ใจเดียว ตอนที่ 1
"ผมเอาข้าวมาให้"
ขอทานบุรุษผู้ไร้นามใช้นิ้วกระตุกหมวกแก้ปเพื่อเปิดมองคนให้ถุงห่ออาหาร จึงเห็นว่าเป็นเด็กนักเรียนผู้ชายวัย 10 ขวบ แวะมาให้ข้าวให้น้ำทุกวัน
เด็กหน้าตาหวานคนนี้ต่างจากนักเรียนทั่วไป และต่างจากคนในสังคมลิบลับ ที่มักจะแค่เดินผ่านมาแล้วโยนตังค์เหรียญให้เขาแค่นั้น แล้วก็จะไม่สนใจเลยว่าขอทานพวกเขาเหล่านั่นจะเอาเงินไปซื้อน้ำซื้อข้าวกินหรือเปล่า ให้แล้วก็แล้วไป
สมเพชตัวเอง ติดคุกยังไม่พอ แล้วยังมีชีวิตเป็นขอทานอีก
ทำไมน่ะ? ... ตำรวจคนนั่นไม่ยิงเป้าตนตายๆ ไปซะเลย
คดีฆาตกรรม เหอะ... อยากหัวเราะตัวเอง
หลงไปรักผู้หญิงใจอำมหิตนั่นได้อย่างไรกัน โดนหลอกได้น่าเจ็บใจ ผู้หญิงที่เคยขึ้นชื่อว่าคู่หมั้นที่เกือบจะได้แต่งงานกันอยู่แล้วเชียว
แต่ไม่เพียงแค่นั้น...
เพื่อนรักของเขา วาทิน คนที่ไว้ใจที่สุด กลับหักหลังกันได้ หลอกให้ตายใจ
วาทินตายไปเพราะรฐาเป็นคนยิง พวกเขาหักหลังกันเองด้วย สองเพื่อนรักแย่งผู้หญิงกัน
โธ่เอ้ย...
รฐา... เพราะเธอ ยัดเยียดความเป็นฆาตกรใส่ฉัน...เธอทำให้ฉันเป็นแพะรับบาป นังผู้หญิงไหว้หลังหลอก!!
และก็ขอบใจคนในคุกด้วย เพราะความประพฤติดีของตน เจ้าหน้าที่จึงยอมหย่อนลดโทษอภัยโทษกึ่งหนึ่งให้ ได้มีชีวิตรอดออกมาข้างนอกก็บุญโข
อยู่อย่างนี้แล้วมันเป็นอิสระดีอย่างนี้นี่เอง ไม่ต้องกังวลหรือมัวหมองทุกข์ให้เหนื่อยยากกับภาระอะไรทั้งสิ้น
คนหน้าตาดำหมองคล้ำ ที่ซ่อนภายใต้หนวดเคราและผมเผ้าพะรุงพะรังนั่น รีบนำข้าวที่เด็กมาให้กินอย่างความหิว ชีวิตคนขอทานทำให้เขาลิ้มรส รู้ซึ้งเห็นดีแล้วว่าเป็นเช่นไร กว่าจะได้เงินแต่ละบาทและสตางค์มา กว่าคนจนๆ คนหนึ่งจะหาเงินมาได้มันเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดไหน ไม่เหมือนคนรวยอย่างพวกเขา ที่ใช้เงินสุรุ่ยสุหร่ายไปวันๆ ไปดินเนอร์กับสาวทั้งที่ เงินหมดไปเท่าไหร่ คิดแล้วก็ข่มขืนกับชีวิต
นึกถึงอดีตผ่านๆมา มองข้าวที่ทานเข้าไป ต้องขอบคุณเจ้าเด็กหนุ่ม ยืนจ้องมองเขากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความดีใจไม่ไปไหน
แหงนหน้าขึ้นแล้วเห็นรอยยิ้ม เป็นยิ้มที่สดใส ถ้าไม่แต่งตัวเป็นเด็กนักเรียนชาย เขาคงนึกไปแล้วว่าเป็นเด็กผู้หญิง ริอาจแต่งตัวเป็นทอมบอยตั้งแต่งเกิด ผมปรกหน้าผากอย่างนี้แล้วมันเหมือนเด็กผู้หญิงจริงๆ
เขายื่นมือหนาของตนเองที่ปล่อยช้อนพลาสติกสีขาว เพื่อเอื้อมไปแตะหน้าขาวน้อยใสๆ เนียนนุ่มนั่น
"ชื่ออะไรเรา"
"ชื่อนิชคุณครับ อาเรียกผมว่าคุณก็ได้"
กริ๊งงงง!!!
