รอยรัก รอยกรรม ตอนที่ 2
พ.ศ. 2533
"แง้! ฮึกแง้!" เสียงเด็กน้อยวัยทารกร้องตอนตี 2ของทุกคืน
อีกแล้วที่ลูกชายตัวเล็กต้องร้องไห้แบบนี้มันเพราะอะไรกัน
"โอ๋ๆ มาแล้วๆ แม่มาแล้ว นิชคุณร้องทำไมคร้าบ ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ" รดาเข้าไปอุ้มลูกชายมาไว้ในอ้อมอกของตัวเองแล้วปลอบขวัญให้
"น้องร้องอีกแล้วหรือครับแม่" นิชฌานเด็กน้อยวัย10ขวบงัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของน้องชาย
"ฌาน จ้ะ.. น้องอาจจะฝันร้ายน่ะลูก" เมื่อฝ่ามือของเธอสัมผัสเข้ากับผิวหนังด้านหลังของลูกน้อยผิดปกติเหมือนมีรอยขีดข่วนจึงวางนิชคุณลงกับที่นอนเล็กๆของเขา แล้วจับตัวพลิกข้างดูพบรอยบาดแผลกว้างยาวเหมือนคนถูกเฆียน
"ตายแล้ว นิด...เป็นอะไรลูก ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ ฌาน..ทำอะไรน้องหรือเปล่าลูก" เธอถามลูกคนโต นิชฌานส่ายหัวด้วยการปฏิเสธ รดาจึงไปปลุกสามีขึ้นมาคุย
"หรือว่า จะเป็นรอยกรรมของนิชคุณอดีตชาติที่แล้วค่ะคุณ" เธอกล่าวกับสามีด้วยความเป็นห่วงลูกคนเล็กเกิดมาก็มีกรรมเสียแล้ว ช่างน่าสงสารจริงๆ
"อาจจะเป็นไปได้นะ"
"งั้น ชาติที่แล้วนิดไปทำอะไรให้ใครค่ะ ฉันสงสารลูก"
10 ปีผ่านไป
"ฮึฮึฮึ อย่า กลัวแล้ว กลัวแล้ว อย่าทำอะไรผมเลย"
"นิด ตายแล้ว...ฌาน ฌาน! ช่วยจับน้องทีลูก"
นิชฌานโชคดีที่ยังไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยเช้านี้ ได้ยินเสียงแม่ตะโกนเรียกมาจากข้างล่างบ้านก็รีบลงไปช่วยดูน้องชายทันที ซึ่งกำลังอาละวาดเขวี้ยงของปาของใส่ไปทั่วบ้านราวกับวิ่งหนีใครอยู่
"คุณ... คุณ นี่แม่เองลูก นี่แม่เอง...ตายแล้ว" รดาเข้าไปเกลี่ยกล่อม เมื่อนิชคุณจับถือมีดปอกผลไม้ขึ้นมาทำท่าจะขว้างใส่ตน
"คุณอย่า! อย่าทำร้ายแม่น่ะ...นั่นแม่ คุณ...นี่พี่เอง พี่ชาย... นั่นแม่ พี่... แม่ อย่าทำแม่นะ" ฌานเข้าไปห้ามไม่ให้น้องชายทำอะไรร้ายแรงลงไป นี่ขนาดเล่นมีดกันแล้วเหรอเขาคิดในใจ
"แม่... พี่ชาย แม่... พี่ชาย" นิชคุณทวนคำที่ฌานพูด
"ใช่ แม่..พี่ชายของคุณไง พี่ขอนะ...พี่ขอมีดที่คุณถือได้มั้ย" ฌานแบมือออกไป หวังว่านิชคุณจะไม่ทำอะไรอย่างที่เคยทำกับ...พ่อ ของตัวเอง กลัวว่าจะขว้างมีดมาปักอกใส่แม่
พ่อตายไปเพราะน้ำมือของนิชคุณ มันเป็นความผิดบาปตีตราร้ายแรงติดตัวของเขากับแม่ไปจนวันตาย เพราะดูแลคุณได้ไม่ดีพอ เมื่อใดที่แม่เผลอเรียกนิดขึ้นมาเมื่อไหร่นิชคุณจะมีปฏิกิริยาทันที แม้แต่กับคนรอบข้างโดยเฉพาะผู้ชายด้วยกัน ต้องเอ่ยชื่อเต็มของเขา..หรือไม่ก็คุณเท่านั้น
เขาแปลกใจไปพร้อมกับแม่ เมื่อครั้งหนึ่งคุณเคยเล่าเรื่องราวในอดีตให้พวกตนฟัง
"มีคน.. เฆียนคุณ เขาดุ..ดุมากด้วย เขาบอก จำหน้ากูให้ดีๆ กูจะตามไปหลอกหลอนมึง"
