เรือนรักพยาบาท ตอนที่ 8 (อวสาน)








ความจริงเปิดเผย และ วันของเราที่มาถึง




"แอนด์  แอ๊คชั่น"  เสียงคัตจากผู้กำกับกล้อง


ในเนื้อเรื่องละครพีเรียดเรื่องนี้  จะเป็นซีนของดาราสาวที่ต้องเป่าขลุ่ยให้ชายคนรักฟังที่ศาลาท่าน้ำ  แล้วคนรักของหล่อนจะนั่งโอบกอดหลังเธอและจะมีเสียงหยอกเย้าหยอกล้อกันนิดๆหน่อยๆ   


และมันก็เคยเป็นช่วงจังหวะหนึ่งในอดีตกาลของพวกเขาสองคนกับชายหนุ่มคนรัก  


นิคคุณและชานชนะเป็นตากล้องคนละส่วนมุมที่ศาลาริมน้ำ  เขาจะอยู่ฝั่งซ้ายของศาลา  แล้วชานชนะอยู่ทางฝั่งขวาเพื่อที่ได้มุมสวยๆ 


อะไรกัน...ใครเป็นคนพล็อตเนื้อเรื่องว่ะ'  เขาจะไม่ยอมให้ใครมาซ้ำรอยเดิมแทนเขาแน่  แบบนี้มันตอกย้ำอดีตตัวเขาชัดๆ


คนร่างโปร่งแกล้งทำทีเป็นถอยหลังไป หาเรื่องเจ็บตัวซะเลยจะได้ไม่ต้องถ่าย แล้วซึ่งข้างหลังของเขามีสายระโยงระยางพันตัวกันกลมไปหมด ศรันย์ยืนมองเขาดูถ่ายทำการทำงานอยู่ใกล้กัน ข้อเท้าของนิคคุณเข้าไปเกี่ยวกับร่องสายไฟ  


"หึ้ย เฮ้ย!"


"คุณ!"  นิคคุณหงายหลังแขนคว้าอากาศ   แทครีบถลาเข้ามารับไว้ทันทีจากด้านหลัง  ตวัดตัวคนร่างโปร่งเหมือนรับท่าเจ้าหญิงในอ้อมแขน แล้วแขนของนิคคุณรีบโอบรอบคอชายหนุ่มเอาไว้   ทำให้เขาทั้งสองคนได้สบตากันเป็นสักพักระยะ


"ค้าตตตต!!" เสียงคัตดังขึ้น


"หึ้ย พี่ป๊อก น้องคุนนี่" แป๊กสะกิดแขนสามีตัวเองซึ่งนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ ให้ดูภาพหวิวโรแมนติก  "ฉันว่า ต่อมสาววายกำลังทำงานอ่ะพี่  ดูสิ...น้องนางของแป๊กอยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มใหญ่  โอ้ย...ตาก็จ้องกัน  แล้วมองแบบลึกซึ้งด้วย"  แป๊กวาดเคลิ้มฝันกลางวัน


"หื้ม...จะเป็นได้ยังไง  น้องคุนเขาแมนน่ะ"


"ไม่เห็นเป็นไรเลย  คุณแทคออกจะหล่อเข้ม  ส่วนน้องคุนนี่ก็หล่อหวาน ดูๆ เหมาะสมกันทั้งคู่อ่ะ  คู่นี้น่าเชียร์" เสียงวิพากวิจารณ์ของเธอ  แล้วก็มีคนในกลุ่มรีบนำเอากล้องจากมือถือยกขึ้นถ่ายจังหวะโมเม้น


นิคคุณกับศรันย์รีบแยกตัวออกจากกัน เกาท้ายทอยแก้อาการเขอะเขินโดยเฉพาะศรันย์เอง  ส่วนคนตัวบางแอบมีเขินนิดๆ อยู่ใกล้คุณแทคเขาต้องรีบเก็บสีหน้าเรียบเฉย  ไม่ให้แสดงอะไรออกไปมาก


"ไอ้คุณ  เป็นอะไรบ้างว่ะ"  ชานชนะได้ยินเสียงคนตกใจ  เงยหน้าจากกล้องมองข้ามผ่านมา


"เปล่า  ไม่เป็นไร"  นิคคุณส่ายหน้า  แล้วหันมาบอกคุณแทค


"ผมว่าคุณแทคไม่น่าอยู่แถวนี้น่ะครับ สายพันเยอะแยะเดี๋ยวสะดุดเหมือนผม"


"คุณต่างหากที่ต้องระวัง  ซุ่มซ่ามเองน่ะ"  เหมือนถูกบ่น  นิคคุณขมวดคิ้วหน้าบึ้งเล็กน้อยจนคนตัวสูงสังเกตอารมณ์ไม่ดีของคนตัวเล็กได้  นิคคุณหันหน้ากลับมาทำหน้าที่ตากล้องของตัวเองเหมือนเดิม


"ไม่มีอะไรแล้วครับ  ทำงานต่อ" นิคคุณสั่งทุกคน


อะไรของเขา  เมื่อกี้หน้าดูเขินๆ  พอเรา  บ่นนิดหน่อยหน้าบึ้งใส่ซะงั้น  


แพรว(สารภี)ดาราสาวที่รับบทนางเอก เห็นไฮโซหนุ่มหล่อเจ้าของวังธรรมรัตน์เดชาก็เกิดปิ้งขึ้นมาทันที  ศรันย์มายืนดูการถ่ายทำละคร เลยคิดไปเองว่าชายหนุ่มกำลังให้ความสนใจกับหล่อน


