฝากมาบอก ให้เปลี่ยนน้ำกับขนมหวานให้หน่อย"
"อะไรนะครับ เจ้าที่ที่บ้านผมคือเป็นเด็กงั้นเหรอ"
"ใช่"
โฮ่งโฮ่งโฮ่ง โฮ่งโฮ่งโฮ่ง บรู้ววว~
เสือโคร่งสุนัขพันธุ์บูลด๊อกของแทคยอนวิ่งเถลอถลาเข้ามาเห่าใส่หม่อมหลวงนิชคุณ คนตัวบางถึงกับตัวสะดุ้งโหยงและเหวอไปกับเสียงเห่าหอนของมันพร้อมกัน
"เสือโคร่งหยุดเห่า" แทคยอนจับมันมาอยู่ให้ห่างๆจากหม่อม แล้วก้มนั่งยองๆลูบตัวมันด้วยความรัก
หงิงหงิงหงิง
เสียงหงิงของมันทำให้มันเชื่องขึ้นมาทันที
'เรื่องย่าทวดเอื้อง'ก็ผุดเข้ามาในสมอง
"หม่อม รู้จักคนที่ชื่อเอื้องมั้ยหม่อม คน..คนรักของทวดไทหม่อม"
พูดถึงเอื้องท่านชายนิดมีอาการนิ่งผิดปกติทันที ก่อนจะพยักหน้าหน่อยๆ แล้วเล่าให้ชายหนุ่มตรงหน้าฟัง
"เอื้อง หรือเอื้องฟ้า แท้จริงแล้วเป็นลูกสาวเศรษฐีโรงละครใหญ่แห่งหนึ่ง คุณพ่อฉันให้คนที่วังไปสืบมาน่ะแล้วท่านก็มาเล่าให้ฉันฟัง เธอหลอกไทว่าเป็นลูกพ่อค้าธรรมดาคนหนึ่ง"
หา นี่ทวดไทโดนผู้หญิงหลอกหรอกเหรอ
"เธอยอมรับสารภาพบาปออกมาว่าแอบหลงรักไทมานานแล้ว แต่สองคนนี้รู้จักกันอย่างไรนั้นฉันไม่ทราบดอก คงอาจจะเดินชนกันละมั้ง"
"แล้วไงต่อครับ ช่วยเล่าต่อได้มั้ย" เรื่องราวกำลังเข้มข้นขึ้น ความรักของปู่ทวดกำลังสับสนขึ้นมา
"พ่อของฝ่ายหญิงไม่ค่อยชอบใจตัวผู้ชายสักเท่าไรดอก ที่ลูกตัวเองไปรักคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้น"
โห...ท่านชาย ใช้คำนี้กับผมเลยเหรอหม่อม
"แต่เพราะรักลูกสาวมาก เธอมีโรคประจำตัวเลยจำยอมให้ลูกได้รักกับผู้ชายที่เธอหมายปองไป"
"หา" คราวนี้แทคยอนถึงกับอ้าปากค้างหวอเลยทีเดียว
"แล้วๆ ท่านละหม่อม ท่านเป็นอย่างไรในตอนนั้น" เขารีบถามขึ้นอีกทันที
ท่านชายนิดสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วถอนหายใจช้าๆ หนักใจแต่ก็เล่าต่อ
"ตอนนั้น.... ฉันเสียใจมาก ถึงกับหลบหน้าไทเลยทีเดียว ไม่ออกมาพบ...หรือพูดคุยอยู่หลายวันจน... จนฉันเองต้องยอมจำนนฟ้าดินยอมแยกพวกเราออกจากกัน ฉันเลยยอมให้ไทไปรักกับผู้หญิงคนนั้น โชคดีนะรู้สึกหลังจากนั้นดูทั้งสองคนจะรักใคร่ปรองดองกันดี" เหมือนกล้ำกลืนคำพูดในคอตัวเองด้วย
"ปรองดองงั้นเหรอ ก็เท่ากับปู่ทวดเจ้าชู้คบซ้อนงั้นสิ" แทคยอนของขึ้น "งั้นปู่ทวดก็ไม่ได้ต่างจากไอ้ชานเลยแม้แต่น้อย"
"แทค! ทำอะไรตรงนั้นละลูก" แทคยอนหน้าหันทันทีเมื่อแม่ของเขาเรียกหา "ลงมาตั้งนานแล้วทำไมไม่ไปกินข้าวละ" ชายหนุ่มใหญ่รวบรวมตั้งสมาธิปรับอารมณ์เป็นปรกติ แล้วจึงหันมาหาท่านชายใหม่อีกทีแต่พบว่าหายไปแล้ว
เขาหงุดหงิดเรื่องทวดของเขา ทวดไททำแบบนั้นได้อย่างไรกัน ไหนบอกว่ารักท่านชายนิดคนเดียว
แล้วนี่อะไร...เรื่องตาลปัตรไปกันใหญ่ ทวดเอื้องกับทวดของเขารักใคร่ปรองดองกันดี นึกแล้วอารมณ์เสีย
สายๆ แทคยอนขับรถมาที่บริษัทเวิร์คพอยท์ ที่หน้าบริษัทใหญ่ผู้คนมากมาย กำลังกรี๊ดกร๊าดอะไรกันอยู่
ชายหนุ่มแปลกใจลงจากรถที่ลานกว้างจอดรถใหญ่เดินไปยังจุดนั้น แต่เมื่อกำลังเดินไปอยู่นั้นพนักงานสต๊าฟผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีดำแขนสั้นตราประทับเวิร์ควอยท์ของเขาถูกผู้สาวเดินชนเข้าใส่อย่างจังจนกรอบแว่นตาบนใบหน้าหลุดร่วงลงพื้นไปไกล ผู้ชายคนนั้นจึงก้มเก็บแต่ควานหาไม่เจอเพราะสายตาสั้นสินะ ทุกอย่างการกระทำอยู่ในสายตาของเขาหมด
'ไร้มนุษยธรรม เดินชนแล้วไม่ขอโทษ' เขาเคืองผู้หญิงคนนั้นเธอหันมามองแล้วก็เมินเดินหนีไปโดยไม่คิดจะช่วยเหลือเก็บ นี่ละนะสังคมคนกรุงเทพฯเปลี่ยนไปเยอะ ถ้าเขาเมินอีกคนก็ชั่วแล้วเลยตัดสินใจเดินเข้าไปช่วยเก็บแว่นตาให้
"นี่..." เขาจับแขนให้ผู้ชายสูงตัวโปร่งบางคนนั้นยืนขึ้น และกำลังจะมอบแว่นตาในมือของตนให้แก่ชายหนุ่มซุ่มซ่ามไป แต่แล้ว...
...ใบหน้าคนที่เขากำลังมองอยู่ ตัวเองต้องอึ้งไปหลายวิจนนานเกือบเป็นนาที
"ไท" หม่อมหลวงนิชคุณหายตัวตามมาหาแทคยอน ชายหนุ่มใหญ่หันตามเสียงเรียกแล้วอึ้งเป็นสองเท่า มองสลับกันทั้งสองคน
นี่มัน...
'หม่อมหลวงนิชคุณ'
ทำไมถึงมี 2คน แล้วทำไมอีกคนถึงสามารถแตะต้องตัวได้ล่ะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น