OneFic: TK พรหมแดนซาตาน
"โธ่เว้ย!"
เคล้ง!ปัง!
เสียงสบถพร้อมกับเสียงกระแทกของตะเกียบและฝ่ามือใหญ่ตบลงบนโต้ะอย่างแรง เมื่อลูกน้องของคนจากร่างสูงผิวสีแทนนั้นด้วยใบหน้าที่เหี้ยมเกรียม ใบหน้าตอบของเขามีบาดแผลใหญ่ฉกรรจ์ตรงดวงตาเรียวคมข้างนึงเป็นตะกอขาวเข้ามารายงาน ว่าไม่พบคนที่ทำร้ายตนที่มาหลบหนีซ่อนตัวอยู่แถวนี้ เป็นแค่เพียงตรอกถนนซอยเล็กร้านรวงขายของธรรมดาเท่านั้น ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายแผงพวกผักพวกปลา ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆแห่งหนึ่งที่เขานั่งอยู่ในตอนนี้
"แน่ใจนะ ว่าค้นทั่วแล้ว" คนร่างสูงด้วยวัยอายุ 30 ถามด้วยเสียงกดต่ำแต่ทรงพลังลุกยืนขึ้น ร่างสูงใหญ่ด้วยท่าทางสง่าผ่าเผยในชุดสูทสีดำทั้งชุด คว้าไม้เท้าข้างกายที่ใช้ในการช่วยค้ำพยุงยืน มือหนาที่ค้ำไม้เท้านั่นเองบริเวณนิ้วนางของเขามีแหวนวงใหญ่ต้นประจำตระกูลอค ตราสัญลักษณ์ของแก๊งเสือดำด้วยอัญมณีสีดำทั้งเพชร ดวงตาของเสือนั้นเป็นเพชรเม็ดเล็กๆสีแดงสองข้าง แม้แต่ไม้เท้าก็เช่นกันยังมีสัญญลักษณ์ของเสือดำ
"นะแน่ใจครับ" ลูกน้องรายงายด้วยความอาการสั่นผิดปกติ กลัวว่าจะเจอบทลงโทษเข้าให้แน่แต่เปล่าเลย
คนร่างสูงผิวเข้มกัดฟันกรอดตาหลับแล้วถึงจะพูดประโยค
"มึงหนีกูได้ สักวัน.. มันต้องย้อนกลับมาแว้งกัดกู พวกมึงเตรียมตัวไว้ด้วย หากวันใดมันกลับมาเอาคืน ไป!" เขาพูดกับตนก่อนจะบอกกล่าวเตือนลูกน้อง
สั่งเสร็จชายหนุ่มร่างสูงก็ก้าวเดินออกจากร้าน แต่ยังไม่ทันพ้นร้านดีนักเท่าไรเท้าใหญ่ของเขาสาวเท้าเดินชนเข้ากับขาตั้งหม้อแกงน้ำซุบตรงหน้าร้านอย่างจัง ซึ่งวางตั้งใกล้กับแผงก๋วยเตี๋ยวข้างกันอยู่เเล้ว
สองยายหลานขอทานที่นั่งไม่รู้อีโน่อีเน่อะไร
"ยายคิม!" อาแปะคนจีนเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวตะโกนเรียกเสียงดังให้ระวังตัว
หญิงชราหันควับมามองเห็น ตาเหลือกทันทีรีบรับหลานชายตัวเล็กวัย7ขวบของแกมากอด
เคล้ง! ตู้ม
"โอ๊ยยย... อ้อยยยย!!!! อ้อยยย!!! ปวดแสบปวดร้อนเหลือเกินนนน!!!! " หญิงชราเอาหลังของตัวเองเข้ารับน้ำร้อนเดือดๆ แต่น้ำซุบนั้นก็พาดพิงไปถูกใบหน้าของเด็กน้อยนั่นด้วย เป็นเหตุให้สองยายหลานดิ้นพล่านด้วยความเจ็บแสบ
แทคยอน ชายหนุ่มใหญ่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นก็ตกใจยืนอึ้งไปชั่วขณะ ความโกรธแค้นที่เมื่อครู่นี้จางหายไปทันทีกลับกลายเป็นความผิดบาปเข้ามาแทนที่
"นายครับ!" ลูกน้องที่ยืนขนาบอยู่ข้างหลังกล่าวขึ้น
"ปัดโธ่เอ้ย! เอาไปด้วย" ชายหนุ่มสบถหัวเสียเสียงดังอีกครั้งก่อนจะสั่งการ
13ปีผ่านไป
ใบหน้าเรียวไข่ของคนที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากตีอกถนนซอยเล็กๆ ไม่มีวันไหนเลยที่จะจดจำเหตุการณ์ร้ายๆของตัวเองไปได้ลงคอ จากคนใจร้ายคนหนึ่งที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นผีครึ่งใบหน้า
คนตระกูลอคอย่างแทคยอน จะต้องตายสักวันหนึ่งด้วยน้ำมืิอของเขา
เงาของใบหน้าที่สะท้อนจากกระจกอีกคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกัน หากมันพูดได้ละก็อยากจะถามมันไปว่า 'ใครที่หน้าเกลียดหน้ากลัวที่สุดในปฐพีนี้' และมันคงจะตอบแบบไม่ต้องลังเลเลยด้วยซ้ำ 'ก็มึงไง'
วันที่เข้ามาอยู่ในแก๊งค์เสืิอดำ ไม่นานหลังจาก2-3ถัดมายายคิมก็เสียชีวิตลงด้วยอาการจากพิษน้ำร้อนซุปเดือดๆ
ตั้งแต่นั้นก็เหลือแต่เพียงเขาคนเดียวที่ไม่มีญาติมิตรที่ไหนอีกเลย
เขาละอยากให้ อค แทคยอน ได้ลิ้มรสความเจ็บแสบนี้บ้าง
โชคดีที่ปาร์ค จินยองคนของแก๊งค์เสือดำมือขวาคนสนิทที่แทคยอนไว้ใจที่สุดให้เป็นคนดูแลและช่วยสอนในการเอาตัวรอดให้กับเขา
"หึ งูพิษอย่างกูนี้แหละ จะฆ่ามึงเอง" กล่าวกับตัวเองในกระจกด้วยความพยาบาทและกำหมัดแน่น
"เร็วๆนี้แหละ อค แทคยอน" เอ่ยอย่างคาดแค้น
ก๊อกก๊อกก๊อกก๊อกก๊อก
"นิคคุณ งานจะเริ่มแล้ว" จินยองที่เป็นคนมาเรียก
... หรือไม่แน่ อาจจะเป็นคืนนี้ก็ได้ เป็นวันตายของแกใครจะไปรู้...