"สนใจเหรอ"  นัทธีดาราชายที่รับบทเป็นพระเอกถาม


"พูดถึงใคร" แพรวเอี้ยวหน้ามอง


"ก็ไอ้คุณเจ้าของวังธรรมรัตน์เดชาไง คุณศรันย์  มองตาเธอฉันรู้  ฉันก็สนใจตากล้องหนุ่มหน้าหวานคนนั้นเหมือนกัน"  นัทธีมองนิคคุณเตรียมกล้องถ่ายทำใหม่อีกรอบ  แล้วจะมีเสียงแอ๊คชั่นดังขึ้นจากผู้กำกับอีกครั้ง  เพื่อให้เล่นฉากเดิมอีกรอบ


การถ่ายทำละครจึงจะใช้วังธรรมรัตน์เดชาเป็นส่วนหลักของเรื่อง  แต่แล้วจู่ๆ นิคคุณจำได้ว่า  วังธรรมรัตน์เดชากับวังอัมรัตเคยอยู่ใต้ร่มเดียวกันก่อนจะแตกแยกห่างกันไป  ตอนนี้วังอัมรัตเป็นอย่างไรบ้างน่ะ  แต่เขาก็ไม่กล้าถามคุณศรันย์ออกไปตามตรง  กลัวเขาจะจับพิรุธได้  เพราะเขาก็อยากใช้วังอัมรัตนั้นถ่ายทำละครเช่นกัน


ไอ้ชาน.... ไอ้ชานดีที่สุดที่ควรจะถาม ถ่ายเซ๊ตตอนเที่ยงเสร็จทุกคนก็พัก  นิคคุณลากคอเพื่อนรักเข้ามาคุย


"แก...ช่วยถามคุณแทคให้กูหน่อย"


"ถามอะไรว่ะ  ทำไมมึงไม่ถามเขาเองอ่ะ"


"เออ  เถอะน่า...ช่วยถามเขาเรื่องวังอัมรัต บอกเขาไปว่าอยากใช้สถานที่ตรงนั้นถ่ายละครทำ"


ไอ้นิคคุณไปรู้ประวัติวังพวกนี้มาจากไหน  ทำไมมันรู้เรื่องเก่ง


นิคคุณใช้อุ้งมือสองข้างกุมยกขึ้นอ้อนวอน แล้วก็ใช้สายตาขอร้องเพื่อน ถ้ากูไม่ทำให้มึงก็แยกเขี้ยวใส่กูสิว่ะ กูรู้นิสัยมึงดีไอ้คุณ  ไม่ต้องมาใช้สายตาแบบนี้กับกูเลย  ไม่ๆ  กูไม่สน


"เดี๋ยวกูเลี้ยงข้าวเย็น"  


"เออๆ เดี๋ยวถามให้"  ให้มันได้อย่างนี่สิหว่า  เอาเรื่องกินมาล่อกู  


มีอะไรที่ชานชนะจะทำไม่ได้ยอมไปคุยให้  แต่ก็กลับมาด้วยสีหน้าผิดหวังเดินเลยผ่านเพื่อนไปทันที  โดยไม่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น


ศรันย์ไม่เข้าใจที่ชานชนะเข้ามาถามเรื่องวังอัมรัต  เพราะทั้งสองวังล้วนเป็นของเขาคือเจ้าของ  ชานชนะไม่น่ารู้เรื่องวังต้องห้ามทั้งสองวังนี้  นอกเสียจากว่าจะเป็นอีกคนมากกว่า  ที่น่าจะไหว้วานให้เพื่อนเข้ามาถามไถ่


นิคคุณ...


ต้องเป็นนายแน่ๆ นายต้องรู้เรื่องราวในอดีตสิ


"วังคุณสวยมากเลยน่ะค่ะ"  แพรวเข้ามาตีสนิทกับศรันย์


"ครับ!  ขอบคุณที่ชมวังธรรมรัตน์เดชาสวย"  แทคกอดอกเอ่ยขอบคุณเสียงดัง เหมือนจงใจอยากให้ใครอีกคนได้ยิน "แต่สู้อีกวังนึงไม่ได้หรอกครับ วังอัมรัตสวยแต่เฮี้ยนน่ะครับ  วังที่นั่นมันถูกสาปมาเป็นร้อยปี  ใครเข้าไปจะต้องมีอันเป็นไปถูกราย  ถ้าไม่ตายก็อุบัติเหตุ  ทางที่ดีอย่ายุ่งเกี่ยววังอัมรัตจะดีกว่า"


แพรวไม่เข้าใจศรันย์พูดอะไรแต่หัวเราะแห้งๆ แล้วสีหน้าชายหนุ่มใหญ่ดูจะจริงจัง  


นิคคุณได้ยินคนตัวใหญ่ป่าวประกาศ จงใจเปรยลอยมาถึงนี้ให้เขาได้รู้ พลาดจนได้...นี่ขนาดทำงานกันแค่วันแรก โดนเจ้าของวังตำหนิใส่หาว่าสอดรู้สอดเห็นซะแล้ว  รู้งี้ไม่น่าเข้ามาที่นี่ตั้งแต่ทีแรก  มันดักทางกันชัดๆ 


"น้องคุนนี่จ้า  น้ำจ๊ะพี่เอามาให้  เดี๋ยวกินมื้อเที่ยงกัน  พี่ให้สมชายไปซื้อข้าวกล่องมาให้ทุกคนในกองถ่ายแล้วรอสักครู่น่ะจ๊ะ"  แป๊กเข้ามาพัดวี่ให้  กลัวน้องนางจะหน้ามืดเป็นลมไปก่อนจะได้กินข้าว  นิคคุณรับขวดน้ำเปล่ามาดื่ม ดับอาการกรุ่นโมโหไอ้คนที่ป่าวประกาศไปเมื่อครู่หยกๆ  ไม่ยุ่งก็ได้ปัดโธ่เอ้ย... จำไว้เลยไอ้คุณ  มึงมันโง่เอง อยากเสือกได้ที่นี่ดีนัก  เหอะ...ชึ เบะปากอย่างหมั่นไส้  