จำหน้ากูให้ดีๆ ใครกัน? ทำกันได้ลงคอ เหี้ยมโหดกันชะมัด
"อ่อ เขาบอกอีกด้วยนะ เขาชื่อหลวงทัพ ไอ้หลวงนี่แหละ! มันสั่งคนให้เฆียนคุณ! คุณกลัว! พี่ฌาน!...แม่! คุณกลัว! กลัวแล้ว! มันเอามีดบั้นคอคุณตาย!" นิชคุณโวยลั่น
"อะไรน่ะ" แม่รดาต้องอึ้ง
ไม่น่าเชื่อ อดีตที่กินใจนิชคุณตามมาหลอกหลอนถึงในชาติภพนี้
"แล้วคุณรู้มั้ยเพราะอะไร หลวงทัพนั่น..ต้องสั่งฆ่าคุณด้วย" เขาถามน้องชายออกไป นิชคุณไม่ได้สติเล่าเรื่องราวให้ฟัง
"เพราะว่านิดไปยุ่งกับลูกชายของเขา คุณเทพกับนิดรักกัน เราสองคนรักกัน"
หา.. นิด กับคุณเทพอะไรนั่นรักกันอย่างนั้นเหรอ นิชฌานกับแม่รดามองหน้ากันฉงน ความผิดบาปในอดีตชาติของนิชคุณคือเรื่องรักนั้นเอง นิดคือชื่อเก่าของคุณ แล้วชาตินี้ก็เลยสอดคล้องกันนิดหน่อย แม่รดาก็ไม่ได้ตั้งใจตั้งชื่อลูกให้คล้ายกัน
กว่าเขากับแม่จะเกลี่ยกล่อมนิชคุณเก็บมีดได้ก็แทบตาย เกือบจะมีคนตายเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้วมั้ยละ
"แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรต่อไป" แม่ถาม
"คงต้องเอาใจเขาให้มากกว่าเดิมละครับ"
"แล้วถ้าวันหนึ่งฌานต้องไปทำงานละลูก" ผมถอนหายใจ ผมยังไม่รู้เลยถ้าตัวเองต้องทำงานใครจะอยู่ช่วยแม่ปราบไอ้คุณมัน
"คงต้องจ้างหาพี่เลี้ยง อีกอย่างไอ้คุณมันคิดติดลบกับผู้ชาย หาพี่เลี้ยงผู้หญิง..ถ้าให้ดีหน่อยเอาคนเคยมีประสบการณ์เป็นพยาบาลมาก่อน"
"เราก็ไม่ได้รวยมากนะ จะเอาเงินที่ไหนจ้าง"
ผมคงต้องหางานทำช่วยแม่ แต่ว่างานอะไรดีที่จะได้เงินมาเยอะๆ
เฮ้ยยย..ไอ้คุณเอ้ย ดันเป็นบ้าตั้งแต่เกิด เหนื่อยพวกฉันต้องเลี้ยงแก
ผมถอนหายใจแล้วพลางมองน้อง หลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่ผมแอบเอายาใส่ในน้ำดื่มให้ดื่มลงไป สลับมองกับแม่ที่ลูบหัวน้องจนหลับนั่นแหละ
ผ่านไปอีก 10ปี
"วันนี้ผมจะเอาน้องไปด้วย คุณจะได้คลายสมองหน่อย"
"ค่ะ" ผมแต่งงานมีภรรยาแล้ว แล้วก็มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน โชคดีที่ไม่เป็นผู้ชายป่านนี้โดนไอ้คุณจับหักคอไปแล้ว
ภรรยาของผมเธอก็เป็นพี่เลี้ยงของไอ้คุณนั่นแหละที่ผมเคยว่าจ้างหล่อนมา มีประสบการณ์เป็นพยาบาลมาก่อนด้วยเลยเข้าใจในชีวิตผมและแม่ เราสองคนจึงจดทะเบียนสมรสอยู่กินด้วยกันมาจนถึง 10ปี
ผมพยายามหาเงินมาด้วยทุกวิถีทางแต่เป็นงานสุจริตแน่นอนทั้งเรียนทั้งทำงาน ตอนนี้ผมเรียนจบสาขาด้านบัญชีมาและกำลังจะได้งานหรือไม่นั้นเพราะตอนนี้อยู่ในบริษัทสาขาหนึ่งแล้ว กำลังรอเพื่อจะเข้าไปสัมภาษณ์งาน และตอนนี้ดูเหมือนว่าคนมาสมัครกันเยอะมาก
นิชคุณผมก็ให้อมยิ้มไปแท่งหนึ่งและของเล่นคิวบิกไปเล่นแก้เหงา แต่แล้วจู่ๆ ผมรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำมากตอนนี้