TK แต่ปางก่อน ตอนจบ








ไทเมื่อได้แต่งงานฉันท์สามีภรรยากับเอื้องฟ้าไปแล้วย้ายไปอยู่ด้วยกันกับพ่อตาของเธอ   แรกๆพ่อตาอำนวยดูไม่ชอบใจในตัวเขาเขม่นหน้าเขา  พอหลังๆเขาเรียนจบแล้วหาทำงานเลี้ยงชีพช่วยเหลือครอบครัวก็รับในตัวเขาได้ในทันที 


บรรเจิดรู้เรื่องก็เหมือนอยากจะตัดเป็นตัดเพื่อนกับไท  ในเมื่อผู้หญิงเลือกอีกคนก็ไม่อยากที่จะคุยด้วย  แม้แต่แก้วตาที่รู้ว่าเอื้องฟ้าไม่ได้คิดอะไรกับบรรเจิดก็สงสารลูกพี่ลูกน้อง


ตอนที่เอื้องฟ้าโกหก  เขาบอกได้เลยว่าเขาโกรธหล่อนมากเพียงไหนที่ปิดบังตัวตนความจริง   อยากจะใส่อารมณ์กับหล่อน  แต่พ่อตาทำได้แค่เตือนให้ระวังโรคประจำตัวของหล่อนจะกำเริบก็ลืมนึกไปเสีย   ตัวเองจึงขออยู่ตัวคนเดียวก่อน  หากทำใจได้เมื่อไหร่แล้วจะคุยด้วยตัวเอง   เอื้องฟ้าก็เข้าใจชายหนุ่มใหญ่ 


ที่แรกนึกว่าพ่อตาจะดุเขามาก  แต่ที่ไหนได้ตาอำนวยแกเกรงใจลูกสาวไม่อยากขัดใจ ..แกหวงและห่วงเอื้องฟ้ามาก  เป็นพ่อตาที่น่ารักและแสนอบอุ่นทำให้นึกเคารพในตัวท่าน 


ในวันว่างๆผ่อนคลายสมอง  ไทจะไปนั่งดูเขาซ้อมบทที่ละครเวทีกัน   ใจของเขาเริ่มเข้าใจในบทตัวละครแต่ละฝ่าย  ล้วนมีความหมายเช่นไร  ยกตัวอย่าง...อย่างชีวิตของเขาในตอนนี้   ชีวิตของเอื้องฟ้ากับอาการโรคหอบหืดที่ต้องต่อสู้   และชีวิตของ.... หม่อมหลวงนิชคุณที่อยู่ไกลเกินเอื้อมที่มือจะคว้าถึง


นึกถึงหม่อมนิชคุณขึ้นมา  ตั้งแต่ออกมาตัวเองก็ไม่ได้กลับไปที่วังเลย  มันอดห่วงชายหนุ่มตัวบางไม่ได้  ณ ตอนนี้จะเป็นเช่นไรนะ



วันต่อมาเขาตั้งใจไปที่วังเพื่ออยากจะเจอหม่อมนิด  ในขณะที่จะข้ามถนนเพื่อไปขึ้นถีบสามล้อ 


ปึก


"ขะขอ ขอโทษจ้ะ ขอโทษ  ฉันมองไม่เห็น"  คนชนไม่ได้เห็นทางที่คนกำลังเดินอยู่  เพราะศรีษะด้วยผ้าคลุมปิดบังใบหน้า  ตามลำแขนมีแผลผุพองเวอะหวะและลำขาอีกสองข้างประปราย  พอคนชนเงยหน้ามองเพื่อขอโทษถึงกับชะงักค้าง


"ไท"  ไทน่าจะได้ยินไม่ผิดเมื่อคนชนเอ่ยชื่อเขาก็แปลกใจสงสัย  เพ่งมองใบหน้าใต้ผ้าคลุมที่เหลือให้เห็นตาแค่สองข้าง  ก่อนคนเรียกนั้นจะเปิดผ้าให้ได้อีกฝ่ายจำ  ไทถึงกับตาโตเลยเชียว


"พี่ชาน"  เขาอุทานตกใจกับสภาพชายหนุ่มยักษ์


"ไม่น่าเชื่อจะเป็นเอ็ง"