ชายหนุ่มร่างโปร่งบางออกมาจากห้องน้ำเข้ามาที่ห้องนอนจับคว้าเอาหน้ากากครึ่งผ่ากลางสีดำมาสวมใส่ปกปิดรอยแผลเป็นน้ำลวก หมวกแก๊ปแล้วตามเสื้อมีฮูตแขนกุดทับอีกทีหนึ่ง
เพื่อไม่ให้อค แทคยอนเห็นหรือสังเกตหน้าที่แท้จริงของตัวํเองเอาไว้ ซึ่งตอนแรกก็ขัดใจเขาอยู่มากเพื่อความปลอดภัยของคนร่างสูง พอมาตอนหลังๆ เมื่อคนร่างโปร่งยืนกรานเต็มที่ที่ต้องการปกปิดใบหน้า คนตัวใหญ่ก็ไม่ขัดข้องอะไรทั้งนั้น
และอีกทีที่ลูกน้องทุกคนที่เป็นของแก๊งค์เสือดำจะต้องมีหน้ากากประจำตัวพาดบนตาเอาไว้และมีโค้ดลับสื่อสารกันโดยเฉพาะตัว เพราะฉะนั้นแล้วนิคคุณจึงไม่ผิดที่เขาจะมีหน้ากากเป็นของตัวเองที่ทำขึ้นมาเอง แล้วด้วยสัญลักษณ์เสือดำนั้นอีกแล้วที่ทุกคนต้องพึงมีคือรอยสักที่แผ่นหลัง คนร่างโปร่งจึงยังไม่มีรอยสักบนตัวที่ยังบ่งบอกว่าเป็นคนของแก๊งค์กลุ่มนี้
งานเลี้ยงวันเกิดครบรอบ43ปี วัยกลัดมันอย่างหนุ่มอค แทคยอน มีหรือที่จะไม่มีผู้หญิงหมายปองในคืนนี้
แต่อย่าว่าเลย .... ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายด้วยกัน คนอย่างอค แทคยอนก็เลือกที่จะเอา คนไหนหน้าตาดีต้องตาต้องใจหน่อยก็ขัดสนไปก่อน
แล้วก็...
... ยังไม่มีใครคนไหนสักคนที่จะบอกว่าเป็นตัวจริงของผู้ชายคนนี้ ที่ผ่านเข้ามาในสายตานิคคุณไปได้จนถึงปัจจุบัน
"ขอบคุณทุกคนที่มาในงานวันเกิดค่ำคืนนี้ ก็เหมือนกับทุกๆปี ขอให้สนุก" เจ้าภาพเอ่ยกล่าวก่อนจะชูแก้วไวน์ขึ้นสูงส่งเชียร์
และงานเลี้ยงสังสรรค์คืนนี้มีตระกูลหมาป่าอย่างคุณฮวาง ชานซอง มาร่วมงานวันเกิดด้วย ที่ตระกูลอคเป็นมิตรสหายและร่วมหุ้นลงทุนอสังหาริมทรัพย์มากมายด้วยกัน เรื่องในความหื่นกามมันมีอยู่แล้วของทั้ง2คนนี้
นิคคุณในชุดลำลองทั้งชุดยืนคุ้มกันผู้เป็นนายกับจินยอง แค่เสื้อแขนกุดมีฮูตสีแดงปิดทับกับหมวกแก็ปอยู่อีกชั้นหนึ่งและกางเกงวอร์มธรรมดาสีดำ แต่ก็เป็นจุดเด่นในงานเลี้ยงคืนนี้ได้เช่นกัน ถึงแม้จะไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าปกปิดนั้นสักคนก็ตาม อาจเพราะลักษณะในท่าทีการยืนหรือเพราะสีผิวขาวจากวงแขนที่ไม่ได้ปกปิดด้วยเศษผ้า
"ขอให้มีความสุขนะคะคืนนี้" เจสสิก้า หญิงสาวสวยผู้เป็นญาติของฮวาง ชานซองเอ่ยกล่าวพร้อมกับสายตาวิบวับอย่างมีความหมายส่งไปให้ชายหนุ่มใหญ่
แทคยอนเข้าใจความหมายนั้นในดวงตาของหล่อน ก็ในเมื่อมีนางหมาป่าเสนอเข้ามาเอง เขายกยิ้มมุมปาก
เธอยื่นมือมาหมายจะยินดีกับเขา แน่นอน... ความเป็นสุภาพบุรุษที่ผู้ชายต้องทำคือการเอื้อมมือเล็กขึ้นมากดจูบพอเป็นพิธี
.
