รอยรัก รอยกรรม ตอนจบ








"คุณเทพ.."  นิชคุณปรบมือดีใจที่เทพพิทักษ์มาเยี่ยมตนถึงที่บ้าน  เข้าไปจูบคนร่างใหญ่ที่เคยชิงจูบตนเอาไว้เมื่อวันก่อน  นิชฌานและภรรยาของเขาอึ้งไปที่ไอ้แสบกล้าจูบคนต่อหน้าให้เห็น  และพวกเขาก็ไม่เคยจูบกันให้คุณเห็นด้วย  รู้สึกเอะใจชอบกล.. ถ้ามีใครบางคนทำให้นิชคุณเห็น


"เทพ.. นายทำแบบนั้นกับคุณรึเปล่า"  คาดคั้นถาม  เทพพิทักษ์ไม่กล้าตอบ...ใบหน้าของเขาก็แดงเพราะอายต่อหน้าพี่ชายคนรัก


"โธ่.. พี่ฌาน  จะเป็นไรไป  ทีพี่ยังจูบกับพี่แพรวได้เลย"  นิชฌานกับภรรยาของเขาตาโต


"นี่แกแอบเห็นงั้นเหรอ"


"เอ้า  ทำไมอ่า..น้องจะจูบกับคนรักของตัวเองมันผิดตรงไหน  ม๊วฟ~"  นิชคุณทำหน้างง  คนรักกันก็ต้องแสดงความรักกันสิ...ใช่มะๆ แล้วก็ทำท่าปากม๊วฟส่งจูบใส่พี่ชายดู


"ขอโทษครับ  ที่ผมละลาบละล้วงนิชคุณ..ก็แค่จูบนิดหน่อย"  เทพพิทักษ์เอ่ยกล่าวขอโทษแสดงสีหน้าว่าผิดจริงๆ


จากนั้นนิชคุณก็จูงแขนชายหนุ่มเข้าไปในบ้านตัวเอง  อวดบ้านอวดช่องที่ตนอยู่ให้คนรักเห็น  พออวดเสร็จก็พาไปนั่งเล่นที่สวนหย่อมหน้าบ้านพร้อมกับน้ำและขนมนมเนยให้ขบเคี้ยวเล่น


"คุณเป็นอย่างไรบ้าง"  นิชคุณนั่งท้าวค้างแก้มสองข้างมองหน้าหนุ่มคนโตไม่วางตาแล้วยังทำท่าส่งจุ๊บให้อยู่ระยะ


นี่เขาทำอะไรผิดงั้นเหรอ  นิชคุณทำท่าส่งจุ๊บให้เขาไม่หยุดสักที  แต่ก็น่าตีปากนั้นซะเหลือเกิน  ว่าแล้วตัวเองยกมือขึ้นมาตีปากจริงๆแต่แค่เบา


"คุณเทพตีปากนิดทำไมอ่า"


"หยุดทำได้แล้ว"  แล้วชี้นิ้วคาดโทษให้  "ต่อหน้าคนอื่นอย่าทำนะ...เข้าใจมั้ย"


"ถ้าอยู่กันสองคนทำได้ใช่ม้าา"  แก่แดดจริงๆ แต่เราก็พลาดไปแล้ว  ย้อนคืนกลับไม่ได้แล้วนี่นา 


จะว่าไป  อาการของคุณบางครั้งก็เหมือนคนปกติทั่วไป  ถ้าไอ้หลวงทัพไม่ตามหลอกหลอนกัน


ด้วยจิตใจของเทพพิทักษ์ที่คิด  นิชคุณซึ่งสวีทหวานแหววกันอยู่  หลวงทัพก็ปรากฏตัวขึ้นมาอยู่ข้างหลังชายหนุ่มใหญ่  คนร่างโปร่งเห็นอาการก็หน้าซีดทันที


"หลวงทัพ  มันมาอีกแล้ว"  เทพพิทักษ์เอี้ยวทั้งตัวและหน้าควับไปด้านหลังไม่มีใครอยู่ 


"ไอ้นิด  มึงฟังกู.. มึงต้องบอกพ่อเทพให้มาปลดปล่อยกู"  หลวงทัพบอก


"ไม่  อย่า..."


