รอยรัก รอยกรรม ตอนที่ 5
วันต่อมา นิชคุณก็ยังมาหาเทพพิทักษ์ที่ทำงาน ขมักเขม้นกับเกมที่นั่งเล่นอยู่คนเดียว เทพเงยหน้าขึ้นมองดูแล้วก็ยิ้ม ลิ้นที่นิชคุณยื่นออกมาจิกมุมปาก แหม..เห็นแล้วมันอยากจะจับลิ้นดึงจังเลย เห็นแบบนั้นแล้วก็วางปากกาลงแล้วลุกไปนั่งข้างตัวแสบ
"ไหน เล่นอะไร" เอาหัวไหล่ชนกันแล้วทำเป็นมองเกมในมือ หน้าตามีรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
"มาริโอ้ เนี่ยๆ คุณเทพ นิดกระโดดไม่ถึง..ช่วยหน่อยสิ"
"ไหนๆ" เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้หน่อยนึงแต่พอที่นิชคุณเผลอก็เข้าจุ๊บปากอวบอิ่มนั้นทันที
"อืออออ" มือถือหล่นลงพื้นเสียงดังตุ้บ เทพพิทักษ์ฉวยโอกาสเอามือรั้งท้ายทอยเอาไว้ให้รับจูบดูดดื่มของตน จูบจากคนบ้าที่ไม่ประสีประสาอะไร
"อื้อ" นิชคุณไม่ทันตั้งตัวมือทั้งสองของตัวเองจับแขนใหญ่ไว้ที่รั้งท้ายทอยของตน แทบจะหายใจไม่ทัน
จูบมันยังหวานเหมือนเดิมตอนที่เคยรักกันเมื่อชาติที่แล้วไม่มีเปลี่ยน ไม่ว่าจะเนิ่นนานมากี่ร้อยปีเพียงใด คนๆนี้แหละคือดวงใจของเขาที่ตามหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
นิชคุณรับจูบคนตัวใหญ่อยู่นานสักพักอารมณ์มันวาบหวามจนทำให้ตัวอ่อนปวกเปียกระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เทพพิทักษ์ถอนจูบออกแล้วหัวเราะขำ
"หึหึหึหึหึ" เพราะหน้าตาของนิชคุณมันเยิ้มจนตาลอยตาปรือแล้วก็แดงเถือกมากจนเป็นสีมะเขื่อเทศได้เลย ไม่เพียงแค่นั้น..ใบหูสองข้างนั้นอีกด้วย โธ่เอ้ย..เด็กน้อยจริงๆ แล้วเขาก็เช็ดน้ำสีใสออกจากปากที่เลอะให้ด้วยมือข้างเดียวที่รั้งท้ายทอยเมื่อครู่นี้ให้
ก๊อกก๊อกก๊อกก๊อก
เสียงเคาะประตูก่อนจะเป็นนิชฌานเข้ามาแล้วก็งงกับสภาพน้องชายตัวเอง
"คุณเป็นอะไรเหรอ ทำไมหน้าแดงอย่างนั้น" ยกนิ้วขึ้นมาชี้ที่น้องชายแว่บนึง
"อ่อ สงสัย... แดดคงจะแรงนะครับ เพราะเขานอนเล่นเกมตรงนี้นานไปหน่อย" เขาไม่อยากบอกว่าแกล้งนิชคุณลงไป จริงๆข้างหลังของเขาก็เป็นกระจกบานใหญ่เชื่อมระเบียงอยู่แต่มีม่านรูดดึงปิดไว้ ถ้าเอาตรงนี้เป็นข้ออ้างก็คงไม่ขึ้น
"หือ.. พี่ว่าไม่นะ มันน่าเป็น..."
"ว่าแต่มีอะไรหรือครับ" เขาแทรกขี้นกลาง
"เตรียมตัวเข้าประชุมนะ คุณแฮริซันมาแล้ว" เทพพิทักษ์พยักหน้าแล้วถึงลุกขึ้นไปเรียกใครนอกห้องแถวนั้นมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ ประชุมเสร็จแล้วเขาถึงจะกลับมา
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเรียบร้อยออกมาก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี เทพพิทักษ์เข้ามาที่ห้องทำงานเพื่อมาชวนนิชคุณไปหาของอร่อยนอกออฟฟิศทานกัน แต่เมื่อเข้าไปกลับต้องใจหายเพราะนิชคุณไปอยู่ที่ระเบียงแล้วและทำท่าจะกระโดดลงไปจากชั้นที่สูงที่สุด
"ออกไป อย่าเข้ามา... ผมกลัวแล้ว" นิชคุณเอามือปัดอากาศเหมือนปัดห้าม คงเห็นภาพหลอนอีกตามเคย
"คุณ! อย่ากระโดดลงไปนะ" เทพพิทักษ์เข้าไปห้ามไม่ให้ทำอะไรลงไปที่หน้าเสี้ยวหน้าคว้านขนาดนั้น
"คุณเทพ" นิชคุณมองเทพพิทักษ์สลับมองหลวงทัพ เทพก็หันมองข้างตัวเองทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วหันมองนิชคุณอีกที
"ตายแล้ว ท่านประธาน..ผมขอโทษครับที่ดูคุณนิชคุณได้ไม่ดีพอ" พนักงานที่เทพพิทักษ์สั่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนนิชคุณชั่วคราวกลับเข้ามาในห้องเจ้านายตัวเองเพราะไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำ กล่าวคำขอโทษขอโพยยกใหญ่
"เกิดอะไรขึ้น? เหี่ยแล้ว..ไอ้คุณ" แล้วก็ตามมาด้วยนิชฌานเข้ามาในห้อง
"พี่ฌาน ฮือฮือฮือฮือ" นิชฌานเดินมาอยู่ข้างเทพพิทักษ์
"นิชคุณเกิดอาการภาพหลอนอีกแล้วครับ"
"อือ พี่เห็นแล้ว.. คุณ..อย่าทำอะไรนะอยู่เฉยๆ"
"หลวงทัพ เขามาอีกแล้ว. อยู่นั่น..อยู่ตรงนั้น ผมกลัวแล้ว.. ผมจะไม่ยุ่งกับคุณเทพอีกแล้ว จะไม่ยุ่งจริงๆผมขอร้อง" นิชคุณปล่อยมือพนมไหว้ ทุกคนตกใจที่คุณต้องร่วงลงไปแน่
"คุณอย่าปล่อยมือ!" นิชฌานตะโกน เทพพิทักษ์ถลากระโดดเข้าไปรับรีบกอดเอาไว้ตรงระเบียง ถ้าต้องร่วงลงไปด้วยกันทั้งคู่เขาก็ยอมตายไปพร้อมกันแต่ก็โชคดีที่สุดทั้งคู่อีกนั่นแหละ
ฌานรีบเข้าไปช่วยน้องพานิชคุณข้ามระเบียงเข้ามา เขาเริ่มรู้สึกผิดบาปที่พาน้องชายเกือบมาตาย นี่แค่เพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วันเองกลับมีเรื่องมีราว เขาจะทำอย่างไรดีต้องลาออกจากงานอีกหรือเปล่า
เทพพิทักษ์พานิชคุณเข้ามาในห้อง พนักงานที่อยู่ด้วยก็รีบช่วยปิดประตูล๊อคกลอนลงอย่างแน่นหนา แล้วก็ห่วงตัวเองด้วยว่าต้องโดนไล่ออกอย่างแน่นอน