"หือ! ออดโรงเรียนดังแล้ว ผมต้องไปเรียนแล้วครับ แล้วจะพยายามเอาข้าวมาให้อากินทุกวันเลย อาจะได้ไม่ต้องทนหิวทั้งวัน กว่าอาจะได้เงินซื้อข้าวพอดีก็ตอนเย็นโน่นแหน่ะ" นิชคุณว่าแล้วก็เดินห่างออกไปเพื่อเข้าโรงเรียนไปเรียนหนังสือของตนเอง
"อาเหรอ?" ชายหนุ่มขอทานหน้าดำที่ตากแดดกร่ำทุกวันชักนำมือกลับ มองโรงเรียนตรงหน้าแล้วให้นึกถึงครอบครัว เขามีหลานชายคนเดียว ซึ่งก็น่าจะโตเป็นวัยรุ่นมากพอแล้ว
นิชคุณนำอาหารมาให้ชายคนขอทานทุกวันที่เคยเอ่ยกล่าวเอาไว้ และชายหนุ่มใหญ่ก็จะกินข้าวของแกที่มาให้ทุกมื้อเป็นประจำ วันไหนนิชคุณไม่มาเรียน ของที่เหลือตุ่นเก็บเอาไว้ก็จะเอามากินต่ออีกรอบในยามหิว
ตอนกลางคืน มันก็อดไม่ได้ที่เขาจะคิดถึงอนาคตของตัวเอง
ชายหนุ่มขอทานนอนคิดอยู่หลายตลบรอบ มันดูน่าอายต่อเด็กนัก มานั่งจมปลักเฉยๆ แล้วรอคนเอาเงินเอาข้าวมาให้กินไปวันๆ
"เจ้าหนูนิชคุณ อาขอโทษน่ะต้องไปแล้ว ฉันจะไม่ลืมบุญคุณเราเลย"
ด้วยความทนไม่ไหว ผุดขึ้นนั่งมองโรงเรียนมืดๆ สลัวๆ ลุกเก็บสัมภาระทั้งหมดแล้วก็ไปจากที่นี่ แม้แต่เงินเหรียญแล้ว ในกล่องแก้วพลาสติกก็ไม่เว้นเอาไปด้วย น่าจะพอสำหรับโทรศัพท์ตู้สาธารณะได้
"ฮัลโหล ผม... แทนครับ แทน ดนัช อินทรดำรงค์"
ชื่อของคนขอทานนั้น ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ขอทานตามริมทางจะได้ชื่อเพราะขนาดนี้ ใครจะเชื่อว่าคนขอทานที่เด็กน้อยให้ข้าวให้น้ำจะเป็นชายหนุ่มซอมอแต่ฐานะร่ำรวยตกอับ
แทน(อค แทคยอน) พยายามติดต่อกับทนายความประจำตระกูลเพื่อต้องการรื้อฟื้นคดีกลับ เรียกความเป็นยุติธรรมกลับคืน คดีที่ตัวเองไม่ได้ก่อ มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะเคลียร์ปัญหาทุกอย่างเรื่องทั้งหมด ที่ค้างคามานานเกือบ 5ปี
เป็นเธอบ้างรฐา จะได้ลิ้มรสคนขี้คุกเหมือนกับฉัน
ทนายความหนุ่มได้รับการติดต่อจากแทนที่หายสาปสูญไปเกือบ 1ปีเต็มหลังออกจากเรือนจำ ที่จู่ๆ ก็โผล่พรวดมา แล้วเมื่อมารับคนดังกล่าว สภาพผู้ชายตรงหน้า สง่าราศรีที่เคยมีหายไปหมดสิ้น ไม่มีหลงเหลือความหล่อเคล้าตรงไหนให้ทิ้งได้จดจำ มีแต่ความสงสัยและสงสารในตัว
"ผมอยากให้ปิดเป็นความลับว่าคุณเจอผม อย่าให้ใครรู้เป็นอันขาด คุณต้องช่วยผมน่ะ" แทนกล่าวขณะที่นั่งอยู่ในรถยนต์
หลายวันผ่านไป
"ทำไมอาไม่บอกผมน่ะว่าจะไป คุณอุตส่าห์เอาข้าวมาให้หลายวันแล้วน่ะ วันนี้ก็ไม่อยู่อีก" นิชคุณบ่นกับตัวเอง แล้วเอาข้าวกลับไปกินเองกับเพื่อนๆ
นิชคุณเสียใจและน้อยใจที่ไม่ได้พบชายหนุ่มใหญ่ขอทานคนนั้นอีกเลย กลับไปบ้านด้วยหน้าตาเศร้าหมองและหัวใจที่ห่อเหี่ยว
บ้านที่เป็นสลัมหลังเล็กๆ แต่ครอบครัวอบอุ่น ไม่ได้รวยอย่างแทน ดนัช อินทรดำรงค์
"ไงคุณ"
"อาคนนั้นไปแล้วจ๊ะแม่"
"อืออ... เขาคงจะคิดได้แล้วแหล่ะ และอาจจะอายคุณ อุตส่าห์เอากับข้าวกับน้ำไปให้แกบ่อยๆ เขายังมีแรงน่ะ หางานเลี้ยงชีพตัวเองได้ ถึงเราจะจน... ทำบุญกับคนขอทานมันก็ดี บุญนั้นไปถึงชาติหน้าได้น่ะลูก ดีไม่ดี... บุญที่คุณทำกับเขาเอาไว้ อาจจะส่งผลให้เราไปพบกันอีกเมื่อไหร่ก็ได้ใครจะรู้"
คำพูดของแม่นุช มารดาของเขาทำให้นิชคุณผุดยิ้มได้
..
..
คดีฆาตกรรมได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ด้วยพยานและหลักฐานทั้งหมดเอาผิดกับรฐาได้ แล้วแทนก็ชนะคดีความในครั้งนี้
ชายหนุ่มใหญ่ผู้เกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้านหมดจดไปทั้งตัว ไม่หลงเหลือความเป็นคนขอทานให้เห็นอีกแล้ว แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือความคิด ความนิ่งและสุขุมนุ่มลึกของเขา
"พ้นทุกข์พ้นโศกสักทีน่ะ" ทนุธรรม บิดาของเขาตบบ่าทีนึงของลูกชาย
แทนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วพ่นออกหนักๆ ทีนึง เหมือนคนตายแล้วเกิดใหม่แท้ๆ หลังจากที่แบกรับเรื่องความเป็นความตายในคุกมานานหลายปี
ทุกอย่างเมื่อคลี่คลาย อะไรๆ ก็ดีขึ้นเหมือนฟ้าหลังฝน
แทน กลับมาอยู่บ้าน บ้านที่แท้จริงของเขา มีอะไรหลายอย่างในตัวบ้านที่เปลี่ยนไป อย่างเช่นคนในครอบครัว
นมช่อกลิ่น ที่รอและการกลับมาของเขานั่นเอง
"คุณแทนของนม นมดีใจที่สุดเลยค่ะ ในที่สุดก็ได้กลับมาบ้านนะค่ะ"
แทนเดินเข้าไปหาแล้วก้มลงกราบแทบเท้าของหล่อน เพราะนมเหมือนแม่คนที่ 2ของเขา
"คุณแทนของนม" นมช่อกลิ่นดีใจน้ำตาปริ่มจนไหลในการกระทำของชายหนุ่มใหญ่
แทนก้มกราบเรียบร้อยก็ลุกขึ้นคุกเข่ากอดเอวผู้อาวุโสที่ตนรัก ซุกแก้มแนบท้องนมของเขาแนบแน่นด้วยความคิดถึงจนล้นโพ้น
"โธ๊เจ้าประคู๊ณ! หมดทุกข์หมดโศก อย่าหายไปไหนอีกน่ะค่ะ ถือซะว่าอดีตเป็นบทเรียน" นมช่อกลิ่นเชยคางหน้าดำหมองคลำซึ่งเป็นสีแทนสมชื่อของเขา ที่ซุกกับหน้าท้องขึ้นมองแล้วยิ้มให้
"ครับ บทเรียนราคาแพง"
ใช่.... บทเรียนราคาสูงมากด้วย
3 วันต่อมาหลังจากพ้นคดีมาได้ ข่าวสลัมใจกลางเมืองกรุงถูกไฟไหม้ลามไปทั่วทั้งแถบ ข่าวใหญ่ขึ้นพาดหัวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง พร้อมกับรูปใบหน้าของเด็กคนหนึ่งที่รอดชีวิตมาได้
"นิชคุณ หรเวชกุล" เด็กน้อยคนนั้นนี่ เด็กน้อยที่ให้ข้าวให้น้ำแก่เขานี่นา "มันเกิดอะไรขึ้น?"
"มีอะไรหรือแทน" พ่อของเขาถาม
แทนยื่นหนังสือพิมพ์ให้กับบิดาให้ดูข่าวตัวหนังสือใหญ่นั่น
"ข่าวไฟไหม้สลัมครับ... เด็กคนนั้น ผมรู้จัก... เด็กที่คอยช่วยเหลือผมในยามยาก เด็กบริสุทธิ์ผุดผ่องชื่อนิชคุณ แกรอดครับ...ผมต้องช่วยเหลือเขา"
ทนุธรรมปรับแว่นเพื่อมองดูรูปหน้าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
"เขาเป็นเด็กผู้ชาย หน้าหวานใช่มั้ยล่ะครับ" แทนมองบิดาก้มๆ ดูรูปอย่างเขม่งอยู่จึงเฉลย
"หืม? เด็กผู้ชายหรอกรึ ถ้าแกไม่บอกก็เข้าใจเป็นเด็กผู้หญิง แล้ว...แกจะทำยังไง" แทนนิ่งแล้วครุ่นคิด
"ผมจะเอาเขามาอยู่กับเรา"
"เฮ้ย แล้วพ่อแม่เขาล่ะ"
ตนเองเพิ่งจะพ้นคดีมาได้ ก็ดันมาเกิดเรื่องกับเด็กซะนี่ ช่างพลิกชะตากันเสียแท้
นิชคุณเหมือนจะให้ความคิดแก่เขา แล้วตัวเองดันมาตกรำกำลำบากแทน อย่างไรเสียเราก็ต้องรับผิดชอบกับเด็กคนนั้นเสียหน่อย จะเป็นไรไปหากจะรับอุปการะเด็กตาดำๆ และอีกครอบครัวหนึ่งมาเลี้ยงอยู่ในบ้านของเขา
"ผมจะอุปการะพวกเขาเอง"
แทนและทนายความหนุ่มพากันสืบเรื่องสลัมกลางกรุงใจกลางเมืองไฟไหม้ และสืบได้รู้อีกว่าเด็กนิชคุณนั่นอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตในเพลิงไหม้ มันหดหู่ใจเด็กและตัวเขาด้วย พวกตนจึงรีบดำเนินการรับนิชคุณไปเลี้ยงดูในสิทธิ์ของเขา
นิชคุณรู้ว่าบุพการีเสีย แล้วตนต้องไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จักก็ใจเสียเข้าไปใหญ่
"คุณแทนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดน่ะ นี่... ลุงมีอะไรจะบอก คนขอทานที่คุณให้ข้าวให้น้ำทุกวัน รู้มั้ยเป็นใคร... หนวดเคราเฟิ้มมม ผมเผ้าพะรุงพะรังคนนั้นน่ะ คือเขาเอง... พอจะจำท่าทางได้มั้ย รู้ป่าว...พอเห็นหน้าเราในหนังสือพิมพ์น่ะ เขาก็รีบแจ้นหาตัวเราให้ควั่กเลยแหน่ะ" นิชคุณหยุดร้องทันที
"คุณอาขอทานคนนั่นน่ะเหรอ?" ได้ยินคำว่าคนขอทาน ซึ่งได้หายไปเกือบหลายอาทิตย์ พอเจอตัวอีกทีก็ดีใจ รีบปาดน้ำตาด้วยแขนออกลวกๆ สูดขี้มูกเสียงดังจนแทนขำ
"ใช่ อาเองไง คุณจำฉันตอนนี้ไม่ได้หรอก เพราะว่าฉันไปเสริมหล่อมาใหม่"
"โห!!! ไม่อยากจะเชื่อเลย" นิชคุณตาโต ลืมความทุกข์ชั่วครู่ไปเมื่อกี้ แล้วเดินวนรอบตัวชายหนุ่มตัวโตสูงยักษ์ใหญ่มโหฬาร มองตั้งแต่รองเท้าขัดหนังมันอย่างดีจนถึงส่วนสูง รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ และแม้กระทั่งใบหน้าของเขาแล้วก็ทรงผม ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดจนจำแทบไม่ได้ ที่จำได้ก็เป็นสีผิวและรอยตาหยีคมของเขานั่นเอง
"ฉันจะพาเราไปอยู่ด้วยกัน... กับฉัน ที่บ้านของฉัน"
"ห่ะ!! จริงเหรอ?"
"เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจาเสียงดังกับผู้ใหญ่ แล้วก็ให้มีหางเสียงด้วย" ทนายความเอ็ดเล็กน้อย
"ขอ...ขอโทษครับ" นิชคุณหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อโดนเอ็ดไม่ได้เสียงจริงจังอะไร แต่กลับหน้าเศร้า แทนเห็นก็ขำอดไม่ได้ "แล้ว.... พ่อแม่ของผม"
นั่นสิน่ะ ศพของพวกเขา
"ฉันรับอุปการะเราแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันจะเคลียร์เรื่องนี้ให้โอเคมั้ย"
ทุกคนที่บ้านของเขาเมื่อได้สมาชิกเพิ่มมาใหม่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ มีเพียงนิชคุณคนเดียวที่ไม่กล้าต่อหน้ากับพวกเขา รีบหาที่พึ่งทางใจคือมือหนาๆ ของแทนนั่นเอง
"ไม่ต้องกลัว ทุกคนที่นี่เป็นมิตรกันหมด"
นิชคุณซึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลังของแทนค่อยๆ เผยอหน้าจากที่หลบออกมาดู ก็เห็นนมช่อกลิ่นกับทนุธรรมมองด้วยรอยยิ้ม
"ไม่ต้องอาย ไม่กัดหรอก มานี่มา...มานี่สิ ชื่ออะไรเรา อาเขาเล่าให้ฟังหมดแล้ว" ทนุธรรมตบเบาะที่นั่งข้างๆ บนโซฟา เพื่อให้เด็กน้อยนั่งด้วยกัน
นิชคุณแหงนหน้าสูงมองแทนยืนข้างกัน เหมือนคนขออนุญาติ
"เข้าไปกราบท่านสิ"
นิชคุณค่อยคืบเท้า คลานด้วยเข่าไปกราบทนุธรรมและนมช่อกลิ่น แล้วดูว่าคนทั้งสองจะชอบใจเด็กคนนี้ไม่น้อย...ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน ด้วยหน้าตาหน้าหวานไม่น่าเกิดเป็นเด็กผู้ชาย ควรจะเป็นเด็กผู้หญิงมากกว่า เพราะกิริยามารยาทเรียบร้อยเกินไป
นิชคุณก้าวย่างมาอยู่บ้านหลังใหม่ เห็นห้องใหม่ก็แปลกตา เบิกตากลมโตน้อยๆ ของตนเองด้วยความอยากรู้อยากเห็น บวกกับความดีใจในตัว แสดงให้แทนเห็นได้ชัดเจนทีเดียว ว่าเด็กตื่นตาตื่นใจกับที่ใหม่ขนาดไหน
เด็กหนอเด็ก
"โอโห้ เตียงใหญ่จัง นอนได้ตั้ง 3คนแหนะ" นิชคุณขอนั่งขอบปลายเตียง เพราะกลัวเตียงมันจะเจ็บ ยิ่งทำให้แทนน่าขันเข้าไปใหญ่
"หึหึหึหึหึ" มันก็อดขำไม่ได้
"เห็นห้องตัวเองแล้ว เราก็ไปช้อปปิ้งกัน"
ช้อปปิ้ง มันคืออะไรอ่ะ นั่นคือคำถามของนิชคุณเมื่อหันหน้าขวับไปมองแทนพิงกอดอกที่ประตูห้อง
แทนอาสาพานิชคุณไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้อีกเยอะแยะ
"ผมว่าพอเถอะครับ"
"พอได้ไง แค่นี่ยังไม่พอหรอก"
นิชคุณทุบขาสองข้างด้วยความเมื่อยล้า แทนมองแล้วเพิ่งจะนึกได้ว่าทำธุระกันทั้งวัน แล้วนี่ยังพาเด็กมาเดินให้เมื่อยขาอีก เพราะมัวแต่ดีใจกับสมาชิกคนใหม่เลยเผลอลืมตัวไปกับเขาด้วย
"ก็ได้ เรากลับกันก่อน แล้ววันหลังมาซื้อของใหม่" นิชคุณพยักหน้างึกๆ แล้วยิ้มรับ แต่ก่อนจะกลับก็แวะหาอะไรกินกันก่อน