"ทำไมพี่ถึง... "  เขาไม่พูดออก  ได้แต่มองตามร่างกายคนเป็นพี่ชาย


"กรรมของข้าไอ้ไท...  ข้ามันมากหน้าหลายชู้  ข้าเลยถึงต้องเป็นเยี่ยงนี้  เอ็งอย่าทำตัวเป็นเหมือนข้านะไท  ทำตัวให้สมเป็นชายชาตรีรับผิดชอบนะ  ไม่งั้นเอ็งจะมีสภาพเช่นข้าได้"


"ไปหาหมอเถอะพี่ฉันพาไป"  เขาสงสารพี่ชาน


"ไม่  ข้าไม่ไป... ตายวันตายพรุ่ง  ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร"  ชานตอบหนักแน่น


"ก็ถ้าพี่ปล่อยเป็นแบบนี้สิได้ตายเร็วแน่  ไปกับฉัน"  ไทรั้งแขนหนาดึงอีกฝ่ายให้ไปด้วย  ชานส่ายหน้าเบาๆ ยืนกรานปฏิเสธถึงแม้จะเป็นความหวังดีของน้องชายก็ตาม


"อย่าเลย"


"เอะ... ไทนี่" 


"หม่อมสร้อยดาว"  ไทอุทานอีกครั้งเมื่อเจอคนรู้จักถึงสองคราในเวลาเดียวกัน  หม่อมสร้อยดาวคนรักเก่าของหม่อมนิด  ชานใจหายหล่นวูบที่ตาตุ่มเมื่อเจอหม่อมหญิงเข้า  รีบนำผ้ามาบดบังใบหน้าตัวเองเพื่อให้ที่จะจำไม่ได้


"จะไปไหนหรือ" 


"กระหม่อมมาทำธุระแถวนี้  ท่านหญิงละหม่อม"


"เอ่อ  คือ... เธออย่าไปบอกใครนะ  ฉันจะไปบ่อน"  หม่อมสร้อยดาวกระอักกระอ่วนเล็กน้อย  ไม่ได้สนใจชานที่ยืนอยู่ตรงนั้นในภายใต้ผ้าคลุมหัวโปง  ไม่น่าเชื่อหม่อมสร้อยดาวจะเล่นการพนัน  "ฉันไปก่อนนะ"  เธอว่าแล้วก็จากไป


โธ่เอ้ยถังอนิจจาชีวิตแต่ละคน  นี่แหละบาปกรรมที่แตกต่างกันไป 


นี่แหละนะ  บทตัวละครในชีวิตจริงไม่เหมือนกัน


"หม่อมหญิงผู้สูงศักดิ์ หึ ผีพนันเข้าสิง"


"พี่รู้หรือ"  ไทถาม


"อืม  วันก่อนข้าเห็นไปเล่นในบ่อนเจ้าสัวเหอบ่อนคนจีน"  ชานบอก  ไทส่ายหน้าเอือมแล้วถอนใจ


"พี่ไปหาหมอกับฉันเถอะนะ"  ไม่วายไทวนมาเรื่องเดิม  ยังยืนยันจะพาชานไปหาหมอให้ได้


"ไม่  ข้าไม่ไป เอ็งจะไปไหนก็ไป  อย่ามายุ่งกับข้า"  ชานพูดแล้วเดินหนี


"แต่ว่า..."  ไทถอนหายใจหนักไปอีก  ไม่กล้าเข้าไปยุ่งชีวิตพี่ชายมากนัก  แต่ก็ไม่ได้ลืมธุระของตัวเอง




"ไท  โอ๊ย... ยายคิดถึงเอ็งจริงๆ เลย  เอ็งมาได้ทันเวลาพอดีเลย  ช่วยยายหน่อยเร็ว"  เขายิ้มให้ยายผิน  เดินเข้าประตูหลังวังเข้ามาในครัว  ไม่ทันไร  ยังไม่ได้นั่งหายใจหายคอให้ดีพอก็ขมวดคิ้วมุ่นแปลกใจ


"มีอะไรหรือจ้ะยาย"  ยายผินรั้งแขนให้คนตัวสูงนั่งลงที่แคร่ไม้ไผ่


"เอ็งช่วยท่านชายที  ยายจนปัญญาแล้ว" 