"มันเกิดอะไรขึ้น.!.. ทำไมน้องฉันต้องไปอยู่ตรงนั้นด้วย" นิชฌานเข้าไปกำคอเสื้อพนักงานชายคนนั้นแล้วต่อว่า
"ผะผม..ผมไม่รู้ครับ ก่อนหน้านั้นยังดีๆอยู่เลย คุณนิชคุณยังนั่งเล่นเกมอยู่ ผมไปเข้าห้องน้ำแปปเดียวออกมาก็เป็นอย่างนี้แล้ว" โธ่เว้ย ฌานปล่อยเสื้อในกำมือออก แล้วพนักงานคนนั้นก็รีบออกไปจากห้อง
ตัวเองเกือบต้องเสียดวงใจอีกครั้งถ้าเขารับนิชคุณไว้ไม่ทัน นิชคุณเสียขวัญมากจนเขาต้องกอดปลอบ
"ไม่ อย่ามายุ่ง.. คุณเทพอย่ามายุ่งกับผมน่ะขอรับ" นิชคุณผลักคนร่างใหญ่ออก เทพพิทักษ์ไม่เข้าใจต้องมุ่นคิ้ว
"บ่าวไม่อยากให้คุณเทพเดือดร้อนเพราะบ่าวอีก"
"ไปคุณ กลับบ้าน..พี่จะไม่ให้เรามาที่นี่อีกแล้ว" ฌานเข้ามาจับมือน้องชายให้ลุกเดินตาม เทพพิทักษ์ก็ลุกขึ้นเดินตามสองพี่น้องไปคุยให้เข้าใจ
"พี่ฌาน.. พี่จะพานิชคุณไม่ให้มาที่นี่ผมไม่มีปัญหา ถ้าพี่จะจับเขาแยกออกจากผม..ผมไม่อนุญาติ" ฌานชะงักเท้ากึกมองหน้าคนตัวใหญ่
"แล้วแต่นายนะ แต่พี่จะไม่ยอมคุณให้ต้องเป็นอะไรอีก ฉันกลัว.. กลัวจะต้องเสียน้องไปอีกคน คุณคือสุดท้ายในครอบครัวของพี่ เข้าใจมั้ย"
"เข้าใจสิครับ มันต้องมีทางออก.. ผมต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้หลวงทัพมันต้องการอะไรกันแน่.. หรือว่าคุณ.... ป่วย แล้วก็หลอนไปเอง" นิชฌานไม่รู้จะพูดอะไรออกไป มีทางเดียวคือพานิชคุณกลับบ้านไปเสียก่อน
เมื่อนิชฌานพาดวงใจของเขากลับไปแล้วตัวเขาก็มานั่งเครียดกับเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้น
ไอ้เรือนไทยหลังนั้นรึเปล่าที่เป็นสาเหตุ
ไม่รอช้า เขาขับรถไปที่ชลบุรีขึ้นไปบนเรือนไทยพร้อมกับของสองสิ่ง...น้ำมันกับไม้ขีดไฟ
"เพราะไอ้เรือนไทยหลังบ้าๆนี้ใช่มั้ยเป็นต้นเหตุ งั้นฉันจะจบลงด้วยวิธีนี้" เทพพูดไปแล้วราดน้ำมันลงไปที่เรือนรอบๆบริเวณ
หลวงทัพยืนดูอยู่กับไอ้มากและไอ้บุญ สองวิญญาณบ่าวยกมือไหว้ขอร้องไม่ให้คุณเทพทำแบบนั้นลงไปทั้งที่ยังไม่ได้ถูกการอโหสิกรรมให้ ถึงแม้ชายหนุ่มใหญ่จะไม่เห็นพวกตนก็ตาม
ราดน้ำมันลงไปจนหมดลิตรแล้วก็เอาไม้ขีดไฟขึ้นมาจุด
พรึบ~
ไม้ขีดไฟดับ เทพพิทักษ์ก็จับขึ้นมาจุดใหม่
พรึบ~
"สงสัยถ้าจะจริงอย่างที่นิชคุณพูด มีผีที่เรือนไทย เฮี้ยนนักเหรอ.. ตามมาหลอกมาหลอนกันไม่เลิก"