"คุณ"  เทพพิทักษ์ไม่ได้ดลจิตดลใจอะไรให้คิดถึงหลวงทัพอะไรนั่นสักหน่อย  แต่อาการนิชคุณกำเริบขึ้นอีกแล้ว  รีบลุกขึ้นไปคว้าตัวคนร่างเล็กมาไว้ใกล้ตัวในอ้อมแขนตัวเอง 


"ไม่  คุณเทพปล่อย"


"ไอ้นิด  มึงต้องพูดกับพ่อเทพเดี๋ยวนี้"


"ไม่"  นิชคุณส่ายหน้าดิ้นในอ้อมอก  ไม่อยากได้ยินเสียงสัมภเวสีเลยอุดหูปิดหูตัวเอง


"หลวงทัพ.. ปล่อยนิชคุณไปเหอะ... อย่ามาระรานกันอีกเลย"  เทพพิทักษ์กล่าวออกไปในอากาศ


โธ่..พ่อเทพ  ยังจะห่วงไอ้นิดอยู่อีกได้  ฉันต้องการอยากจะให้แกอโหสิกรรมให้กัน


หลวงทัพไม่รู้ต้องทำอย่างไรให้พ่อเทพเข้าใจ  มองนิชคุณในอ้อมแขนลูกชายตัวเอง  มีทางเดียวคือต้องยืมร่างนิชคุณสื่อสาร  ตนก็ไม่ได้อยากจะข้องเกี่ยวกับนิดสักเท่าไร  เพราะยังเคืองเรื่องคู่ครองลูกชายไม่หาย  ตัวเองจึงรวบรวมพลังที่มีทั้งหมดเข้าสิงร่างนิชคุณ 


นิชคุณตัวชักกระตุกวูบหนึ่งก่อนจะนิ่งเฉยไป  เทพพิทักษ์แปลกใจอาการคนตรงหน้าเลยคลายอ้อมกอดออก


"คุณ  เป็นอะไรหรือเปล่า"  เทพหยั่งเชิงถาม


หลวงทัพซึ่งสิงคนร่างโปร่งอยู่ก็เงยหน้าขึ้นควับจ้องลูกชายตนเองด้วยตาแข็งกร้าวดุดัน


"พ่อเทพ  ฟังฉันน่ะ... แกต้องปลดปล่อยวิญญาณฉัน  บาปกรรมที่ตามกันมาในอดีตชาติจะได้จบลง  ได้ยินมั้ย"


"หลวง..หลวงทัพ!?"  เทพกึ่งตกใจและแปลกใจ


"ใช่  ฉันคือหลวงทัพเป็นพ่อของแก  ฉันยืมร่างนิดเพราะต้องการสื่อสารแกให้เข้าใจ  ได้ยินมั้ย...ไอ้บ่าวสองตัวที่เอ็งฆ่าพวกมัน  ก็ต้องการให้แกอโหสิกรรมให้จะได้ไปชดใช้กรรมกัน  ได้ยินมั้ยพ่อเทพ"  กล่าวจบวิญญาณหลวงทัพก็ออกจากร่างนิชคุณไป


ร่างของนิชคุณกระตุกวูบชั่วครู่จนร่างกายเซถอยหลัง  เทพพิทักษ์เห็นก็รีบจับร่างนั้นไว้ไม่ให้ล้มทั้งยืน


"คุณ!  คุณเป็นอะไร?"  นิชฌานเดินออกมาหวังจะมาเชิญสองคนเข้าไปทานอาหารเช้าในบ้านกลับเห็นน้องชายตัวเองเป็นลมเสียแล้ว  "เทพ.. คุณเป็นอะไร"  เทพถอนหายใจใหญ่ก่อนจะบอกความจริง


"หลวงทัพเข้าสิงร่าง"


"ห่ะ..มีแบบนี้เกิดขึ้นแล้วเหรอ  มันชักจะมากไปแล้วนะ  ตามหลอกหลอนไอ้คุณไม่เลิก  ฉันอยากจะสาปแช่งจริงๆเลย"  ฌานแค้นแทนน้องชาย  "แล้วมันต้องการอะไร?" 