"เกิดอะไรขึ้นหรือยาย"  ไทรีบถามทันที  กระวนกระวายใจสังหรณ์แปลกๆ


"หม่อมท่านล้มป่วย  ตั้งแต่เอ็งแต่งงานไปพาลไม่ยอมกินอะไรเลยเกือบเดือน  ท่านเสียใจและตรอมใจเรื่องเอ็งไม่หาย"


"หม่อมนิด"  ได้ยินดังนั้น  ไทไม่อยู่ให้รอช้า  รีบจ้ำอ้าวไปที่เรือนตำหนักริมน้ำทันที  เข้าไปหาเจอหม่อมนิชคุณนอนพิงราบเก้าอี้นวมหนังใหญ่กอดรูปภาพอะไรสักอย่าง  ใบหน้าของท่านชายนิดซีดเซียวปากไม่มีสีแล้วไหนจะร่างกายผอมซูบลงไปอีก 


เขาทำร้ายจิตใจท่านชายมากจนไม่น่าให้อภัย 


ท่านชายนิดนอนหายใจรวยระรินอ่อนไหวไม่ค่อยมีสติมากพอนักจะลืมตาขึ้นมาดูว่าใครมาหา  ไทค่อยๆ เอากรอบรูปเล็กออกจากอ้อมแขนบางเบาๆพลิกรูปที่คว่ำเงยขึ้น  เป็นรูปภาพเดียวที่เขากับท่านชายนิดนั่งถ่ายรูปข้างกันนั่นเอง


หม่อมนิชคุณรู้สึกถึงคนมาค่อยๆ ปรือตาขึ้นมอง  ภาพดูเบลอไปหรือเปล่าไม่แน่ใจ  ขานถามจนเสียงเบาหวิวแทบไม่มีเสียงให้ได้ยิน


"ไท  ไทหรือเปล่า"  มือก็ยื่นออกมาลองคว้าดู  ไทรีบรับมือบางมาไว้ในมือหนาตนเอง


"หม่อม  ไทเองขอรับหม่อม"  เขาสงสารท่านชายจับจิตจับใจเหลือเกิน  ปล่อยให้คนที่รักต้องระทมใจนอนป่วยใกล้ตายแบบนี้  "ไปหาหมอนะหม่อมนิด"  ไทยกท้ายทอยเล็กมาอยู่ในวงแขนของตัวเอง  แต่ท่านชายนิดกลับส่ายหน้าปฏิเสธ


"ฉัน... ไม่รอดแล้ว"  แม้จะเป็นเสียงที่เบาหวิวก็เถอะ  ไทก็ยังได้ยิน


"ไม่นะ"  เขาจะพาหม่อมนิดไปให้ได้  อย่างไรก็โดนท่านชายปฏิเสธอีกอยู่ดี


"ไท  สัญ.. สัญญาได้ไหม"  ถึงสติจะเริ่มไปแต่คนร่างบางก็ฮึดจะพูดหรือเปล่งเสียงออกมาให้ได้


"สัญญาอะไรหม่อม" 


"ชาตินี้... เรา.. ไม่มีวาสนาต่อกัน  ชาติหน้า... หาก... เรา.. ได้พบกันอีก  เรารักกันได้มั้ย"  ไทน้ำตาซึมจนตาสองข้างกระปริบๆ  คนพูดไม่ออกเพราะกำลังจะเสียคนรักไป  เขาพยักหน้ารับ


"สัญญาหม่อม  ไทขอสัญญาด้วยเกียรติของตัวเอง.. หากชาติหน้ามีจริง  ผม.. จะขอรักหม่อมแต่เพียงคนเดียว  จะไม่ขอมีใครอื่น.. ไทรักหม่อมนะ"  คำสัตสาบานที่ไทให้ไว้ชื่นใจคนได้ฟังอย่างหม่อมนิด 