.
.
.
.
"อื้อ ว้าย!"
"อืมมมมม" บทรักร้อนแรงและเร้าร้อนของชายหนุ่มบาดใจหญิงสาวยิ่งนัก แทคยอนโหมกระหน่ำถี่รัวความเป็นชายเข้าใส่ในกาย อรรถรสบนเตียงของแทคยอนนั้นล้ำเลิศที่สุดจนไม่อาจหยุดลงได้ เจสสิก้าพอใจในตัวผู้ชายคนนี้นักจนไม่อาจถอนตัวคืนอยากจะครอบครองขึ้นมาซะเหลือเกิน ถ้าไม่นับแผลเป็นที่ดวงตาบอดข้างนั้นแล้วละก็นับว่าจัดเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคเอามากๆคนหนึ่งในเกาหลีใต้
ตกดึกสงัด
ร่างกายที่พักผ่อนตามสบายของคนร่างสูงหลับอยู่บนที่นอน หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัวไปกับเจสสิก้ายกสองยกก็ให้เธอกลับไป หล่อนอ้อนวอนขออยู่ต่ออีกสักพักก็ไม่เป็นผล เพราะสีหน้าท่าทางของร่างสูงแผ่นิ่งนั้นกระจายออกมาด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน จนเธอต้องยอมถอยออกมาก่อน
ภายในห้องนอนมืดมิดไร้แสงสว่างจากโคมไฟสาดส่อง มีเพียงแสงจันทร์จากข้างนอกเท่านั้นที่ผ่านเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรู้สึกได้จากความมืดที่ผิดปรกติไม่ชอบพากล จึง ลืมตาขึ้นมาดู
ฉ่า!
น้ำร้อนเดือดๆในขวดสแตนเลสถูกใครคนหนึ่งในที่มืดสาดใส่เข้ามาอย่างจัง แทคยอนยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาป้องใบหน้าทันที
มันไม่ใช่แค่ช่วงแขนที่เขาโดนสาดใส่เท่านั้น... แต่มันพาดพิงไปโดนถึงผิวหนังเนื้อบนอกของเขาด้วย
"โอ้ยะซีด" แทคยอนใช้เท้าใหญ่เตะเข้าที่ข้อมือของคนร้ายปริศนาอย่างแรงและอย่างจัง
เคล้ง!
ขวดสแตนเลสโลหะหล่นเสียงดังกระทบกับพื้นพรมดังแกร่งออกมา ชายหนุ่มใหญ่กลิ้งตัวลุกมาจากที่นอนแล้วต่อสู้กลับคืนไป กลับกลายเป็นว่าคู่ต่อสู้นั้นรับมือกลับไปได้อีก ไม่ว่าจะรับการเตะการต่อยของเขาได้ทุกหมัด คนๆนี้ถูกฝึกมาอย่างดีเยี่ยมไม่แพ้ความสามารถของเขา
การแต่งกายเป็นชุดสีขาวไปทั้งหมดรวมกระทั่งไปถึงหน้ากากเต็มหน้านั่นอีกด้วย บ่งบอกสัญลักษณ์ไม่ใช่คนในแก๊งค์ของเขา
มันเป็นใครกัน!?
เขาหยุดนิ่งหยุดความเคลื่อนไหวขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปมด้วยความสงสัยคนตรงหน้า คู่ต่อสู้ก็พลอยหยุดนิ่งไปด้วยมันมองเขาด้วยเอียงคอ ทักษะเชิงในการต่อสู้เหมือนกันกับตนเปี๊ยบ
แทคยอนต้องการเห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นอยากรู้เป็นใคร ซึ่งคนร้ายรู้ตัวทันก็รีบหนีแต่ก็โดนดักทางไว้ได้ แต่ชายหนุ่มใหญ่ลืมสนิทไปที่คนร้ายดันยืนใกล้กับประตูทางออกระเบียงห้องนอนของเขาพอดี
คนในชุดขาวกระโจนทะลุบานกระจกใหญ่จนแตกเป็นเสี่ยงๆ กระโดดลงจากราวระเบียงด้านนอกชั้น 3ลงสู่ระเบียงชั้น2 แล้วกระโดดสู่ชั้น1 ไต่ลงไปจนถึงพื้น
ทุกอย่างมันไวมากจนคนร่างใหญ่วิ่งออกไปดูตรงระเบียงแทบไม่ทัน แล้วคนร้ายนั้นก็วิ่งทั้งตีลังกาอันตรธานหายไปจากในเงามืดเข้าไปที่สวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ใหญ่
คนในแก๊งค์หายไปไหนหมดที่ตัวเองสงสัย เข้าไปในห้องคว้าผ้าคลุมแพรสีดำมาก็สวมใส่แล้วออกไปดู
และเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่ลืมที่จะพกปืนติดมือไปด้วย แล้วพบว่าลูกน้องของตัวเองนับสิบนอนสลบไสลเรียงรายกันเป็นแถบ หน้าประตูห้องและตามจุดต่างๆทั้งชั้นบนและชั้นล่างของบ้าน
"มึงกล้ามาก เข้ามาเหยียบกูถึงถิ่น" ทุกคนเหมือนกับนอนหลับไปเฉยๆ อยู่ในท่วงท่าราวกับจัดฉากท่านอนใ้ห้ พวกมันถูกวางยาด้วยจากอะไร อาหาร หรือ น้ำดื่ม ก็ไม่น่าเป็นไปได้ ไม่งั้นตัวเขาเองจะมายืนอยู่กลางบ้านในยามวิกาลนี้ได้อย่างไร
แทคยอนมองไปรอบๆ ตัวเดินตรวจรอบบ้านแม้กระทั่งในครัว มีรอยของการใช้เตาไฟฟ้าจริงเมื่อเอาอุ้งมือไปอังพบว่าอุ่นๆอยู่ถึงจะจางมากก็เถอะ นับว่าผู้ร้ายรอบคอบมากทีเดียวลบรอยทำความสะอาดกลบเกลื่อนการกระทำให้เสร็จสรรพอีกด้วย
"มึงฉลาดเกินไปแล้ว" เขาพูด
ชายหนุ่มมองรอยแผลลวกจากน้ำร้อนบนแขนและบนอก มันแดงเถือกถึงกับแสบก็ไม่คณานับเท่ากับโดนกระสุนปืนเอ็ม16หรอก รอยแผลแค่นี้จิ๊บๆ แล้วก็เลยมองขึ้นไปด้านบนนาฬิกาบนฝาผนังที่แขวนอยู่ จุดส่วนที่เขาใช่เป็นที่ซ่อนกล้องวงจรปิดตัวจิ๋วไว้ในนั้น ทุกอย่างทุกบันทึกเอาไว้หมดแล้ว
ชายหนุ่มภาวนาในใจขออย่าให้กล้องวงจรปิดทุกตัวที่ติดตามมุมต่างๆอย่าได้ขัดข้องสิ่งใดเลย
แต่สิ่งที่ภาวนาเอาไว้นั้นดันเป็นจริง ตอนเช้ากลับพบว่ากล้องทุกตัวถูกแฮ๊กด้วยระบบคอมพิวเตอร์มาจากที่อื่นเมื่อจับสัญญาณได้ว่ามาจากแก๊งค์หมาป่า
แล้วพบว่าคนร้ายฉลาดพอตัวอำพรางมิดชิด ไม่เปิดเผยตัวตนเลยแม้แต่น้อยและคุ้นเคยกับอนาเขตพื้นที่นี้ดี ขนาดครัวในที่มืดๆ คนร้ายยังยืนคุมแผงเตาเองจากการดูมอนิเตอร์เล็กบนจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าบนโน้ตบุ๊ก แสดงว่าคุ้นชินในที่มืดพอตัวพอๆกับที่ถูกฝึกฝนซ้อมมาอย่างดี
"เป็นไปไม่ได้ที่ชานซองจะส่งคนมาทำร้ายฉัน ด้วยเพียงแค่น้ำร้อนเดือดๆแค่นี้"
"นั่นสิครับ ขนาดพวกผมหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย ผมว่า..มันน่าจะเป็นคนที่มีความแค้นส่วนตัวกับนายใหญ่มากกว่าลงหุ้นธุรกิจกับเรา" ซึลองคนสนิทมือซ้ายกล่าวกับแทคยอน
ปาร์ค จินยองตั้งแต่ที่คนร่างใหญ่เปิดคลิปวิดีโอให้ดูก็เฉยไม่ได้ออกความคิดเห็นใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้ซึลองพูดคนเดียว
"ความแค้นส่วนตัว? เมื่อไหร่ว่ะ? ถ้าเป็นแก๊งค์มังกรมันคงจะเป็นความแค้นขี้แมลงวันติ๊ดเดียวสำหรับฉันแค่นี้เอง" แทคยอนกล่าวถึงหาเหตุผล
แต่แล้วสมองกลับย้อนคิดถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา เมื่อเหตุการณ์สิบกว่าปีก่อนผุดเข้ามาในหัว เขาเงียบลงในทันใด แล้วมองหน้าจินยองคนของตัวเองอีกคน
"จินยอง ไม่ใช่ใช่มั้ย?"
"แล้วถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะ" จินยองคลายอ้อมแขนที่ตัวเองยืนกอดอกอยู่ตรงหน้านายใหญ่
.
.
.
.
"อื้มมซืดด" นิคคุณนวดข้อมือที่ถูกจากฝีเท้าของอค แทคยอนเตะเข้ามาให้อย่างจัง แต่ก็ทนฝืนตีลังกาฝ่าวงล้อมให้ออกมาเร็วได้ และหลังจากนั้นก็รีบทำลายหลักฐานทั้งชุดแล้วก็หน้ากากทิ้งนั่นเสีย ด้วยการยัดใส่ถุงดำมัดแล้วโยนลงคลองบึงไปกับสายน้ำไหล แล้วก็รีบบึ่งกลับเข้ามาอีกทีในห้องนอนหลังจากที่แทคยอนเดินเสียเวลาตรวจค้นทุกห้องเมื่อคืน ก่อนที่คนร่างสูงจะเข้ามาในห้องตนได้10วินาที จนเขาทันได้รีบใส่หน้ากากแล้วล้มตัวลงนอน
ก๊อกก๊อกก๊อกก๊อกก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้อง ชายหนุ่มร่างโปร่งบางรีบเก็บสีหน้ากลบความเจ็บปวดให้เป็นปกติทันทีแล้วไปเปิดประตูให้จินยองเสีย เพราะจำเสียงเคาะได้ก็รู้
"ครับ?"
"นายใหญ่เรียก"
"ครับ" ตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเฉย
แทคยอนจะไม่ได้ลายมือจากเขาไปไหนทั้งสิ้นเพราะเขาสวมถุงมือในการจับขวด เชื่อเถอะต้องถามแน่กับเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องทำงาน2ต่อ2 ไม่ลืมที่จะบดบังใบหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด หมวกแก๊ปและฮูตที่ทำแบบนั้นทุกครั้ง
"เมื่อคืนทุกคนโดนวางยาสลบกันหมดทุกคนเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า" แทคยอนถามคนตรงหน้าเมื่อนั่งกอดอกค้ำโต๊ะทำงานของตัวเอง
นิคคุณทำเหมือนกับไม่รู้เรื่องอะไร ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านหน้าเปิดที่สัมผัสฝ่ามือถึงกันได้
"ไม่นี่ครับ ผมออกจากงานเลี้ยงกลับเข้าห้องตัวเองก็สี่ทุ่ม อาบน้ำแล้วก็อ่านหนังสือเตรียมสอบวันพรุ่ง แล้วก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้บนเตียง" 'นั่นสิ พรุ่งนี้มีสอบแต่เช้าด้วย แล้วจะเขียนหนังสือได้ยังไงกันก็ในเมื่อข้อมือเจ็บหนัก ดันเป็นข้างขวาซะด้วยสิ ไม่มีใครใช้มือข้างซ้ายเขียนหนังสือหรอกน่ะ'พูดในใจ
ทำไมไม่เป็นที่ใบหน้านะ เจ็บใจชะมัด มันรู้ตัวทันอีกแล้ว
แทคยอนเลิกแขนเสื้อขึ้นสูงจงใจให้นิคคุณเห็นผ้าพันแผลรอบแขนวงใหญ่เอาไว้
"ไอ้คนร้ายมันทำร้ายฉัน โชคดีที่ไม่โดนหน้า ฉันทันได้เอาแขนป้องรับน้ำร้อนไว้ได้ทัน เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว"
เหอะ เรียกมาห่วงกันเหรอ คิดว่ากูโง่รึไง
ชายหนุ่มร่างโปร่งบางพยักหน้ารับรู้แล้วแทคยอนก็ปัดมือโบกไล่ให้ออกไปได้
มึงคงคิดว่ากูไม่รู้เท่าทันมึงเหรอ ขอบใจที่เลี้ยงกูมาตั้งแต่เด็ก มันทำให้กูเห็นนิสัยมึง กูก็คือเงากระจกของมึงนั่นแหละไอ้แทคยอน
บานประตูปิดลง แทคยอนถอนหายใจเฮือกขึ้นมาเล็กน้อย
นายฉลาดนิคคุณ หลบหลีกความรู้สึกได้เก่งจริงๆ สมกับที่โตมาในแก๊งค์ของเสือดำ
เท่าที่สังเกตุตรงหน้าจับใจได้ว่านิคคุณนั้นมีริมฝีปากที่อวบอิ่มเต็งตึง ใบหน้าน่าจะเรียวไข่ได้รูปพอควร
เรื่องราวสิบกว่าปีก่อนเขาจะลืมลงได้อย่างไร
เธอคงแค้นมากสินะที่ฉันทำให้ใบหน้าต้องเสียโฉม จนต้อง... อยากให้ฉันเสียโฉมเหมือนกันกับนาย
ฉันไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่าตอนนั้นฉันโกรธจริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากให้ยายของเธอตายเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มเอามือขึ้นลูบหน้าแล้วลุกเดินไปนั่งเก้าอี้ทำงานหลังโต๊ะ
.
.
.
.