"น้องคุณเป็นอะไรหรือเปล่าจ้ะ  เบะปากใส่เหมือนหมั่นไส้ใครบางคน" เสียงของแป๊กก็ดังพอให้ศรันย์ได้ยิน


"คนแถวนี้น่ะครับ"  น้ำกรอกปากเสร็จก็ปิดฝาขวด  แล้วเปรยลอยๆไปเหมือนกัน  ถึงสีหน้าของเขาจะเรียบเฉย


"อุ้ยตายใครจ๊ะ"  พี่แป๊กอุทานเจ็บใจแทนน้องหน้าสวยของเดี๊ยน


"ไอ้ชานน่ะครับ  มันทำงานให้ผมพลาด  พี่ต้องเอาเรื่องให้ผมน่ะ"  


"ห่ะ!  ชานชนะเหรอ...ไอ้ชาน!  แกทำอะไรคุนนี่ของฉันย่ะ" 


"ผมไปทำอะไรให้ม้านนนนนนน!!!  มาลงอะไรที่กูไอ้คุนนี่!!!"


"มึงนั้นแหละ  ทำงานให้กูพลาด  ไอ้หมายักษ์...กูไม่เลี้ยงมึงแล้วข้าวเย็นอ่ะ"


"หมีโว้ยยย!  ได้ไงว่ะมึงรับปากกูแล้วน่ะ" ชานชนะตะโกนตอบขณะเช็คกล้อง


แทคแอบขำในหน้าตอบของตัวเอง ฟังเสียงชานชนะกับนิคคุณเถียงกันไปมาขณะยืนคุยอยู่กับดาราสาวสวยคุณแพรว  ซึ่งคือสารภีกลับชาติมาเกิด แพรวไม่ใช่ตัวปัญหาของเขาอีกแล้วต่อไปนี้


เพิ่งจะรู้นิสัยใหม่ของคนน่ารักแถวนี้ กลายเป็นคนขี้วีนแล้วก็ขี้เล่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน  และไอ้ท่าทีออดอ้อนนั้นอีก  เห็นแล้วคิดถึงแก้มเนียนขาวใสนั้นอยากหอมฟอดจัง  รอให้เลิกกองถ่ายก่อนเถิด   เรามีเรื่องต้องคุยกันแน่


ต่อไป  จะมีซีนที่นางเอกต้องเล่นดนตรีบนเรือนหลังไทย  นิคคุณต้องไปเช็คบนเรือนก่อนถ่ายทำ


"อายุร้อยปี  ยังสมบูรณ์อยู่เลย"  นิคคุณมองสภาพเรือนทรงไทย  มันยังคงงามไม่มีที่ติแล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  ข้างบนนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างน่ะ


นิคคุณก้าวขึ้นบันไดงามซึ่งมันถูกเจ้าของวังดูแลมาเป็นอย่างดี  ฉาบน้ำมันเงางามจนวับ  ลื่นไหลน่าสไลด์กับถุงเท้าเล่น  คิดถึงวันเก่าๆและวันวาน  ขึ้นมาถึงก็พบกับดนตรีไทยหลายชิ้นตั้งที่โถงกลางเรือน  มีทั้งระนาด ขลุ่ยและก็ปี่พาทย์  ย้อนให้คิดถึง  


รู้มั้ยว่าทุกคนที่เขาร่วมทำงานด้วยกันในค่ายเอ็นเคเอนเตอร์เทน  ล้วนแล้วแต่เป็นคนในอดีตชาติที่แล้วกลับมาให้ร่วมกรรมกันอีก  แต่พวกเขาไม่สามารถจำอดีตของตนเองเท่ากับเขาคนเดียวได้  ที่จำได้แม่นยำ


ดนตรีที่ตั้งอยู่โถงกลางเรือน  มีแรงดึงดูดพอให้คนที่ขึ้นมาเดินเข้าไปหา


ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเพราะอยู่จัดเตรียมของข้างล่างกันหมด  คนร่างบางก้าวเข้าไปนั่งตรงหน้าระนาดไม้ไผ่ชิ้นดี เมื่อก่อนมันมีรอยแตกตรงกลาง  แต่เดี๋ยวนี้ถูกเปลี่ยนทำใหม่ให้ดีขึ้น แสดงว่ามีคนดูแลมันดี  


นิคคุณค่อยๆ วางมือลงบนไม้คีย์แผ่นหนา  เขารับรู้ได้ว่าอันเนี่ย  ดนตรีชิ้นนี้เป็นของเขา  และมันก็ยังเป็นของเขาอยู่ในปัจจุบัน  เพียงแต่รอเจ้าของกลับมา  กลับมาทำหน้าที่สานต่อจากวันวาน  แล้วเขาก็หวังว่ายังจะเล่นมันได้อยู่


ชายหนุ่มบางจับไม้ระนาดขึ้นมาทำความเคารพครูก่อนจะวางไม้ลง ภาพในอดีตเข้ามา  เขาก็ค่อยๆ จำตัวคีย์ไปเรื่อยๆ จนเป็นบทเพลงได้สำเร็จในเวลาไม่ช้า  


เสียงดนตรีไทยเร็วปานกลางแว่วมาจากเรือนทรงไทยเหลืองทองอร่าม เรียกให้ทุกคนมองหน้ากันไปมา  ใครกันที่กล้าเล่น  เพราะในซีนฉากต่อไปคุณแพรวจะต้องเล่น


"ใครเล่น"  พี่ป๊อกผู้กำกับถาม  เมื่อเช็คฉากซีนก่อนหน้านั้นในจอมอนิเตอร์ 


แม้แต่ศรันย์...ได้ยินเสียงดนตรีดังมาจากข้างบน  คุยอยู่กับดาราสาวแพรวยังไม่จบ  เธอชวนคุยเรื่องมากมาย เบือนหน้ามองหาใครอีกคนที่ควรจะอยู่ในสายตาเขาตอนนี้...นิคคุณไม่อยู่


หรือจะเป็นนิคคุณ  คุณแทคเดินไปก่อนใครที่เรือนไทย  เดินนำหน้าคนอยากรู้อยากเห็นมากมาย  แล้วจึงเห็นว่าเป็นนิคคุณที่นั่งเล่นระนาด


"น้องคุณเล่นระนาดเป็นด้วยเหรอ  ไม่เคยรู้เลย"


นิคคุณหยุดเล่นแล้วชะงัก  ลืมตัวสนิทไปว่าไม่อยากศรันย์รู้ว่าจำความอดีตได้  ก็ไหว้ลาครูก่อนจะวางไม้ลงแล้วลุกขึ้นยืน  


ศรันย์แน่ใจ  นิชคุณคือนิคคุณกลับชาติมาเกิด  เขาเชื่อแบบนั้น  


"นิชคุณ  นิชคุณจริงๆด้วย"  


นิคคุณไม่บอกกำลังจะเดินเลี่ยง  ชายหนุ่มเข้าไปคว้าข้อมือบาง  จนคนตัวบางก้มดูมองมือใหญ่เลื่อนมือเรียวมากุมแทนที่  แล้วเงยขึ้นมองคนตัวใหญ่


"นายหนีไม่พ้นหรอก  นายคือนิชคุณกลับชาติมาเกิดใหม่"


"คุณ คุณศรันย์พูดอะไร"  


"ฉันก็กลับชาติมาเกิดใหม่เช่นกันกับนาย  แล้วเราสองคนก็จำอดีตชาติได้ด้วยเช่นกัน  อย่าหลอกฉัน  เพราะไม่งั้นฉันกับนายจะอุทานชื่อของกันและกันทำไม"  ศรันย์ใบหน้าจริงจัง


"อะเอ่อ  มะหมายความว่าไงค่ะกลับชาติมาเกิดใหม่"  แป๊กถาม  


ทุกคนรวมทั้งป๊อก  แพรว  ชานชนะและนัทธี อยากรู้  ศรันย์ยอมที่จะบอกกับทุกคนให้ทราบเรื่องของเขาและของนิคคุณ


"เมื่อชาติก่อน  ผมกับนิคคุณเราเป็นคนรักกันครับ  ชาตินี้เลยกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง  โดยเฉพาะที่นี่และเรือนไทยหลังนี้  มันเป็นที่ที่พวกเราอยู่ด้วยกัน"


"อะอะไรนะค่ะ คุคุณศรันย์กับน้อง...นิคคุณ  คะเคย รักกัน  อย่างนั้นหรือค่ะ" แป๊กไม่เชื่อ  แต่ทำท่านิ้วชี้ประกบกัน ในตอนแรกจับคู่ให้น้องหน้าหวาน  ไม่เชื่อว่าคำบอกเล่าที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเมื่อครู่จะเป็นเรื่องจริงทันที


"ครับ  ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ  พวกคุณก็เช่นกัน  เว้นแต่คุณนัทธี  พวกเรากลับชาติมาเกิดใหม่เพื่อใช้กรรมร่วมกันอีกครั้งครับ"


"พะ พวกเรา  พวกเรางั้นเหรอค่ะ"  แป๊กชี้นิ้ววาดใส่ทุกคน


"ครับ  พวกคุณสามคนเคยเป็นคนในคณะดนตรีเครื่องเล่นชิ้นพวกนี้  ส่วนคุณ  แพรว  เคย..."  


"เคยเป็นคนรักของเขามาก่อน"  นิคคุณรีบสวนทันที บุ้ยหน้าให้คุณแพรวรู้


"ดิฉันหรือค่ะ  เป็นอดีตคนรักของคุณศรันย์มาก่อน  ไม่อยากจะเชื่อเลย" แพรวยิ้มให้ศรันย์มองอย่างมีความหมาย


"ใช่  คุณพรากพวกเราสองคนโดยการทำคุณไสยใส่  สุดท้ายของที่คุณทำใส่ผม  มันย้อนกลับไปทำร้ายคุณและก็ครอบครัวคุณ"


"อะไรน่ะค่ะ  ฉันนี่หรือค่ะ  ทำของใส่คุณ"  แพรวหน้าหุบยิ้มฉับทันที  ชี้นิ้วใส่ตัวเอง


"มันไม่ใช่แค่นั้น  ผม...เป็นคนสาปแช่งพวกคุณด้วย  วังอัมรัตเคยเป็นของคุณมาก่อน  วังหลังนั้นจึงมีคนเป็นคนตายนับไม่ถ้วนเพราะกรรมที่พวกคุณก่อเอาไว้จนมาถึงปัจจุบัน  ผม...ฐานที่ผมไม่ให้นิคคุณไปถ่ายทำที่นั้นเพราะอาถรรพ์ที่ผมเคยสาปพวกคุณไปมันยังไม่ได้ถูกลบล้าง"  ทุกเรื่องราวที่ศรันย์เล่ามาทั้งหมดทำเอาทุกคนอึ้งกันไปตามๆ  ไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่ก็เป็นข้อมูลใหม่ให้ป๊อกแป๊กนำมาพล๊อตเรื่อง


"ว้าว  ฉันขอเอาเรื่องของคุณมาพล๊อตเรื่องเพิ่มเติมได้มั้ยค่ะ"  แป๊กถามด้วยความสนใจทันที


"ได้สิครับ  แต่ว่าเรื่องของผมมี ผีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยสิ  คุณยังสนใจหรือเปล่าล่ะครับ"  ศรันย์ย้ำคำว่าผีได้ชัดถ้อยชัดคำ  หันมามองคนข้างกันที่ยังกุมมือบางอยู่


"ว๊าว  ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ"  แป๊กทำตาโต  


คนที่ทำหน้าเครียดมีอยู่คนหนึ่ง  ซึ่งก็พอจะจำอดีตของตนเองได้คือชานชนะ


"ไม่ใช่แค่ไอ้คุณกับคุณหรอกศรันย์ ผมก็พอจะจำอดีตของตัวเองได้คร่าวๆ อยู่เหมือนกันในบางช่วง"  ศรันย์และนิคคุณมองหน้าชานชนะ  "ผมจำได้ว่า ตัวผมเคยเป็นบ่าวคนสนิทของคุณ  แล้วก็มีเพื่อนคือไอ้คุณ  คุณเป็นคนฆ่านิชคุณด้วยกับมือคุณเอง"  ชานชนะนึกถึงตอนที่ตัวเองฝัน


"ใช่  คุณเป็นคนฆ่าผมกับมือ  ด้วยตัวคุณเอง" นิคคุณเสริมต่อจากชานชนะ


"แต่นายก็รู้  ว่าฉันถูกคุณไสยเข้าครอบงำ"  ศรันย์มองคนพูดข้างกันแล้วก้มหน้าหนี


"ว๊าววว  เรื่องนี้ต้องพล็อตใหม่  ให้เป็นแนวพีเรียดสยองขวัญ"  เหมือนสวรรค์มาโปรดคุณแป๊ก  ให้เธอมีงานเข้า


"ผมว่าทางที่ดีทุกคนมาอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว  อยากจะให้มีบวงสรวงแล้วแก้กรรมในจากอดีตที่ผ่านมาทั้งหมด ระหว่างคนในธรรมรัตน์เดชากับวังอัมรัต"  ทุกคนดูจะเห็นคล้องจองกัน


แพรวนึกว่าจะได้ศรันย์เป็นคนหาดูใจกลับต้องหน้าเศร้าสลด  ยืนเอียงละห้อยจนเซไปชนกับไหล่หนาของชานชนะที่ยืนใกล้กัน  พอมองหน้าก็ให้ได้เห็นมุมความหล่อของคนตัวยักษ์แล้วให้เขินทันที  


"มองอะไร?"  ชานชนะพูดแบบไม่มีน้ำมะนาว


"ปะปล๊าวนี่"  แพรวรีบสะบัดหน้าหนีซ่อนความอาย


ศรันย์พอมองแพรวออกก็แอบยิ้ม  นิคคุณสลัดมือจากการกุมอยู่ตั้งนานแล้วเดินเลี่ยงลงจากเรือน  ชายหนุ่มอยากจะเดินตามไปป๊อกกับแป๊กก็เข้ามาคุยซะก่อน


มีเพียงคนเดียวที่จะไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้  นัทธีเดินตามนิคคุณลงไป


"คุณเชื่อเรื่องอดีตชาติด้วยเหรอ"  นัทธีถามขณะเดินตาม


"แล้วแต่คุณนัทธีน่ะครับ  ผมคนหนึ่งล่ะที่เชื่อการกลับมาเกิดใหม่  ไม่งั้นผมจะรู้ทุกซอกทุกมุมที่นี่ทำไม  ทั้งๆที่ผมมาที่นี่ครั้งแรกกับพวกคุณ"


ดูนิคคุณฉลาดพอควร  คงจะหลอกยากสักหน่อย


"ผมดูคุณออกน่ะ  ว่าคุณต้องการอะไร อย่าเสียเวลาของคุณมาที่ผมเลยจะดีกว่า  เคยถูกหลอกมาครั้งหนึ่งแล้ว แล้วก็จะไม่ให้ถูกหลอกซ้ำสองแน่นอน"  นิคคุณดักทาง


"แล้วจะไม่ให้ความหวังฉันสักหน่อยเหรอ"


"ไม่อ่ะ"  นิคคุณรีบสวนทันควัน เหมือนตัดปัญหาแต่เนิ่นๆ  "เพราะหัวใจของผมมันไม่ได้ว่างแล้ว  คุณพอจะเข้าใจใช่มั้ย  ถึงคุณจะตื๊อยังไงมันก็ไม่ได้ผลหรอก  ทางที่ดีเราเป็นเพื่อนกันจะดีกว่าน่ะ  ความเป็นเพื่อนจะอยู่ได้นานกว่า  หวังว่าคุณนัทธีไม่ทำให้ผมเสียใจ...ได้หรือเปล่า"  นิคคุณหยุดเดินแล้วหันพูดประโยคสุดท้ายให้นัทธีเข้าใจ  


เสียใจตั้งแต่เริ่มต้น  เสียดายที่ยังไม่ได้จีบกันเลย  ในเมื่อนิคคุณดักเขาจนมุมขนาดนี้แล้วก็ต้องยอมรับความหวังด้วยการเป็นเพื่อนกับคนร่างโปร่งบาง ยื่นมือให้นิคคุณเพื่อได้จับรับความเป็นมิตร


"เป็นเพื่อนกัน"  นิคคุณมองดูมือนัทธียิ้มให้นัทธีแล้วยื่นมือไปจับ  


ศรันย์เข้ามาได้เห็นพอดี  แต่ก็ไม่อยากคิดมาก


"คุณ"  นิคคุณปล่อยมือไม่ได้มีท่าทีจะรีบปล่อย  ถ้าศรันย์จะไม่คิดมากเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับดาราหนุ่ม


"งั้น...ฉันไปเตรียมตัวในซีนต่อไปก่อนน่ะ คุณศรันย์ไม่ต้องคิดมากน่ะครับ ผมกับนิคคุณเราก็แค่เช็คแฮนด์รับไมตรีเป็นเพื่อนกันแค่นั้น  ผมขอตัวก่อนนะครับ"  นัทธีพูดจบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปเตรียมตัวของเขา  นิคคุณยังคงเมินหน้าแล้วเดินหนีชายหนุ่มใหญ่


"คุณ  เรายังมีเรื่องต้องคุยกันนะ"  ศรันย์เข้าไปขวางหน้า


"ครับ  แต่ผมขอไปทำงานก่อน  มันคงไม่ใช่เวลานี้หรอกใช่มั้ย"  นิคคุณเม้มปากยิ้มตรง


"ก็ได้  เลิกกองเสร็จแล้วเราคุยกัน"  




การถ่ายทำละครไปได้ดีราบรื่นทั้งวัน เรื่องราวของสองหนุ่มคนรักในอดีตกาลถูกนำมาดัดแปลงใหม่เป็นเวอร์ชั่นของนัทธีและดาราสาวแพรว กลายเป็นละครแนวพีเรียดสยองขวัญ


"ค้าตตต!! เลิกกอง"  จบการทำงานของวันแรก


"กูไม่เข้าใจ  คุณแพรวมองกูแปลกๆ แล้วแอบเดินตามกูหมายความว่าไงว่ะ"  ชานชนะกระซิบถามกับเพื่อนถือกล้องจะไปเก็บ 


นิคคุณมองคุณแพรวมองมาที่เพื่อนของเขาพอจะเข้าใจเธอแล้วก็ยิ้มบาง


"เธอตามจีบนาย"


"ห่ะ! คุณแพรวเนี่ยนะ  ตามจีบฉัน  เป็นผู้หญิงอะไรจีบผู้ชายก่อน  ต้องเป็นผู้ชายสิว่ะตามจีบผู้หญิงก่อน  ไม่ด้ายยยย"  ชานชนะตกใจในทีแรกแล้วคลายใจ  มีท่าทีสนใจอยู่เหมือนกัน คุณสารภีในชาติที่แล้วกำลังหันมาสนใจชานชนะชาติคนปันจุบัน


"แล้วแต่มึง"  นิคคุณตบบ่าเพื่อน  แล้วต่างคนแยกย้ายเก็บของเข้าที่  เพราะมันก็เย็นมากแล้ว


"คุณ"  ยังไม่จบ  ยังมีเรื่องต้องเคลียร์อีกคน...ศรันย์


"กูฝากหน่อย"  นิคคุณยื่นกล้องให้ชานชนะ ชายหนุ่มยักษ์รับมาถือดื้อๆ


"อ้าวเฮ้ย  มึงปล่อยกูอย่างนี้เลยเหรอ"


"เออ  ก็ให้คุณแพรวช่วยสิว่ะ"  


"แอร๊ย  กูเขินนะเว้ย"  ชานชนะเอ่ยแหย่เพื่อน  แล้วย่อตัวเหมือนถอนสายบัวให้  นิคคุณเดินนำศรันย์ไปก่อน


ศรันย์เข้ามาจูงมือนิคคุณไปที่ห้องๆ หนึ่งคือห้องวาดรูป  นิคคุณเห็นก็ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก  มันมีแต่รูปของเขาวางเรียงรายเต็มไปหมด


จากทิฐิหยิ่งใส่ศรันย์ทั้งวันหายไปพริบตา  ร่างกายกลายเป็นอ่อนยวบ  ยวบทั้งกายและทั้งใจพร้อมกัน


"นี่ คุณศรันย์"


"ท่านชายทัด"  นิคคุณชี้รูปมากมาย แล้วจึงหันมองชายหนุ่มข้างกายที่แทนตัวท่านชายทัด "ทีนี้เชื่อเถอะ  เราสองคนโกหกกันไม่ได้แล้วนะ  นายจะโกหกตัวเองลงเหรอว่าไม่ใช่นิชคุณกลับชาติมาเกิดใหม่  ฉันยังรักนิชคุณของฉันอยู่เหมือนเดิม แล้วไม่เคยเสื่อมคลายลงด้วย"


ศรันย์เข้ามายืนตรงหน้าคนตัวเล็กจับมือทั้งสองข้างบางขาวขึ้นมากุมและกดจูบ  นิคคุณก็รู้สึกเขินกระดากอายก้มหน้าลง  ชายหนุ่มใหญ่เห็นท่าทีขวยเขินคนตรงหน้าก็ยิ้มบาง  ต้องให้เห็นรูปมากมายพวกนี้ก่อนสินะถึงจะเข้าใจกัน  


"ไปกัน"  ศรันย์จับมือนิคคุณข้างหนึ่งแล้วพาเดินตาม  


"ไปไหน"  นิคคุณเงยหน้าขึ้นมอง  


"คืนนี้นายต้องอยู่ที่นี่"


"ห๊ะ!"  ต้องตาโต  เขาต้องอยู่ที่นี่งั้นเหรอ


"ก็ใช่สิ  คนเป็นผัวเมียกันต้องอยู่ด้วยกันสิ"


ซ้ำสอง  นิคคุณอ้าปากหวอ  เป็นผัวเมียกันตั้งแต่เมื่อไหร่  เราเพิ่งจะพบกันเองนะ  ยังไม่ถึงวันเล้ย


มาถึงชั้นบนที่เคยเป็นห้องนอนของท่านชายทัด  ศรันย์ปิดประตู  


"ตอนแรกว่าจะเป็นเรือนหลังไทย  แต่ว่ามีคนอยู่กันเต็มมากมาย  ตอนนี้เป็นห้องนี้ไปก่อน"


"ละละแล้วทำไมต้องเป็นห้องนี่ด้วย" นิคคุณล่ำละลักหายใจไม่ค่อยออก


"ทำไมต้องเป็นห้องนี้ด้วยล่ะ"  ศรันย์ย้อนถาม หยุดอยู่ตรงหน้าคนรักแล้วดึงนิคคุณเข้ามากอด  นิคคุณตัวแข็งทื่อ ชายหนุ่มใหญ่หมั่นไส้เลยหอมฟอดใหญ่ที่แก้มเนียนสองข้างขาวเนียนใส  ชายหนุ่มตัวบางสะดุ้ง