"อโหสิ  หลวงทัพเข้าสิงร่างคุณ... เพื่อที่ต้องการจะสื่อสารให้ผม... หรืออาจจะนิชคุณด้วย  อโหสิกรรมให้แก่กัน  คงอยากจะไปเกิดแล้วนะครับ"  คำพูดของเทพพิทักษ์ทำนิชฌานอึ้งและเงียบ


เพิ่งจะสำนึกได้ตอนนี้  มันไม่สายไปหน่อยเหรอ  ที่ผ่านมาไอ้คุณต้องก่อกรรมกับพ่อและแม่  น้องเขาต้องกลายเป็นคนมีบาปติดตัว  มันสายไปมั้ยที่เพิ่งจะมาสำนึกตัวเองเอาป่านนี้


"ผมว่าเราควรทำอะไรสักอย่าง"  เทพพิทักษ์เอ่ยขึ้น  ฌานไม่เข้าใจเจ้านายตัวเอง






"แกต้องทำนะคุณ  ไม่ทำไม่ได้..ไม่งั้นไอ้หลวงทัพก็จะตามหลอกหลอนแกไม่หยุดไม่เลิก"


"ไม่เอาอ่า.. คุณนั่งสมาธิไม่เป็น"  นิชคุณโวยนั่งกอดอกหน้าง้ำหน้างอ


"ไม่เป็นก็ต้องทำ"  ก่อนที่นิชคุณจะแดดิ้นนอนกับพื้น


เทพพิทักษ์หายหน้าไปเลยจากชายหนุ่มร่างโปร่ง  นิชคุณทั้งน้อยเนื้อต่ำใจและถูกบังคับให้ห่มขาวทั้งชุดแล้วมานั่งกรรมฐานที่วัด  ทำสมาธิไม่ค่อยจะได้เพราะกิเลสยังไม่ตัด  จิปากก็แล้วลุกเดินนั่งนอนก็แล้ว...รำคาญอกรำคาญใจ


"เขาไม่มีวันจะกลับมาหาโยมหรอก  ถ้าโยมยังมัวยึดติดกับเขาอยู่  ทางที่ดีนั่งหลับตาทำใจให้สบาย"


นิชคุณขัดใจเมื่อพระที่นั่งกรรมฐานอยู่ตรงเบื้องหน้ากับเขาและคนอื่นๆที่เหมือนกับตนทั้งที่ตาหลับอยู่เฉยๆเอ่ยขึ้น  ฮึดฮัดใส่แล้วจะนั่งทำสมาธิเริ่มต้นใหม่  แต่จะทำอย่างไรได้ก็ไม่เป็นผลจึงลุกออกไปจากวงนั่งกรรมฐานนั่นเสีย


"คุณเทพไปไหนของเขา  ทำไมไม่มาหานิดน่ะ" 


"เขาไม่ได้ไปไหนหรอกโยม  ก็อยู่ใกล้กันกับโยมนั่นแหละ"


"หลวงพ่อรู้เขาไปไหน  อยู่ไหนๆๆ  หลวงพ่อมีตาทิพย์เห็นใช่ม้า"  นิชคุณตาวาวขึ้นมาทันที  เจ้าอาวาสวัดที่สอนนั่งกรรมฐานในโบจถ์เมื่อครู่เป็นคนบอก  แล้วก็พานิชคุณไปหาชายหนุ่มคนรักที่น้ำตกท้ายวัด


คนร่างโปร่งดีใจที่เทพพิทักษ์อยู่วัดเดียวกับเขาและนั่งหลับตาอยู่ตรงเบื้องหน้าน้ำตกนั่น