คนร่างบางพยายามเอื้อมมือไร้เรี่ยวแรงของตนเพื่อจะเอื้อมขึ้นแตะแก้มตอบ  คนตัวใหญ่เห็นเช่นนั้นหม่อมนิดจะทำอะไร  ก็เอื้อมมือบางขึ้นแนบแก้มตนเองเอง  หม่อมนิดยิ้มบางเป็นยิ้มครั้งสุดท้ายที่คนตัวสูงที่ได้เห็น  ก่อนจะหมดสติดับวูบลงไป  ไทร้องไห้ขึ้นทันทีที่หม่อมนิดสิ้นใจในอ้อมแขนของเขา  แนบหน้าผากตัวเองบนกระหม่อมหน้าผากของท่านชาย


อยู่นานโขกว่าจะทำใจได้  แล้วถึงกราบเรียนเสด็จในกรม  ท่านถึงกับทรุดล้มทันทีแต่ไม่ได้เป็นลมไป


"หมดเวรหมดกรรมนะลูกนะ"  ท่านเอ่ย  แล้วถึงจะนำศพลูกชายของท่านไปทำฌาปนกิจที่วัด




ที่วัด



ไทและเอื้องฟ้า  รวมถึงหม่อมสร้อยดาวอดีตภรรยาเก่าและครอบครัวใหม่ของเธอมาร่วมงานศพ


"สะใจ  ตายไปซะได้ก็ดี"  หม่อมสร้อยดาวรำพึงพอใจเบาๆเหมือนสาปแช่งสามีเก่า   อุตส่าห์เทใจรักไปแล้วไทเหมือนจะได้ยิน


"กรุณาให้เกียรติคนตายด้วยคุณหญิงสร้อยดาว"  ไทลุกขึ้นมาแย้งใส่หญิงสาวที่นั่งข้างหลังตน  เคืองแทนคนที่นอนในโลงศพ


"เชอะ  ในว่ารักผัวเก่าฉันมากไง  แล้วเธอไปแต่งงานกับแม่นี้ทำไม  แล้วเป็นอย่างไง... สุดท้ายตรอมใจตาย"  หม่อมสร้อยก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันลุกขึ้นมาเถียง


"หยุดเดี๋ยวนี้นะสร้อยดาว  ในฐานะที่ฉันเคยเป็นพ่อผัวของเธอ"  เสด็จในกรมลุกขึ้นมาเอ็ดอีกคน
คนในงานศพเริ่มฮือฮาซุบซิบกันใหญ่


"ไม่หยุด  ไอ้พวกผิดผี.. วิปริต" 


เพี้ยะ!


ฝ่ามือใหญ่ย่นตบฉาดเข้าที่ใบหน้าสวยจนหัน 


ว้าย!


"หยุดก้าวร้าวกับผู้ใหญ่เดี๋ยวนะยัยสร้อย"  หม่อมสมพรพ่อของหม่อมสร้อยนั่นเองที่ตบหน้าลูกสาวตัวเอง


เอื้องฟ้าอยู่ตรงนั้นค่อยๆ ยืนขึ้นข้างชายหนุ่มคนรักเพราะท้องของเธอนูนขึ้นให้เห็นแล้ว  เธอเข้าใจสามีตัวเอง  แต่หล่อนเองก็ผิดเหมือนกันที่คล้ายแย่งคนรักมาจากหม่อมนิชคุณ   จะบอกว่าไม่ถูกซะเดียวก็ไม่ใช่อีก  ไทก็ดูยินยอมถอยออกมาจากท่านชายเองเพื่อมาคบกับเธอ


เอื้องฟ้าจับมือไทข้างหนึ่งสอดนิ้วประสานกันห้านิ้วเข้าไป  เห็นใจคนเป็นที่ยืนเศร้าใจเพราะเพิ่งจะเสียคนที่เคยรัก


"ดิฉันเข้าใจสามีตัวเองดีพอค่ะ   ใช่... หม่อมนิดเป็นคนหน้าตาดีงามเกินกว่าผู้หญิงอย่างพวกเรา  ไม่ยากเลยถ้าสามีดิฉันจะเผลอไผลรักใคร่กับท่านชาย  แล้วท่านชายเองก็อยู่สูงเกินเอื้อม  คนเคยรักกันก็ต้องทำใจยากเป็นธรรมดา"  เอื้องฟ้าอธิบายอย่างที่หล่อนรู้สึก  ไทซาบซึ้งในคำพูดของฟ้า


"เออ  เชิญรักกันตามสบายเลยนะ"  หม่อมสร้อยดาวไม่อยู่ให้ทุกคนดูหมิ่นดูแคลนอีกต่อไป   กระแทกเท้าเดินปึงปังออกไปจากศาลาวัด


ออกมาแล้วมันก็หงุดหงิดใจไม่รู้จะไประบายอารมณ์ที่ไหน  นอกเสียจากในบ่อนเจ้าสัวเหอ  เธอเล่นจนเสียไปเยอะ  เยอะจนต้องเอาของบางชิ้นในวังมาขายแลกเงินมาเล่นอีก  เมื่อเรื่องไปถึงพ่อของสร้อยดาวเข้า


"นี่แกติดพนันเหรอหญิงสร้อย  นานแล้วหรือยัง"  เขาคาดคั้น


"เรื่องของหญิง"


"เรื่องของแกอย่างนั้นเหรอ  หมดไปเท่าไหร่แล้วละ  ต่อไปแกจะเอาอะไรไปขายอีก... นังลูกไม่รักดี"  หม่อมราชวงศ์สมพรต่อว่า   หญิงสร้อยดาวไม่อยู่ให้พ่อของเธอด่าเดินหนีไป


"ต่อไปอาจจะเป็นวังให้ลูกสาวเธอไปจำนำ  ระวังไม่มีที่ซุกหัวนอน"  หม่อมสมพรก้องปาก  ภรรยาของท่านหนักใจ


แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ว่า  เมื่อหม่อมสร้อยดาวแต่งงานใหม่มีลูกสาวหนึ่งคน   เธอติดการพนันมากขึ้นไม่มีคนคอยอุ้มชูหนุนนำอีกต่อไปก็คลานกลับที่วัง  ลูกสาวของหล่อนก็อยู่ในความดูแลของตากับยาย   หม่อมสมพรแอบซ่อนพินัยกรรมพร้อมกับโฉนดที่ดินเอาไว้ไม่ให้หญิงสร้อยดาวค้นเจอในวังกุลณัฐวงศ์ไพศาลนั่นเอง  แล้วตัวหม่อมเอง... ภรรยาและหลานสาวไปอยู่ที่อื่นแล้วก็วังให้เป็นของหลวงไป  เขียนกระดาษขึ้นมาใหม่มอบวังนี้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปในวันข้างหน้า





ตั้งแต่วันหม่อมราชวงศ์นิชคุณจากไปเสร็จสิ้นจากการทำศพฌาปนกิจไป  ไทตัดต้นจำปาลาวหลังวังตำหนักริมน้ำต้นหนึ่งมาปลูกในรั้วบ้านตนเองแทนสัญลักษณ์ความรักของเขากับท่านชายนิชคุณ   ส่วนพี่ชายก็หายไปเลยไม่เคยได้เจออีกเลย  แต่ก็ไม่ลืมใครอีกคนที่เขารักอยู่  ตั้งครรภ์รอลูกของตนที่จะเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลก


แต่แล้วเมื่อเอื้องฟ้าคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชายเธอเสียชีวิตทันทีด้วยโรคหัวใจวาย  ทำให้ไทเสียคนรักไปอีกคน  ต้องเลี้ยงลูกเอง...ยังดีที่มีพ่อตาอำนวยช่วยเลี้ยงดูด้วยอีกคน


เสียคนรักไปถึงสองคน  ชายหนุ่มใหญ่เลยหันหน้าเข้าหาพระทำใจให้สงบแต่ไม่ลืมหน้าที่ของคนเป็นพ่อ 





กลับมาปัจจุบัน



"เรื่องของผมก็มีเท่านี้แหละครับที่ทราบจากแม่"  นิดเล่าให้แทคยอนฟังจากที่มาที่ไปของตระกูลตนเองเป็นอย่างไร  และจากปากของมารดาชายหนุ่มใหญ่ด้วย 


แม่ของแทคยอนเองก็อึ้งอีกเช่นกันเมื่อมีคนหน้าเหมือนในรูปมานั่งเล่าเรื่องให้ฟังถึงในบ้าน


ทุกเรื่องราวในอดีตถูกผุดขุดคุ้ยออกมาหมดกระจ่างใสขึ้นมา  กระดาษสองแผ่นวางอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มหน้าใสมนคนรูปร่างโปร่ง 


วังกุลณัฐวงศ์ไพศาลตกเป็นของตัวเองอย่างชอบธรรม  ต่อไปนี้เขากับน้องๆแล้วแม่ของตัวเองจะไม่ลำบากอีกต่อไป  ร่วมถึงที่เขาเป็นซุปตาร์ไปแล้วก็ไม่ต้องห่วง


"แล้วแทคจำยังไงต่อไปลูก"  แม่ของชายหนุ่มใหญ่ถาม


แทคยอนมองหน้าหม่อมนิชคุณ  นึกถึงคำสัตสาบานที่ให้ไว้กาลครั้งหนึ่งที่ทีชีวิตอยู่  แล้วมองหน้านิดสลับกัน


หม่อมนิชคุณกับนิดถึงจะหน้าเหมือนกันแต่คือคนละคนกัน  เขารู้ว่าชะตาชีวิตกำลังเล่นตลกอยู่  ตัวเองจะต้องหนักแน่นกับรักเดียวใจเดียว


แทคยอนเปลี่ยนตอนจบบทสุดท้ายในบทละครของตัวเองให้ซึ้งหวานแบบเศร้าสร้อยแต่จบลงด้วยดี  ถึงแม้ในชีวิตจริงจะอีกอย่าง 


ชายหนุ่มเข้มต้องการคงความรักของท่านชายกับไทเก็บเอาไว้





สองสัปดาห์ต่อมาเมื่อหลังปิดกล้องละครไป


"นมัสการครับหลวงพี่นิด"


นิดตัดสินใจบวชให้หม่อมราชวงศ์นิชคุณบวกกับที่ยายทวดของเขาเคยชิงชังใส่ท่านชาย  เพราะกรรมของท่านทวดแต่ชาติปางก่อนทำให้มีคนในวังหรเวชกุลกลับชาติมาเกิดในตระกูลของตัวเอง  เหมือนหอกที่เคยทิ่มแทงตนเอง 


หลวงพี่นิดเดินเข้ามาในโบสจ์  ร่างกายผ่องใสเรืองอร่ามทองมานั่งต่อทุกคน  มีชานชนะอยู่ในนั้นด้วยคน 


หลวงพี่เป็นพระสงค์ที่รูปงาม  แทคยอนและชานชนะดูเลือมใสแล้วรู้สึกสบายใจ


"พวกผมมาทำสังคทานครับ"  แทคยอนว่า  หลวงพี่นิดก็รับถังสังคทานนั้นไว้พร้อมกับที่แทคยอนกับชานชนะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล


กรวดน้ำเสร็จก็อยู่คุยกันสักพัก


"หลวงพี่จะบวชนานมั้ยครับ"  ชานชนะถามแต่ใจคิดไปอีกทาง


"หลวงพี่จะบวชเดือนเดียว  บวชนานมากไม่ได้หรอก  หลวงพี่ก็มีภาระต้องดูแล"


"ครับ"  ชานชนะยิ้ม


แทคยอนรู้ชานชนะจะทำอะไร  เป็นเพื่อนกันมาแต่ไหนแต่ไร  ชายหนุ่มมองเพื่อนตัวเองข้างกายที่มันยิ้มน้อยยิ้มเล็กอยู่คนเดียว  แล้วหันกลับมามองคนที่ห่มอยู่ในผ้าเหลือง


เขาควรปล่อยให้สองคนนี้คู่กัน  ส่วนเขาจะขอเดินทางในแบบชีวิตของตัวเอง  เพราะเขายังต้องทำคำสัญญานั้นต่อไป  เพื่อที่ว่าวันหนึ่งไม่ชาติใดชาติหนึ่งเขาต้องได้คู่กับคนที่เคยรักสิ  แทคยอนคิดแบบนั้น


"ไท"  แทคยอนออกมากรวดน้ำนอกโบสจ์  เสียงของท่านชายนิดเรียกทาวด้านหลัง  ชายหนุ่มคมเข้มลุกขึ้นยืนหันมามอง


"ท่านชาย"


"ฉันมาลาเธอ"  ท่านชายนิดยิ้มบาง


"ถึงเวลาแล้วหรือหม่อม"  แทคยอนใจหาย


"ใช่  ถึงเวลาที่ฉันต้องไปชดใช้กรรมแล้ว"