ตกค่ำแทนนอนไม่หลับเพราะห่วงนิชคุณ เรื่องที่ยังแปลกใหม่สำหรับเด็กหนุ่ม เขาจึงแอบย่องไปดูที่ห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็ไม่พบเด็กนอนที่เตียงจึงตกอกตกใจถลันเข้าไปดู กวาดสายตาในที่มืดสลัว ไปเจอะผ้าห่มอะไรที่ข้างเตียงจึงย่องเบาดู เป็นนิชคุณที่นอนปูผ้าบนพื้น นอนขดอย่างกับลูกหมา เขาจึงโล่งใจในทันที
"มีที่นอนแล้วไม่นอน" แทนยิ้มเบาๆ แล้วบ่นพึมพำ ไม่เข้าใจจะนอนทำไมให้ปวดเมื่อยตัวตัวเอง เข้าไปอุ้มร่างเล็กน้ำหนักแสนจะเบาหวิว แล้ววางตัวลงเบาๆ บนที่นอนหนานุ่มๆ โดยไม่ลืมผ้าห่มที่จะห่มให้
..
..
วันรุ่งขึ้น
ศพของพ่อแม่นิชคุณ แทนจัดการเป็นธุระทำให้ทุกอย่างอีก เจ้าหนูน้อยก็ก้มกราบศพพร้อมด้วยน้ำตานองหน้าสองอาบแก้ม
"ผมจะดูแลคุณให้พวกคุณอย่างดีที่สุด" สิ้นคำพูดของแทน ลมพัดใหญ่วูบปลิวเข้ามา จะบอกว่าดวงวิญญาณของทั้งสองนั้นรับรู้ได้
กลับมาบ้านทำให้แทนและนิชคุณต้องแปลกประหลาดใจที่สุดคือ...
"อาแทน!" บอย ปวิธชาต(ฮวาง ชานซอง) ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของเขา "บอยเองครับ"
"บอยเหรอ โตขึ้นมากจนจำแทบไม่ได้เลยน่ะ" แทนเผลอแสดงกิริยาท่าทางดีอกดีใจออกนอกหน้า ลืมนิชคุณชั่วคราว สายตาของบอยจับจ้องไปที่เด็ก ทำให้แทนนึกขึ้นได้ "อ่อ บอย สมาชิกใหม่ของเรา...นิชคุณ อาอุปการะเลี้ยงดูเขาน่ะ"
นิชคุณไม่รอให้แทนบอกทำความเคารพผู้สูงวัยกว่าตน หลังจากนั้นเขาก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตให้หลานชายฟัง และบอยก็โตเป็นวัยรุ่นพอที่จะรู้เรื่องและเข้าใจทุกอย่าง
บอยรู้สึกถูกชะตานิชคุณแต่แรกพบ เพราะเป็นเด็กหน้าตาหน้ารักจิ้มลิ้มจนน่าแกล้ง
ตั้งแต่นิชคุณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านอินทรดำรงค์ดูจะมีสีสันขึ้น มีเสียงหัวเราะภายในครอบครัว เข้ากับใครได้ทุกคน
นิชคุณเป็นเด็กขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้เหมือนตอนอยู่กับแม่ อยากรู้อยากเห็นตามวัย ขี้เล่นแล้วก็ขี้อ้อนเก่งเป็นที่สุด ใครที่ได้ใกล้ชิดก็จะมีความสุขไปในตัว
แทนไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าเด็กหนุ่มถึงนอนกับพื้นจึงจับเข่ามานั่งคุย เมื่อได้คำตอบเลยทำให้เข้าใจ
"อาขี้เกียจเข้าไปอุ้มนอนบนเตียงแล้วน่ะ"
"คุณคิดถึงพ่อกับแม่ คุณจะนอนกับพวกท่านทุกคืน เห็นเตียงแล้วทำให้ผมอดคิดถึงไม่ได้" จริงสิน่ะ ไม่ใช่ความผิดของเด็ก เขาลูบหัวทุยๆนั่น
นอกจากแทนจะอุ้มนิชคุณไปนอนบนเตียงแล้ว มีอะไรแปลกๆ ตะหงิดใจตัวเองให้ก่อเกิดขึ้นมา
ใบหน้าน้อยไร้เดียงสาของนิชคุณ อายุ 10 ขวบ ระยะใบหน้าที่ห่างกันเพียงแค่คืบ...ตอนหลับนอนนั้น ยามผมมันปรกหน้าผาก ดูผิวเผินแล้วเหมือนเด็กผู้หญิงจริงๆ ถ้ามีตุ๊กตาในอ้อมกอดนี่จะเข้าใจได้ว่าเขามีหลานสาวอยู่ในบ้าน แล้วดันไม่ใช่หลานแท้ๆ ด้วย เมื่อโตเป็นหนุ่มขึ้นแล้ว คงจะหล่อหวานแปลกพิลึกดี สงสัยคงต้องให้คุณเล่นกีฬา เพื่อจะได้ไม่เข้าใจว่านิชคุณเป็นผู้หญิงแต่เป็นผู้ชาย เขาปัดผมเด็กขึ้นแล้วเจอเหม่งน้อยกว้าง ทำให้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขำเบาๆ
"หึหึหึหึหึ ไอ้เหม่งเอ้ย" บ่นพึมพำเบาๆ แล้วถึงจะปล่อยให้นิชคุณนอนจริงๆ
นิชคุณนอกจากไม่ใช่จะอยู่แค่ที่บ้าน ต้องเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทุกคน ทนายความจัดการหาเรื่องให้ทุกอย่างเสร็จสรรพตามที่ชายหนุ่มใหญ่สั่ง
การเจริญเติบโตวัยของนิชคุณภายใต้ครอบครัวอินทรดำรงค์ อยู่ในสายตาของแทนทั้งหมด ยิ่งนิชคุณหล่อขึ้นเขาก็ยิ่งใจหาย...