"โธ่ คุณเทพ.. พวกเราไม่ได้ทำน่ะขอรับ ไอ้นิดมันหลอนไปเอง" แต่คุณเทพก็ไม่ได้ยินพวกเรา
"พ่อเทพหลงมันจนหัวปักหัวปำจนถึงขั้นจะเผ่าเรือนกู" หลวงทัพว่า
"แต่คุณเทพไม่เห็นพวกเรา แล้วจะทำอย่างไรดีให้คุณเทพอโหสิกรรมให้พวกเราก่อนจะได้ไปผุดไปเกิดขอรับ" ไอ้บุญพูด
"เอ็งยังคิดอยากจะไปเกิดอยู่อีกรึ"
"แล้วคุณท่านไม่อยากไปเกิดหรือขอรับ"
"คนอย่างเอ็งมันมีบาป คิดหรือว่าจะได้ไปเกิดเป็นมนุษย์"
"ก็เพราะใครล่ะขอรับที่ทำให้พวกบ่าวเป็นเยี่ยงนี้" ไอ้บุญต่อว่าคุณหลวงกรายๆ
"เอ็งว่ากูผิดสิน่ะ แล้วไงว่ะ...กูเป็นนายพวกมึง ถ้าพ่อเทพไม่ให้อภัยกู กูก็อยู่ของกูอย่างนี้"
นิชฌานไม่ให้นิชคุณไปที่ทำงานอีกเลย คนเป็นน้องก็ยังทำตัวกลับคำพูดจะมาหาเทพพิทักษ์ให้ได้ ปากบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว
ส่วนเทพพิทักษ์ก็ไม่เห็นนิชคุณมาก็คงจะเป็นเพราะพี่ชายของเขาบังคับไม่ให้มา
ฌานเอาเอกสารมาให้เทพอ่านแล้วเซ็นอนุมัติ เขาทำนิ่งเฉยกับคนเป็นนายทั้งที่เป็นประธานรุ่นอ่อน พอเรื่องกระดาษเสร็จก็เดินออกไป แต่ก่อนจะออกเทพพิทักษ์ก็ขานทักซะก่อน
"คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ" ฌานหยุดที่ประตูยังไม่ได้เปิดออกไปแล้วก็ถอนใจออกมา
"มันก็อยากมาหานายนั่นแหละ เอาอะไรกับคนบ้า.. ไอ้คุณมันก็กลับคำพูดบ่อย บอกจะไม่ยุ่งกับนาย.. สุดท้ายมันก็อยากมา" เขาบอก
เทพพิทักษ์ดีใจที่นิชคุณยังนึกถึงเขาแม้ตัวจะอยู่ที่บ้านก็ตาม
"ผมไปเยี่ยมเขาได้มั้ย"
นิชฌานหันกลับมาจ้องคนเป็นนาย แล้วหันเดินไปนั่งที่ชุดโซฟาตัวยาวและถอนหายใจหนักกว่าเดิม วางแฟ้มเอกสารไว้ที่โต๊ะตัวเล็กข้างหน้า
"พี่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วว่ะ เหนื่อย.. ที่ต้องแบกรับภาระไว้ที่ตัวเองคนเดียว" เทพพิทักษ์มองตามคนที่พูด แล้วก็ลุกไปนั่งโซฟาตัวเดี่ยวใกล้กัน ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เห็นใจ เขาก็กำลังทำอยู่ด้วยการแบ่งเบาภาระดูแลนิชคุณให้
ฌานศอกชันกับเข่าสองข้างแล้วเอามือลูบหน้าตัวเองด้วยกลุ้มใจแล้วค้างมือไว้กับข้างแก้ม แล้วถึงจะลดฝ่ามือลงประสานกัน
"พ่อตายไปเพราะฝีมือนิชคุณ ไอ้คุณเอามีดแทงพ่อ มันคิดว่าเป็นไอ้คุณหลวงทัพมาหลอกมัน" ความในใจของฌานถูกเปิดเผยขึ้น
เรื่องร้ายแรงในครอบครัวเกิดขึ้นขนาดนี้ เทพพิทักษ์อึ้งใจ อีกแล้วเหรอ.. ไอ้หลวงทัพอีกแล้วเหรอ