"เอ่อ  คุณแทค"  กระพริบตาปริบๆ


"นิชคุณของท่านชายทัด"  ตาของเขาประกายวาววับ  กระซิบใกล้มุมปากสีแดงเรื่อ  ไล่นิคคุณติดขอบเตียงใหญ่


เฮ้ย  มันจะเร็วเกินไปมั้ยว่ะ  เพิ่งเจอกันน่ะ  ไวไฟไปป๊าว  นิคคุณว่าในใจ


ศรันย์เห็นสีหน้านิคคุณก็ขำกลั้นยิ้มได้แกล้งคน  ค่อยๆ โน้มตัวลงไปหา  คนตัวบางทรุดลงกับขอบเตียง  ผลักร่างนิคคุณนอนลงแล้วรีบถาโถมทับใส่


"เฮ้ย  คุณศรันย์" นิคคุณตากลมโต ศรันย์ก้มหน้าลงหมายจะจูบนิคคุณที่ริมฝีปาก  คนตัวบางหลับตาปี๋เม้มปากแน่น แล้วปากบางกระจับเลื่อนมาจูบที่หน้าผากมนแทนที่


"คิดถึงจะตายอยู่แล้ว"  เลื่อนปากที่จูบเมื่อครู่กระซิบที่หูข้างขาวที่ตอนนี้มันแดงเถือกหมดทั้งสองข้าง  ลุกจากตัวขยับมานอนข้างกัน  แต่ก็ดึงคนข้างกายเข้ามาก่ายกอด


"อย่าหายไปไหนอีกน่ะ  แต่งงานกันนะคุณ"  นิคคุณลืมตา  ตามอารมณ์หนุ่มใหญ่ไม่ทัน  มองใบหน้าคร้ามตอบจากข้างๆ  เกือบใจหายเสียตัวให้แล้วคลายความกังวลออกไป  "อย่าไล่กันอีกน่ะ  ฉันไม่อยากจากนายไปไหน  ฉันอยากอยู่ใกล้นาย"  ศรันย์หันมองคนข้าง  นิคคุณเม้มปากนิดนึงแล้วยิ้มบาง พยักหน้าให้หนุ่มคนรัก


"ตอนนี้ขอทำให้หายคิดถึงก่อน"


"ห่ะ"  อะไร  เมื่อกี้ยังขอแต่งงานอยู่เลย ตอนนี้ขอให้หายคิดถึงก่อนนี้หมายความว่าไงแวรรรรรรรร๊....


ศรันย์ลุกขึ้นทับร่างโปร่งแล้วกดจูบริมฝีปากอวบอิ่ม  ขึงมือนิคคุณที่หมายจะตีเขาสองข้าง  ป้อนจูบเข้าไป  


เนิ่นนานกับรสจูบแลกลิ้นเกี่ยวกระหวัดกัน  มือสองข้างที่ขึงถูกปล่อย อารมณ์วาบหวามทำให้นิคคุณเสียวไปทั้งตัว มีทั้งความโหยหาและคิดถึง อดีตวันวานกำลังกลับมาอยากให้สานต่อ


ว่าแล้วนิคคุณก็พลิกตัวไปอยู่ข้างบน ศรันย์ตกใจไม่เคยเห็นนิชคุณเคยเป็นแบบนี้มาก่อน  อย่างนี้มันนิชคุณคนใหม่ชัดๆ  แต่มันก็น่าลอง  เขายิ้มบางให้ คนตัวบางกัดริมฝีปากอย่างเซ็กซี่ แกะเม็ดกระดุมเสื้อศรันย์อย่างรีบร้อน ศรันย์รีบคว้ามือเอาไว้จนคนตัวบางชะงักกึก


"ไม่ต้องรีบ"  กดเสียงทุ้มต่ำ  "อย่างไร แทคก็เป็นของคุณอยู่วันยังค่ำ" จะเป็นศรันย์เสียเองพลิกนิคคุณอยู่ใต้ร่างเหมือนเดิม แล้วเริ่มประกบจูบลงมาใหม่




ในงานแต่งและงานหมั้นศรันย์แล้วก็นิคคุณดั่งสายฟ้าแล่บ  ทั้งสองอยู่ในชุดไทยขาวแต่นุ่งโจงกระเบนคนละสี ตอนเที่ยงจะเป็นงานหมั้น  ก็หมั้นกันที่เรือนไทยในวังธรรมรัตน์เดชา  เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาได้รักกัน


"แม่รู้สึกคุ้นนิคคุณจัง รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก...ขาว สวย แล้วก็โมเอ๋...แม่ชอบ ไม่เป็นไร  มันเป็นความรักของลูกอีกแบบ"


ค้าบบบบ  แม่สามี ก็ต้องรู้สึกสิครับ  ก็คุณท่านคือคุณหญิงผกากองกลับชาติมาเกิดนี่ขอรับ  เหอะ...


"ใช่  ขนาดพ่อเองนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก  รู้สึกคุ้นจริงๆ"  ยิ้มบางให้พ่อสามีบ้าง  ซึ่งเคยเป็นท่านพระยาทัติเทพกลับชาติมาเกิดอีกคน  


แล้วนิคคุณถึงจะกลับมายิ้มแห้งให้ศรันย์ที่ดูจะดีใจเกินหน้าเกินตากว่าใคร ก็คู่หมั้นของเขาถูกชมต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย


ในช่วง 5โมงเย็นสายนั้นแหละถึงจะเป็นงานแต่งสากลของพวกเขาสองคนในโบสถ์แบบแนวคริสต์ เพราะนิคคุณมีเชื้อสายคริสต์ครึ่งหนึ่ง  


เจ้าบ่าวหล่ออยู่ในชุดทักสิโด้สีดำ ส่วนนิคคุณในชุดสูทสีขาวซึ่งตัดกับผิวขาวได้ดีเยี่ยม  ต่างฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้าแท่นพิธีเตรียมสวมใส่แหวนให้กันทั้งคู่  