เป็นห่วง... ห่วงการที่นิชคุณจะมีแฟนก่อนวัยอันควร ไม่ดีแน่ด้วยประสบการณ์มาแล้ว ... คุณควรจะได้เรียนหนังสือให้จบเสียก่อน
แทน บอยและนิชคุณสนิทกันมากขึ้น อย่างกับเป็นเกลอเป็นเกลียวกันมา พาไปไหนก็ชวนกันไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะแทนกับนิชคุณมักจะเข้าขากันได้ดีที่สุด...
มีหลายครั้งที่ทั้งคู่จะถ่ายรูปคู่กัน แต่รู้มั้ยว่ารูปที่แทนถ่ายนิชคุณเก็บเอาไว้ มีหลายอิริยาบทบาท ไม่ว่าอยู่ในท่วงท่าไหน เวลาทำหน้าทะเล้นหรือเล่นลิ้น หลับเวลาเขาสอนหนังสือก็แอบถ่ายเก็บเอาไว้ มันเริ่มทำให้ตนเองเริ่มมีปฏิกิริยาแปลกๆ และแล้วหลังจากวันนั้นก็ห้ามใครเข้าออกในห้องของเขา แม้แต่กับนิชคุณก็ไม่เว้น
แทนเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังหลงรักเด็กอุปการะของตัวเอง จิตใจของเขาเริ่มแปรปรวน นิชคุณกำลังมีอิทธิพลต่อหัวใจของเขา
นิชคุณสงสัยในตัวชายหนุ่มใหญ่ แต่เก็บงำเอาไว้ในใจ
อายุครบ 15ปีวันเกิดเจ้าตัวเล็กของบ้าน มีความเห็นคล้องใจกันว่าจะไปพักตากอากาศที่ภูเก็ต เด็กหนุ่มโตขึ้นมาก สูงขึ้นเป็นกองจะตามแทนทันอยู่แล้ว เพราะออกกำลังกายทำกิจกรรมที่แทนจัดไว้ให้เป็นประจำสม่ำเสมอ
เขาไม่เคยยัดเยียดให้นิชคุณทำอะไรเกินวัยสำหรับวัยรุ่นอย่างเขา
ในรถตู้สามหนุ่มนั่งแถวเดียวกัน เป็นเหตุให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะแทนที่ดูจะอึดอัดกว่าใคร เมื่อนิชคุณสังเกตเห็น
"อาแทนเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูอึดอัด...ปวดหัวตัวร้อนหรือเปล่า"
"หึ เปล่า"
เราเองต่างหากล่ะ ที่ใกล้ชิดฉันเกินไป นายไม่รู้หรอก...ไม่รู้สิดี อย่าเพิ่งเกิดขึ้นเลย ฉันกลัวเผลอห้ามใจตัวเองไม่ได้
นิชคุณแอบสังเกตชายหนุ่มใหญ่หลายครั้งแล้ว เหม่อลอย และนี่ยังห้องนอนอาแทน ทำไมไม่ให้เราเข้าไป หรือเข้าไปเรียกทานข้าว มันอดคิดไม่ได้ว่าในห้องนั้นมีอะไร
'มันต้องมีอะไรแน่ๆ อาแทนถึงได้หวงห้องนอนตัวเองขนาดนั้น' นั่นคือความคิดของเขา ลอบมองใบหน้าคม ซึ่งนั่งเอาแต่สนใจวิวด้านนอกรถเป็นพิเศษ
ถึงที่หมายภูเก็ต ทั้งสองหนุ่มต่างวัยต้องนอนห้องเดียวกันอีก
"เอ่อ อาว่าบอยนอนห้องเดียวกันกับอาดีกว่าน่ะ"
"อ้าว ทำไมล่ะครับอาแทน" นิชคุณไม่เข้าใจ จู่ๆ อาแทนก็ให้พี่บอยไปนอนกับเขาไมไม่เป็นตน
"คุณนอนกับป้านมดีกว่า พวกอาผู้ใหญ่แล้ว"
"อ้าว อาแทนใจร้ายอ่ะ" นิชคุณค่อนคอดให้เล็กน้อยแล้วก็หน้าบูดบึ้ง
ใช่.... ฉันใจร้าย
ฉันยอมใจร้ายดีกว่าขืนไปทำอะไรเราเข้าดีที่สุด
อยู่ห่างๆ ฉัน เพราะไม่อยากถูกกล่าวหาว่ารังแกเด็กหรอกน่ะนิชคุณ ไม่รับประกันด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในกลางดึก หรือกลางวันไหนๆ
ตากอากาศบ้านพักริมทะเล บอยไม่อยากเห็นนิชคุณอารมณ์ไม่ดีเลยชวนพาไปหัดขับเจ็ตสกีเล่น นมช่อกลิ่นทนุธรรมและทางญาติฝ่ายของบอยที่มาพร้อมกับลูกชายของเขา ขอนั่งดูพวกเด็กๆ เล่นสนุกสนานกันดีกว่า ย่างอาหารทะเลรอเอาไว้ให้ยามที่เล่นเหนื่อยแล้วหิว