"อีกนานมั้ยหม่อมที่เราสองคนจะ... ได้เจอกันอีก"


"คงจะ... อีกนานกระมัง  สิบปี.. ยี่สิบปี.. อย่างไร...ฉันจะรอเธอนะ"  หม่อมนิดพูดแล้วยิ้มให้


แทคยอนยื่นแบมือออกไปข้างหนึ่งให้ชายหนุ่มร่างบางจับ  อยากกอดแต่ทำไม่ได้เพราะอยู่ในวัดควรให้สำรวม  เลยให้ได้แค่จับมือ


หม่อมนิชคุณแบมือออกมาคว่ำประกบกับมือหนาเอาไว้   ถึงแม้ว่าจะเป็นวิญญาณจับต้องไม่ได้ก็ตาม


"ผมยังยืนคำเดิม  จะรอนะหม่อม"  หม่อมนิชคุณยิ้มให้  แล้วร่างกายคนตัวบางก็ค่อยๆ เลือนหายขึ้นสวรรค์ไปต่อหน้าต่อตาชายหนุ่มใหญ่


อีกแล้วสินะ  ชาตินี้ไม่ได้คู่กัน...


แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  เขาควรทำตามคำสัตสัญญาที่ให้ไว้




หลายเดือนผ่านไป


ข่าวของนิชฌานกับชานชนะคบกันดูเหมือนจะจริงอย่างที่ในหนังสือพิมพ์ว่าไว้


แทคยอนวางหนังสือพิมพ์ลงกับโต๊ะกินข้าว  ดื่มกาแฟหมดแก้วแล้วถึงไปบริษัท 


เจอนิชฌานทางประตูเข้าบริษัทเวิร์คพ้อยท์ก็ดูเก้อใส่กันทั้งสองฝ่าย  แทคยอนผายมือให้คนตัวบางเข้าประตูไปก่อน  เมื่อเข้ามาได้แล้วก็เดินคุยกันทั้งคู่


"มาออกรายการเหรอ"  แทคยอนถาม


"ครับ"


"แล้วไอ้ชานละ  ไม่มาด้วยเหรอ"


"ไปออกรายการที่ต่างจังหวัดครับ"  แทคยอนพนักหน้าหน่อยๆ


นิชฌานมองแทคยอนอย่างเขินๆ ในใจในตัวเองกำลังแอบชอบคนตัวใหญ่อยู่  เขาไม่ได้ชอบชานชนะ  ในใจรู้สึกเต้นผิดปกติทุกครั้งที่เจอแทคยอน 


ถ้าคิดไม่ผิดแล้วดูออกว่านิชฌานกำลังคิดอะไรกับเขาอยู่ล่ะก็ 


ไม่ได้.. จะเป็นแบบนั้นไม่ได้อันขาด  ถึงแม้จะเป็นคนหน้าเหมือนก็ตาม  เขาควรทำอะไรสักอย่าง


"พี่ไปส่งน้องชายนะ"  น้องชายงั้นเหรอ  นิชฌานอึ้ง


แสดงว่าแทคยอนต้องการทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับทวดของเขาสินะ  รู้สึกเจ็บหัวใจอย่างไรชอบกล  หมดแล้วสินะความหวังที่คิดในใจก่อนหน้านี้  ก่อนที่ชานชนะจะเข้ามาจีบขอคบด้วย  เป็นได้แค่น้องชายคนหนึ่ง 


"คะครับ"  นิชฌานฝืนยิ้มให้


เขาควรปล่อยแทคยอนไป  ถ้าตัวเองคบกับแทคยอนแล้ว  ชาติหน้าก็จะไม่มีไท  และก็จะไม่มีนิชคุณด้วย  ถ้าอย่างนั้นเขาควรคบผู้หญิงแล้วตัวเองอาจจะมีนิชคุณคนที่สองขึ้นมาสิ  แบบนี้มันถึงจะแฟร์กันทั้งสองฝ่ายใช่มั้ย 


อย่างนี้สิ  ต่อไปนิชคุณกับไทจะได้คู่กันเสียที 


ถูกมั้ย...??




อวสาน



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4