นิคคุณกลับมาบ้านก็เกือบเที่ยงคืนหลังจากที่ติวหนังสือเข้มกับอูยองเตรียมสอบสำหรับในวันพรุ่งนี้
เมื่อปิดประตูห้องนอนตัวเองไม่ทันไรก็ถูกคนจากด้านนอกรีบล็อกกลอนประตูกุญแจลงอย่างแน่นหนาทันที
"เธอรู้เท่าทันฉันทุกเรื่อง เก่งมากนิคคุณ แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังทึ้งในความสามารถของเธอ" แทคยอนพูดแล้วปรบมือให้ เดินออกมาจากที่มืดตรงหน้าต่างที่มีผ้าม่านสีน้ำตาลทึบปิดบังอยู่ด้านหลัง
"นายใหญ่" บรรลัยแล้ว
"ไม่มีใครคนไหนที่จะนอนใส่หน้ากากแล้วก็ใส่หมวกทับอีกทีนึงหรอกนะ นอนอย่างนั้นก็อึดอัดตายสิ" ชายหนุ่มใหญ่ในชุดคลุมผ้าแพรสีดำยาวถึงหัวเข่า พูดแล้วก็เดินช้าๆเข้าไปหา
นิคคุณเอามือข้างที่ปวดไปไว้ด้านหลังช้าๆ เหมือนเอามือวางประตู
หนุ่มน้อยร่างโปร่งเริ่มรู้สึกตัวร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีทั้งตัวและรังสีแปลกๆมาจากคนร่างใหญ่ หัวใจเต้นตุบตับเร็วราวกับกลองโดนตีรัวๆ
นิคคุณเม้มปากสนิทกัดริมฝีปากตัวเองภายใต้หน้ากากนั่น แทคยอนยืนตรงหน้าห่างกันแค่คืบก้าวเดียว แล้วเอื้อมมือหนาของตัวเองไปจับข้อมือบางขึ้นมาอย่างอ่อนโยน
เขาอ่อนโยนเป็นด้วยเหรอ? ตั้งคำถามในใจ
แทคยอนรู้เรื่องความจริงจากปากจากจินยองที่เขาเป็นคนสั่งให้เป็นคนดูแลนิคคุณแทนเขาในด้านทุกๆเรื่องตั้งแต่เด็กจนโตเป็นหนุ่มโดยไม่ได้สนใจอะไรเลย เท่ากับแทบจะไม่ได้ใส่ใจสักนิด
"นิคคุณเป็นผู้ชายที่ราวกับเทพเจ้ากรีกบนรูปภาพฝาผนังโบจน์หลุดออกมา ถ้าไม่ติดใจเรื่องรอยแผลบนใบหน้านั้นเสียออกไปก็ถือว่าเป็นผู้ชายสวยมากคนหนึ่ง เท่ากับนายท่านมีเพชรจินดามณีอยู่ในมือนะครับ" ขอบใจข้อมูลใหม่เพิ่มเติมที่เขาให้คนไปสะเก็ตภาพตามคำบอกเล่าของปาร์ค จินยอง เมื่อได้ภาพมาอยู่ในมือแล้ว
มันทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยนั่นภายใต้หน้ากากโดยที่เขาไม่ต้องเปิดมันออกเองกับมือ และก็จะไม่บังคับจิตใจด้วย
"ข้อมือของเธอฉันขอโทษ เอาเป็นว่าฉันขอโทษเธอในทุกๆเรื่อง รวมไปถึงหน้าสวยๆของเธอ แล้วก็... ยายคิม" นิคคุณอึ้งก้มหน้าต่ำลงทันทีซ่อนความรู้สึก
คุณจินยอง คุณสินะที่บอกเขา ทำให้เขาจับผมได้จนเสียท่าคุณอย่างคนใกล้ตัว
"ฉันจะชดใช้ค่าเสียหายให้เธอ"
" ค่าเสียหาย?" ประโยคคำถามแรกที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่เข้าบ้านวันนี้ในรอบดึก
"ชีวิตเธอ"
" หา" นิคคุณอุทานออกมาเสียงเบาเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าชายหนุ่มใหญ่ภายใต้ในที่มืดสลัว หมายความว่าไง...
"ฉันจะดูแลเธอต่อจากจินยองเอง"
"อะไรน่ะ?" คิดไม่ถึง คาดไม่ถึง ทั้งๆเกลียดผู้ชายคนนี้แสนเกลียด พูดดีๆกับเขาเป็นด้วยเหรอ
แล้วนั่น นั่นๆๆๆ จะทำอะไร?
แทคยอนจะดึงฮู้ตลงนิคคุณต้านทานทันทีจับฮู้ตที่สวมแน่น คนร่างใหญ่ยอมปล่อยมือแล้วเชยคางมนด้วยความไวแล้วป้อนจูบลงไปเป็นสาเหตุให้คนตัวเล็กยืนอึ้งตาโตได้ทันที
ความอ่อนแอเข้ามาเยือนแทนที่ให้ไปอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มใหญ่ร่างสูงนั่นแล้ว ควรขัดขืนไม่ใช่เหรอ
กว่าจะรู้ตัวทันร่างกายของตัวเองก็ไปอยู่บนเตียงแล้ว โดยที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดบนเรือนร่าง
"อ๊ะ อึฮึ!!!!"