บอยสอนนิชคุณบังคับเครื่องเล่นอยู่ การที่สองหนุ่มวัยรุ่นใกล้ชิดด้วยกัน มันทำให้คนแก่บางคนตะหงิดใจชอบกล เผลอกำแก้วพลาสติกจนเบียร์ที่ดื่มเข้าไปเกิดแตก
"อุ้ย คุณแทน กำแก้วยังไงค่ะถึงแตก" นมช่อกลิ่นเห็นก็พูด แทนดึงสติกลับคืนมา
"ผมซุ่มซ่ามเองครับ"
"ผ้าค่ะ...เช็ด" นมช่อกลิ่นยื่นผ้าเช็ดให้ชายหนุ่มเช็ดมือและโต๊ะที่เลอะ
บอยสอนนิชคุณให้บังคับเรือแล่นเกิดกระตุก หนุ่มร่างบางก็ตื่นเต้นเป็นครั้งแรกที่กำลังหัดบังคับอยู่ เป็นชั่วโมงนานที่คนร่างบางจะเป็นได้
แทนเห็นว่านานสมควร กลัวเด็กจะไม่สบายก็ให้ขึ้นมาพัก
นิชคุณรีบขึ้นทันทีที่แทนเรียก แต่หารู้ไม่ว่าเสื้อคุ้มกันนิรภัยที่เด็กใส่อยู่ ด้วยความยังหนุ่มน้อย ถอดออกตรงหน้าโดยไม่เห็นใจคนแก่อย่างเขา อวดทรวดทรงภายในในเสื้อยืดสีขาวอย่างนั้นนั่นก็อดไม่ได้ที่จะกระเดือกลูกกลมๆ ลงคอ รีบบิดเบือนความรู้สึกไม่ให้เกิดขึ้นทันที
"ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ สนุกจนลืมเลย โอ้ย..นมอ่า"
นิชคุณชักมือกลับที่จะจับของกินเข้าปาก เมื่อนมช่อกลิ่นตีมือ
"ล้างมือก่อนค่ะ"
นิชคุณรีบไปล้างมือที่นมบอก แล้วกลับมานั่งข้างแทน ชายหนุ่มใหญ่รีบนำผ้าเช็ดผมเปียกให้คุณ
"อิจฉาจริง มีคนทำให้นาย ไม่มีใครทำให้ฉันเลย" บอยว่าขณะยกแก้วพลาสติกบรรจุน้ำเบียร์ขึ้นดื่ม
แทนโยนผ้าผืนหนึ่งให้หลานชาย
"ให้นมทำให้มั้ยค่ะ" บอยหันไปมองนมช่อกลิ่นข้างกัน 'ถ้านมเป็นสาว ผมจะยอมให้ทำเลยครับ ในใจพูด ยิ้มแห้งๆ ให้แก
นิชคุณมองบอยกับนมช่อกลิ่นตรงหน้า แค่นึกก็อดหัวเราะขำไม่ได้ ข้าวที่อยู่ในปากกระเด็น
"คุณ ทานข้าวดีๆสิ" แทนว่าให้
"ขอโทษครับ ก็อดหัวเราะไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
แทนเห็นนิชคุณมีความสุข เขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย
ความรักที่มีต่อเด็กหนุ่มก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะคิดนิชคุณแหงนหน้าขึ้นมอง
"อาแทน ผมทานเสร็จแล้วขอเล่นน้ำต่อน่ะ" แทนรีบปัดความรู้สึก
"พอแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบาย"
"โห แต่ว่าผมยังสนุกอยู่เลย ผมเพิ่งจะบังคับเจ็ตสกีได้แล้วน่ะ"
"ไม่ได้ ฉันพูดคำไหนก็คำนั้น" นิชคุณโดนแทนห้ามก็หน้าสลดทันที เมินหน้ากลับมาทันที แต่แทนก็ทันได้เห็นหน้าสลดของคุณ ใจกระตุกวาบทันที
"อาแทนก็สอนคุณได้นี่ครับ นี่คุณ...อาแทนตัวเต็งเลยล่ะ นักกีฬาทางน้ำอันดับ 1เลยเชียว"
"ห่ะ จริงเหรอ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย อาแทน...งั้น อาแทนมาสอนผม น่ะครับ...ผมอยากเก่ง" นิชคุณรีบหันมาอ้อนใหม่อีกที
เพิ่งจะโดนว่าอยู่แหม่บๆ ได้เห็นหน้าสลดนิชคุณเมื่อครู่ก็ไม่กล้าขัดใจกันอีก เลยยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองเพื่อคนที่ตนรัก มีรักกับเด็กนี่มันยากจริงๆ โดยเฉพาะกับคุณคนเดียว พยักหน้าตอบรับเพื่อจะสอนนิชคุณ