"ส่วนแม่ ..... ไอ้คุณมัน.. ผลักแม่จนจมน้ำตาย มันกลัวน้ำในคลอง สองเหตุการณ์ที่พี่ไม่ได้อยู่ด้วย"
เขาพูดไม่ออก.... พูดไม่ออกจริงๆ นิชคุณทำร้ายพ่อกับแม่ตัวเองเพราะมีไอ้หลวงทัพเป็นตัวการทั้งหมด ครอบครัวของนิชคุณต้องเจอเรื่องราวร้ายแรงอย่างนัก เขาเริ่มจะนั่งไม่ติด
"นิชคุณเขาไม่ผิด ผมต่างหากที่ผิด" เทพพิทักษ์เอ่ย นิชฌานงงไม่เข้าใจมองหน้าเจ้านายคนที่เป็นรุ่นน้อง
"ยังไง มันคืออะไร"
"ชาติที่แล้ว ผมเป็นคนขโมยสร้อยทับทิมให้กับนิดเอง เพราะเห็นว่าสร้อยเส้นนั้นมันเส้นเล็ก หลวงทัพ... ในอดีตคือพ่อของผม คงจะไม่คิดเล็กน้อยถ้าผมจะเอาสร้อยทับทิมนั้นมอบให้กับนิดไป แต่กลายเป็นว่าเป็นเรื่องใหญ่โต...เลยเฆียนตีนิดจนบาดเจ็บสาหัสแล้วก็บอบช้ำ และมันไม่ได้มีแค่นั้นด้วย.. ผมกับนิด.. หรือจะบอกว่าชาติที่แล้วนิดก็คือนิชคุณในปัจจุบันนั่นเอง ผมกับนิด... เรารักกัน หลวงทัพไม่ชอบใจ เลยสั่งให้บ่าวสองคนฆ่าปิดปาก... เรื่องราวทั้งหมดที่นิชคุณเล่าให้พี่ฟังเป็นความจริงทั้งหมด ผมกับหลวงทัพเราเป็นอริกัน.. แล้วผมก็ฆ่าไอ้บ่าวสองคนนั้นด้วย" ทุกอย่าง เทพพิทักษ์เล่าออกมาจนหมดเปลือก
"ทำไม นายถึงรู้" ฌานงง คนร่างใหญ่เงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้น
"เพราะ เพราะผมฝันถึงคุณบ่อย.. ฝันเห็นคุณเขา.. เขาตายยังไง"
"อย่างนี้สินะ.. หัวใจสองดวงที่ผูกพันกันมา"
"ครับ" เทพตอบพร้อมกับพยักหน้าเบา "ถ้าจะมีคนผิดก็คือผม หลวงทัพทำจนเกินไป... จนผมเกือบจะเผ่าเรือนไทยนั้นทิ้ง"
"หมายความว่ายังไง นี่..เมื่อวานนายไปที่ชลบุรีมาอย่างนั้นเหรอ"
"วิญญาณที่นั้นคงมีจริง ขนาดผมจุดไม้ขีดจะเผ่าเรือนมันยังดับสองสามรอบ" นิชฌานขมวดคิ้วมุ่น แล้วต้นดอกคูณนั้นละ
"แล้ว ศพที่อยู่ใต้ต้นดอกคูณนั่นก็.. แต่ตรงนั้นทำไมถึงเขียวชอุ่มเฉพาะตรงนั้น"
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะมีคนดูแลอยู่แถวนั้น"
"พี่ว่าเรือนไทยหลังนั้นต้องการอะไรมากกว่าน่ะ" นิชฌานคิด
"พี่คิดอะไรอยู่"
"ที่ไอ้หลวงทัพตามหลอกหลอนไอ้คุณ คงต้องการสื่อสารทางอ้อมโดยผ่านทางไอ้คุณมาถึงนาย คงอยากไปเกิดหรือไม่ก็อโหสิกรรมให้" เทพพิทักษ์คิดตาม
"พี่คิดอย่างนั้นหรือครับ แล้วทำไมต้องผ่านทางนิชคุณด้วย จนทำให้นิชคุณเป็นบ้าแบบนั้น"
"นั่นสิ"

ความกลัวก่อนตาย มีผลมาจนถึงปัจจุบันเลยนะ น่าสนใจที่ทั้งคู่มีความฝันที่เชื่อมต่อกัน
ตอบลบ