นิคคุณจิกเล็บลงกลางแผ่นหลังชายหนุ่มใหญ่ เมื่อท่อนแก่นกายยาวค่อยๆกดเข้ามาในตัว
แทคยอนกัดฟันข่มความเจ็บท่อนเนื้อตัวเองและร้อนเพราะความคับแน่นข้างใน รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นเช่นไรที่นิคคุณต้องรับ คนตัวเล็กรับความเจ็บปวดไปครั้งใหญ่และลึกลงไปจนสุดรับได้ด้วย
"อ๊า....อื้_" ชายหนุ่มประจบกูบปากอวบอิ่มอีกครั้งเพื่อให้คนใต้ร่างผ่อนคลายลงแล้วถึงค่อยๆขยับเนิบนาบในกายเข้าออกก่อนแล้วเร่งเร็วขึ้น
"อ๊ะ คุณ.. แทคยอน ผม.. " จะพูดแต่ก็หยุด
แทคยอนมองใบหน้าหวานครึ่งดวงทั้งที่ขยับตัวอยู่ ทำให้เห็นความสวยงามนั้นแบบชิดใกล้ และพูดกับตัวเองในใจว่าละเลยไปได้ยังไง เอามือข้างหนึ่งขึ้นจับดวงหน้าที่ไม่มีหน้ากากบดบัง
เมื่อเห็นสีหน้าของนิคคุณผ่อนคลายลงมากเขาก็จัดให้นิคคุณนอนข้าง ส่วนตัวเขาเองก็เข้าช้อนด้านหลังด้านข้างยกขาเล็กขึ้นเล็กน้อยจ่อท่อนเนื้อกายเข้าไปทางรักด้านหลังแล้วก็เร่งเร็วขึ้น
"อ่ะ คุณ.. แทค ยอน"
"อาาา นิคคุณ"
ความสัมผัสที่เขามอบให้ผมมันคืออะไรกัน นี่ผมทำอะไรอยู่เนี่ย ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ที่อุปถัมภ์
ผมไม่ได้ อยาก..
"อื้ออ๊ะ" มือหนานั่น ท่อนเนื้อของผม คุณทำอะไรกับผมกันแน่
.
.
.
.
แอด ๆๆๆๆๆ
เสียงนาฬิกาปลุกดิจิตอลหัวเตียงแผดเสียงตอนเช้า ร่างเล็กที่หลับสบายจนต้องตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
นิคคุณลืมตาขึ้นมาในห้องที่ยังมืดอยู่ทั้งที่ผ้าม่านปิดทึบ แทคยอนก็กลับห้องไปแล้วก็คงจะเป็นตอนดึก
นอนครุ่นคิดเรื่องระหว่างเขากับผู้เป็นนายใหญ่ ทั้งๆที่ตัวเองนั้นเกลียดผู้ชายคนนั้นเข้าไส้ ไหนกลับกลายเป็นว่าเสียท่าทีเชิงชายด้วยกัน แล้วไอ้ความสัมผัสนั่นอีกทำไมไม่ต่อต้านมันออกไป เจ็บใจตัวเอง
นิคคุณกำมือแน่นคับแค้นใจตัวเองที่เผลอใจไป ทั้งที่ใจไม่ได้อ่อนไหวเลยสักนิด เขาเพียงแค่คิดว่าเป็นบทลงโทษเท่านั้น ลุกขึ้นเพื่อจะไปชำระล้างเนื้อตัวตัวเองกลับกระตุกเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดด้านล่าง น่าขายหน้าชะมัด
หน้าที่รู้สึกโหว่งเพิ่งจะเอะใจได้ก็เอามือขึ้นมาแตะ หน้ากากหายไปจึงตกใจ คิดถึงภาพเมื่อคืนก่อนชายหนุ่มใหญ่จะออกไป ตอนนั้นหลับจริงๆแล้วสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกอุ่นๆยืดหยุ่นตรงริมฝีปาก
"ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ดีซะอีก ซาตาน.. เทวดาไร้ปีก" เขาแอบถอดหน้ากากผมออกดู แถมยังมี.. จุ๊บตอบลงมาอีกต่างหาก
หลังจากจมอยู่กับตัวเองสักพักในห้องก็ทำธุระส่วนตัวอะไรเรียบร้อยจนเสร็จก็เพื่อจะไปสอบที่มหาวิทยาลัย ออกมาจากห้องก็พบลูกน้องของแทคยอนส่วนหนึ่งอยู่ในชุดขาวยืนเป็นแถวยาวสองฟากแล้วก้มหัวให้เหมือนต้อนรับตัวเองยังไงก็ไม่ปาน ฉงนใจตนเองขมวดคิ้วหมุ่นด้วยความแปลกใจ
เจอจินยองในชุดขาวอีกคนเช่นกันแต่ผิดกับซึลองในชุดดำแต่แบบคนละขั้ว อย่างขาวและดำ ฟากหนึ่งคือยุติธรรม และอีกฟากนึงคือผู้ไร้ซึ่งมนุษยธรรม
จินยองก้มหัวให้กับตัวเองก็รู้สึกสะกิดใจชอบกล
"นี่มันอะไรครับ ทำไมคุณต้องก้มหัวให้ผม แล้วคนอื่นๆอีก" มาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มตัวใหญ่และหนา
"เชิญที่ห้องโถงก่อน" จินยองผายมือไม่พูดมากนัก
'มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น นิคคุณคิดในใจ
ชายหนุ่มน้อยเดินไปที่ห้องโถงด้วยคนของแทคยอนเดินตามเป็นขบวน เห็นแทคยอนนั่งกางหนังสือพิมพ์อ่านอยู่