แทนสอนนิชคุณวิธีที่ถูกต้อง นิชคุณก็คอยจำทุกอย่างที่เขาสอน จับมือชายหนุ่มใหญ่ที่บังคับเครื่องยนต์อยู่
ชายหนุ่มใหญ่หัวใจกระตุกวาบขึ้นมาเต้นไม่เป็นส่ำ มือของคุณที่วางบนมือหนา ส่งผลให้หัวใจพองโต อยากกอดนิชคุณ ด้วยใจที่คิดปล่อยมือแล้วให้นิชคุณเล็งเครื่อง ใช่โอกาสที่อยู่ด้วยกันกอดเอวคนตัวเล็กแบบหลวมๆ
"อาแทน! แบบนี้ใช่มั้ยครับ"
"อือ"
แทนใช่ระยะเวลาสั้นให้ได้ใกล้นิชคุณมากที่สุด เพราะจะหาทางเข้าใกล้คนตัวเล็กยากมาก แบบชนิดที่ถึงเนื้อถึงตัว
ช่วงเย็นจัดฉลองวันเกิดนิชคุณ ทุกคนมีของขวัญให้กันหมด มีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่มี
"ขอโทษด้วยน่ะคุณ อาไม่รู้จะให้อะไรจริงๆ"
นิชคุณยิ้ม ไม่ได้โกรธที่ไม่ได้ของขวัญแค่เพียงคนเดียว
"ไม่เป็นไรครับ ไม่ได้ของขวัญจากอาแทนแค่ปีเดียวเอง แต่น้ำใจจากอาที่ให้ครอบครัวใหม่แก่ผมก็บุญโขมากครับ ผมมีความสุขกับครอบครัวใหม่มาก" คำพูดออกมาจากใจทั้งหมดนิชคุณ ซึ้งกินใจแทนมากแค่ไหน
"ฮึกฮึกฮึก ซึ้งใจมากอ่ะคุณ" บอยบีบน้ำตากับคำพูดไอ้ตัวเล็ก นิชคุณรู้ว่าบอยแกล้งทำ
รุ่งเช้า นมช่อกลิ่นออกมาทำข้าวต้มให้นิชคุณซึ่งนอนป่วย
แทนมารับอาหารที่โต๊ะเมื่อไม่เห็นคุณออกมารับข้าว เห็นนมถือถาดข้าวต้ม
"ให้ใครครับนม" นมช่อกลิ่นกำลังจะพ้นประตูแล้วต้องชะงักงันหันมาหาแทน
"อ่อ ให้คุณน้องคุณค่ะ แกไม่สบาย"
แทนอาสานำถาดอาหารไปให้นิชคุณถึงห้อง เจ้าเด็กหนุ่มนอนหลับยังไม่ได้สติ จับเนื้อตัวร้อนไม่มากเพราะนมช่อกลิ่นเช็ดตัวให้เป็นระยะไปแล้ว เหนื่อยคนแก่ดูแลเกือบทั้งคืน แล้วไม่ยอมไปปลุกเขา
"คุณ คุณ ตื่นขึ้นมากินข้าวกินปลา" แทนสะกิด ค่อยๆ ปลุกขึ้นมา ไม่มีท่าทางนิชคุณจะตื่นขึ้นมาสักนิด
หน้าตาซีดเซียว ปากอวบอิ่มก็ซีดเผือดไร้สีเช่นกัน
"เฮยยย เป็นไงล่ะทีนี้...ไม่สบายจนไม่ได้สติ หัวดื้อจริงๆ" แทนบ่นเสียงเบาพร้อมกับเอามือของตนลูบศรีษะคนหลับ ก่อนจะเลื่อนมือมาลูบที่แก้มเล็ก
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดขึ้นมาทันควัน พอที่จะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังตุบตับโครมคราม
แทนไม่อาจทนหัวใจที่เรียกร้องต่อไปได้ ค่อยๆ โน้มหน้าลงเสมอหน้านิชคุณ ริมฝีปากกระจับของเขาค่อยๆ แนบกับริมฝีปากอวบอิ่มเล็กแช่ค้างเอาไว้ ลมหายใจแทบหยุด
อยากจะสิ้นสติ อยากจะถลำลึกมากกว่านี้แต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจ
เขารีบออกจากห้องไปเพื่อตั้งสติ นิชคุณจึงลืมตาขึ้นมาได้
นิชคุณรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนแทนประกบจูบริมฝีปากเข้ามา แล้วลมหายใจที่รดต้นหน้านั่นอีก เอานิ้วแตะริมฝีปากที่ประทับจูบเข้ามาเมื่อครู่
To be continue...

อ่านไปก็ลุ้นไป เด็กน้อยจะรู้ไหมเนี่ย
ตอบลบ