"ทำไมหลวงพ่อไม่บอกให้ผมรู้  เป็นพระพูดปดเป็นบาป"  นิชคุณต่อว่า


"อาตมาพูดผิดตรงไหนเหรอถึงจะเป็นบาป"  เจ้าอาวาสพูดด้วยหน้านิ่ง


อุ้ย...นั่นสิ  พูดผิดตรงไหนว่ะ  แต่หืม..คุณเทพอยู่นี่แล้วไปหาดีกว่า


นิชคุณก้าวเดินไปได้หนึ่งก้าวต้องหยุด


"ถ้าโยมเข้าไป  โยมก็จะเป็นคนบาปหนาไม่ให้น่าอภัย"  นิชคุณงงเลยหันมาหาหลวงพ่อใหม่


"คุณเป็นคนบาปยังไง  ก็คุณจะไปหาคุณเทพคนรักของคุณ"


"ก็เขากำลังสร้างบารมีให้กับตัวเอง  ถ้าโยมเข้าไปก็จะไปขัดศรัทธาของเขา  แล้วเขาก็จะโกรธโยมด้วย... โยมไม่อยากมีบารมีกับเขาบ้างรึ"


"บารมี  บารมีเป็นยังไง"  ขมวดคิ้วเข้าหากัน


"หากใครที่มีบารมี  คนๆนั้นจะได้รับการยกย่องมีหน้ามีตา..เป็นคนที่รู้จักในมวลหมู่ประชาชน  และเป็นที่รักของคนรอบข้างด้วย  แล้วโยมล่ะ..ไม่อยากมีเหมือนคนรักอย่างเขาบ้างรึ"  หลวงพ่อสาธยายให้ฟัง


"อยากสิ  อยากมีบารมี... อยากให้คนได้รู้จักคุณเยอะๆ"  นิชคุณยิ้มชอบใจ


"งั้นก็นั่งสมาธิ"


"ไปๆๆ  ไปนั่งสมาธิ"  คนร่างโปร่งว่าแล้วก็วิ่งกระโดดไปนั่งกรรมฐานที่เดิมของตนเองในโบจถ์ 


หลวงพ่อยิ้มให้ความแก่นแก้วของนิชคุณ  แล้วถึงจะไปทำกิจกรรมของสงฆ์แทน


นิชคุณพยายามที่จะนั่งกรรมฐานให้ได้เหมือนเทพพิทักษ์ไม่ว่อกแว่กหลุดออกจากสมาธิ  แต่มีบ้างที่หลุดลืมตาขึ้นมาดูข้างเดียวแล้วก็หลับตาลงไปใหม่  หลวงพ่อนั่งมองในทีแรกก็ขบขัน  พอนานเข้านิชคุณก็เริ่มทำได้


เทพพิทักษ์หลุดจากกรรมฐานขึ้นมาแล้วไปยืนมองเห็นการกระทำของไอ้แสบทั้งหมดแล้วก็ยิ้ม  เขาเข้าใจคนรักดีถึงจะยากเย็นนิดหน่อยแต่ก็สามารถทำได้จนสมาธินิ่งในที่สุด


"พ่อเทพ"


เทพพิทักษ์หันตามเสียงมาจากทางด้านหลังของตน  เข้าไปหยุดตรงหน้าวิญญาณหลวงทัพและวิญญาณบ่าวผู้ชายนั่งคุกเข่าขนาบข้างชายวัยชราผู้เฒ่าถือไม้เท้า  และก็เพิ่งจะได้เห็นหน้าหลวงทัพเป็นครั้งแรกอีกด้วย


"คุณเทพ  พวกบ่าวอยากให้คุณเทพ...อโหสิกรรมให้ขอรับ"  ไอ้บุญเป็นคนเริ่มพูดก่อน


เทพพิทักษ์มองวิญญาณ3ดวง  ทั้งหมดทั้งมวลควรจะจบลงแต่เพียงเท่านี้ 


"ผมอโหสิกรรมให้พวกคุณ  บาปที่ผมทำกับคุณไว้ชาติที่แล้วอโหสิให้ผมด้วยนะครับ"  เทพพิทักษ์ยิ้มหลวงทัพก็เช่นกัน  เข้าใจตัวเองแล้วการเป็นพ่อคนควรเป็นเช่นไร  ไม่ควรเข้มงวดกับลูกกับเต้าจนเกินไปให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา


บุญกับมากยิ้มแย้มและชีวิตมีสีขึ้นมาทันที  ไม่ได้อมทุกข์เป็นสีดำอีกแล้ว  คุณหลวงก็เช่นกันอีกครั้งเหมือนได้นุ่งผ้าผ่อนใหม่  แล้ววิญญาณทั้ง 3ดวงจึงจะได้ไปชดใช้กรรมเสียที


ชายหนุ่มใหญ่รู้สึกอิ่มบุญและอิ่มกายกับการได้ทำกรรมฐานครั้งนี้หมายความว่าได้ผลเกินคาดตอบรับ  ต่อไปนิชคุณจะได้ไม่ต้องกลัวหรือพะว้าพะวงเรื่องหลวงทัพอีกต่อไป  คงไม่มีฝันร้ายอีกแล้ว


เทพพิทักษ์หันกลับไปก็พบพระสงฆ์รูปเดิมเจ้าอาวาสยืนสงบมองให้ที่ตน


"อโหสิกรรมให้กันคือการทำดีที่สุดแล้วโยม"


"ครับหลวงพ่อ"  ก่อนท่านจะเดินจากไป





"อะไรนะ  คุณเทพกลับไปแล้วเหรอ"  นิชคุณงอแงที่เทพพิทักษ์ไปแล้วโดยไม่ยอมเข้ามาบอกหรือกล่าวอะไร


"เดี๋ยวก็ได้พบกันนะโยม"  หลวงพ่อพูด  นิชคุณเบ้ปากหน้าเศร้า  อีกนานเท่าใดเขาถึงจะหลุดออกจากตรงนี้


"ถ้าโยมคิดว่าตัวเองเก่งแล้วก็ไปได้นะ  อาตมาไม่ได้ห้าม" 


กรรมที่นิชคุณทำไว้กับพ่อแม่ยังไม่หมดสิ้น  กรรมที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจที่เผลอพลั้งทำลงไป  ยังต้องอยู่ทำกรรมฐานจนกว่าจะทุเลาลงเบาบางไป


คุณเทพไม่มาหา...พี่ชายของตัวเองก็เช่นกัน


"คุณ"  นิชคุณยิ้มต้องเป็นเทพพิทักษ์แน่เลยที่มาหา  เลยหันไปดูแต่กลับหุบยิ้มหน้าบูดทันทีเมื่อเป็นพี่ชายมาเยี่ยม  "เป็นไงบ้าง  ไม่เจอกันเกือบเดือน" 


"นึกว่าจะไม่มาหากันซะแล้ว  เคืองอยู่เหมือนกันไม่มีใครมาหาคุณเลยสักคน  เนี่ย..กินแต่ผักกับหญ้า"  นิชคุณตัดพ้อ


"พี่ต้องทำงานแทนเจ้านายนะเว้ย  เจ้านายไม่อยู่พี่ต้องรับหน้าที่แทนทุกอย่าง" 


ไม่อยู่... หมายความว่าไง  คนร่างโปร่งมุ่นคิ้ว


"ไม่อยู่  คุณเทพพิทักษ์ไปไหนของเขา"


"พูดจารู้เรื่องนี่หว่า  พามาวัดตั้งนานไม่เคยยอมเข้าสักที"  เอามือวางไหล่น้องชายข้างหนึ่ง


"ก็  อืม... หลวงพ่อที่วัดช่วยคุมและแนะนำอะไรนิดๆหน่อยๆ"


"ดีแล้วละ..."


"พี่ยังไม่ตอบเลย  คุณเทพพิทักษ์เขาไปไหน" 


"ก็มีอยู่ที่เดียวนั่นแหละ"  นิชคุณใช้สมองคิด





"อา...วางตรงนั้นเลย"


"ครับ"


"ดูดีขึ้นทันตาเลย  ต่อไปคนไปไทยมาจะได้ไม่ต้องกลัว"  เทพพิทักษ์เอ่ยกล่าวกับคนมือขวาของตัวเอง  มองโถงเรือนไทยและตามมุมต่างๆ 


"ครับเจ้านาย" 