เขารอคนตัวเล็กอยู่ก่อนแล้วก็ลดหนังสือพิมพ์ในมือลง
"หมายความว่าไงครับ" นิคคุณพูด ผายมือไปที่คนพวกนั้นหยุดยืนเรียงรายกันเป็นกระดานเดียว พร้อมกับจินยองที่ยืนใกล้นิคคุณริมสุดแถว
ทุกคนอยู่ในเครื่องชุดแต่งกายสีขาวกันหมด กับ... หน้ากาก ปีก หัก มันหมายความว่าไง.. แล้วทำไมจะต้องเป็นปีกหักด้วยไม่เข้าใจ
"เธอคิดว่าไง?" แทคยอนถามกลับทั้งที่นั่งมอง
"คุณจะให้พวกเขาตามผม ผมไม่ต้องการ"
"ถูก"
"แต่../ไม่มีแต่" นิคคุณกำลังจะปฏิเสธความหวังดีแต่แทคยอนดักเอาไว้
"ฉันบอกว่าไงเมื่อคืน" ชายหนุ่มใหญ่ย้อนความทรงจำ
"ชีวิตผม ชดใช้ให้ผม"
แทคยอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เข้าไปยืนชิดใกล้นิคคุณแล้วก้มมองหน้าหวานโดยไร้สิ่งต่างๆปกคลุม มีเพียงแค่หน้ากากตัวเดียวเท่านั้น นำมือใหญ่ข้างหนึ่งขึ้นมาสัมผัสใบหน้าใต้หน้ากาก
"นี่แหละ.. ชีวิตของเธอ ยืนเคียงข้างฉันไง เธอเหมาะสมที่สุดในตอนนี้ ไม่ดีเหรอ... นายหญิงคนใหม่" ประโยคหลังสุดท้ายนี่มัน แทคยอนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหูเล็กแล้วกระซิบบอก
นายหญิงคนใหม่..
มะ หมายความว่า...
นิคคุณทรุดลงนั่งกับโซฟาหรู เขาอื้ออึงไปหมด
อค แทคยอนต้องการชดใช้ให้ผมด้วยการให้เป็นเมียเขาเนี่ยน่ะ อันนี้ผมว่าผมหน้าแดงแล้วละ ในเมื่อประสงค์บอกกันแบบนี้
แทคยอนนั่งลงข้างกับนิคคุณยื่นมือไปจับมือข้างกันซึ่งเป็นข้างซ้ายพอดี เขาหยิบแหวนวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอกสูทแล้วสวมมันที่นิ้วนาง ที่ไปสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษให้กับคนตัวเล็กด้วยตัวเอง
"ถือว่าเป็นแหวนแต่งงานของฉันให้เธอ ตอนนี้เธอมีสิทธิ์เท่าเทียมฉันแล้ว อยากจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ"
นิคคุณมองแหวนวงใหญ่บนนิ้วนางซ้ายด้วยลักษณะคล้ายกันกับของแทคยอน ลายตรงหัวแหวนของมันเป็นลายของปีกนางฟ้า.. แต่ปีกหัก
หึ เข้าใจคิดนะคุณแทคยอน ไม่รู้ว่าคุณติดดูหนังละครรึป่าว ผมเข้าใจความหมายของมันแล้ว
เรื่องที่ว่าผมเป็นคนของเขาแล้วนี่สิมันเป็นอะไรที่... ที่ มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ เคลมเร็วชะมัด.. เพิ่งจะได้กันไม่กี่ยกเองนะ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้่ไม่ได้หรอกคนเจ้าชู้พันธ์นี้ต้องจัดการอะไรสักอย่าง
นิคคุณนั่งไขว่ห้างพิงหลังโซฟาอย่างสบายใจแล้วกางแขนออกวางกับพนักด้านบน กระตุกยิ้มมุมปากร้ายในรูปแบบสไตล์ของเขา ที่ตัวเองคิดว่าร้ายกาจแล้ว
แทคยอนยกยิ้มยื่นปืนด้ามจับที่สั่งลูกน้องหามาให้นิคคุณโดยตรง คนร่างโปร่งมองมันในถาดสแตนเลสที่มีผ้ารองเอาไว้
"สิทธิ์ของผมอย่างนั้นเหรอ?" นิคคุณถามเสียงต่ำทั้งที่ตายังมองสิ่งของที่มีอานุภาพมาก
"นายครับ แก๊งค์พวกมังกรกำลังบุกมาที่นี่ครับผม!" สายคนหนึ่งเดินเข้ามารายงาน
หว๋าาา... หมดอารมณ์ปราบคนซะแล้ว แต่... เอาไว้ทีหลังก็ได้ แล้ววันนี้มีสอบซะด้วยสิ จะทำอย่างไรดีหว๋า
"เรื่องสอบวันนี้ฉันจะเคลียร์ให้ ว่าไง.. พร้อมจะยืนเคียงข้างฉันแล้วหรือยัง" แทคยอนถามอีกครั้ง
คนร่างโปร่งหยิบปืนขึ้นไปในมือแล้วชูมองของเล่นชิ้นใหม่ที่ได้รับแล้วถึงตอบ เพราะมีเรื่องสนุกให้เล่นแล้วสิ
"ผมพร้อมจะยืนเคียงคุณแล้วครับ"
"จะรออะไร ก็ลุยเลยสิ" ทั้งคู่มองหน้าแล้วยิ้มให้กัน ก่อนจะเป็นนิคคุณชักปืนยิงออกไปตรงหน้า
ปัง!

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น