ทั้งสองฝ่ายต่างตื่นเต้นไม่แพ้กัน ศรันย์เห็นหูกระต่ายดำของนิคคุณไม่เข้าที่ก็ยื่นมือไปจัดการให้  เช่นเดียวกับนิคคุณเช่นกันจัดการให้ชายหนุ่มคนรักบ้าง  เล่นเอาคนเป็นสักขีพยานรักทั้งหลายมากมายเอ็นดูไปกับมุมภาพหวานของสองหนุ่มจีบกัน


ช่วงสวมแหวนให้กันและกันแล้ว  นัทธีจึงเกิดโฮเสียงดังขึ้นมา


"อะหื้ย  เสียดาย...นิคคุณ  ทำไมนายใจร้ายกับฉันแบบนี้"  นิคคุณตาโต


อ้าว  ไอ้คุณนัทธี  อย่างนี้มันหาเรื่องให้ผมมีปัญหากลางงานแต่งน่ะ นิคคุณเท้าสะเอวเอียงตัวหันมาต่อว่ากลายๆ


"เอ่อ  ไอ้คุณนัทธีครับ  อย่าหาเหาใส่หัวผม  เราสองคนคุยกันรู้เรื่องแล้วน่ะ อย่าให้ความสัมมะพันธ์ระหว่างเพื่อนเราจบลงน่ะครับ  ขอร้อง...ต่อดีกว่าเนาะ"  ท้ายประโยคหันมาพูดกับศรันย์


"เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจูบกันได้"  พ่อหลวงกล่าว


ศรันย์ไม่รอช้า  รวบนิคคุณเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด  ก็กะว่าจะจูบอย่างที่พ่อหลวงพูดเมื่อกี้  แต่คนมากมายไม่เคยเห็นผู้ชายกอดจูบด้วยกันก็พากันลุ้น  นิคคุณดันหน้าชายหนุ่มใหญ่ไว้ก่อน  ชี้ที่แก้มเพื่อให้เขาจูบตรงที่คนตัวเล็กชี้ ศรันย์พอเข้าใจเห็นนิคคุณแก้มแดงนิดๆ  ก็ยิ้มบางในความเขินอายภรรยาที่เพิ่งสวมแหวนให่ไปหยกๆ บรรจงจูบริมฝีปากจรดเข้ากับแก้มเนียนใส  นิคคุณยิ้มจนปากฉีกกว้างเห็นฟัน  อายก็อายแต่มีความสุข  เสียงโฮ่ร้องอย่างน่าเสียดายจากแขกเหรื่อ  


"ฮือฮือฮือฮือฮือ"  นัทธีใช้ไหล่ของดาราสาวคุณแพรวเป็นที่ซุกรองน้ำตา เธอเอียงไหล่ใช้มือของหล่อนยันหัวของนัทธี  แล้วยืมไหล่ของชานชนะหนุนแทน  และไปยืนอีกข้างชายหนุ่มยักษ์  ชานชนะลูบศรีษะดาราชายหนุ่ม ก็เข้าใจ...เพื่อนของเขามันสวย  เป็นใครก็ต้องหลงใหลกันทั้งนั้น  


แพรวกับชานชนะจับมือกันแล้วสอดนิ้วเข้ากัน  ตั้งแต่บรวงสรวงกองถ่ายละครวันถัดไปในวันนั้น  พากันแก้กรรมเรียบร้อยอะไรดูดีขึ้นไปหมดทุกอย่าง ความอาฆาตและพยาบาทเลือนหายไปสิ้น  หลงเหลือแต่ความสุขเข้ามาแทนที่



คืนวันเดียวกันที่ส่งตัวเข้าหอแล้ว 


เสียงขลุ่ยดังมาจากกลางโถงเรือนไทย ศรันย์ออกจากห้องน้ำเช็ดหัวเปียกน้ำหมาดๆออกมา เขาได้ยินเสียงเป่าขลุ่ยมาจากข้างนอก  นำผ้าไปตากผึงก่อนจึงเดินออกไปดู  


เห็นหลังบางๆ ในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงผ้าแพรไหลลื่นสีฟ้าขายาวนั่งขัดสมาธิบนตั่ง  ใช้สมาธิเล่นเพลงที่เคยได้ยินเมื่อครั้งอดีตสองคนอยู่ด้วยกัน  เข้าไปนั่งซ้อนท้ายด้านหลังแล้วโอบเอวคอด  ซุกหัวเข้ากับไหล่มนฟังเสียงเพราะๆ จากขลุ่ยที่ภรรยาขับร้อง



"ยังเพราะเหมือนเดิม"  ศรันย์เอ่ย ใช้คางตนเองเกยขึ้นไหล่  เมื่อนิคคุณขับร้องจนจบเพลง


"ครับ  จำบทเพลงไม่ได้แล้วเลยทวนความจำสักหน่อย"


ศรันย์มองเสี้ยวหน้าหวาน  นึกถึงวันที่ทำร้ายเมียตัวเองลงไป


"ขอโทษน่ะคุณ  ที่ฉันทำร้ายเธอจนปางตาย"


"แต่ที่แทคทำลงไปเพราะไม่มีสติโดนคุณไสยน่ะครับ"  


"ฉันรู้  แต่ฉันก็เป็นคนทำให้นายต้องตายอยู่ดี"


"แต่ต่อไปนี้มันจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้วน่ะครับ"


"ใช่  ฉันจะไม่มีวันทำร้ายนายอีกเด็ดขาด"  กล่าวจบศรันย์ใช้มือข้างดันหน้าขาวๆ ให้หันมารับจูบ


หมดแล้วซึ่งอาฆาต  เรือนไทยที่เคยมีแต่ความอาฆาตพยาบาทซ่อนเร้น กลายเป็นเรือนหอสัญญารักใหม่ขึ้นมาแทน


++++++++++++++++++++++++++


จบ





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4