เทพพิทักษ์เนรมิตเรือนไทยให้กลับมาดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อน  จากทีแรกที่ตั้งใจไว้ว่าจะรีโนเวทเป็นรีสอร์ทกลับล้มเลิกความคิดไป  เลยทำเป็นที่พักซะเลย  แต่ไม่แน่ว่าอาจจะทำเป็นอย่างอื่นแทน


ต้นดอกคูณดอกสีเหลืองบนต้น  ลมพัดอ่อนบวกกับแสงแดดอ่อนๆจากพระอาทิตย์ช่วงสายของตอนเช้า  คิดถึงคนอีกคน...จนป่านนี้แล้วจะจำศีลเป็นอย่างไรบ้าง  เป็นเดือนที่ไม่ไปให้เห็นหน้าเพราะต้องการให้นิชคุณตั้งใจตั้งมั่นในศีลธรรมเพื่ออะไรดีขึ้น  เขาหยิบดอกคูณที่อยู่บนพื้นขึ้นมาดูแล้วยกยิ้มบาง  แล้วก็มองหลุมศพใหญ่ที่กลบด้วยหญ้าเขียวชอุ่ม


"ผมไม่รู้นะว่าจะใช่หรือเปล่า  เพราะหลุมมันไม่น่าจะใหญ่ขนาดนี้"


"ทำไมหรือครับ"  เทพพิทักษ์หันมองคนไม่ให้สุ่มให้เสียง 


นิชคุณเพิ่งมาถึงพอดีได้ยินเทพพูดถึงหลุมศพใหญ่ตรงหน้าชายหนุ่มคนโต  แล้วไปหยุดยืนเผชิญหน้ากัน


"คุณเทพคิดว่ายังมีอะไรอยู่ในหลุมอีกหรือครับ"  คนตัวเล็กพยายามกลั้นยิ้มด้วยความดีใจไม่ให้หลุดยิ้มออกมามากนัก  เพราะต้องควบคุมนิสัยพฤติกรรมเก่า  อยากกระโดดเข้าหอมแก้มคนตรงหน้าชะมัด


เทพพิทักษ์ยิ้มบางจับตัวคนร่างโปร่งเข้ากอดเอว 


"ก็... ปกติหลุมศพธรรมดาไม่น่าจะใหญ่ขนาดนี้  ฉันคิดว่ายังมีใครอีกคนนอนทับบนหลุมศพนั่น  ไม่งั้นหลุมมันจะใหญ่ได้ไง  จริงมั้ย"


"หืม... ศพ... มีศพใครอีกงั้นเหรอ"  แหงนมองหน้าคนตัวสูงแล้วถามด้วยแปลกใจ


"ก็นั่นนะสิ  ฉันผิดสังเกตุตอนที่เห็นมันครั้งแรกแล้ว  ต้นดอกคูณมันโบกพลิ้วไสวเหมือนกับตอนนี้  เห็นมั้ย...มันกำลังบอกอะไรอยู่"  เทพมองใบหน้าหวานนั้นด้วยสื่อถึงบางอย่าง


"ต้นดอกคูณมันว่ายังไงเหรอ"  ถาม


"พูดจารู้เรื่องขึ้นเยอะเลย  ไม่บ๊องกว่าแต่ก่อนด้วย"


"อย่ามาเฉไฉ  บอกมาก่อน...เจ้าดอกคูณว่าอะไร"  เทพพิทักษ์โน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ มองสบเข้าไปในดวงตากลม


"รักไง"  นิชคุณยิ้มเขิน  "รักที่มั่นคงไง"  แล้วบิดตัวม้วนไปมา


"อื๊ยยย"  แล้วทุบกำปั้นลงที่อกทีนึง


"เรามาอยู่ด้วยกันนะคุณ  อยู่ที่นี่"  ชายหนุ่มใหญ่บอกแล้วมองหลุมศพของพวกเขา  นิชคุณก็พยักหน้าเบาๆตอบรับเช่นกัน  ก่อนจะกอดเอวหนาแล้วซบหน้าลงที่อกอุ่นนั้น


จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่เขารัก 


ครับ...คุณเทพของบ่าว







End.

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4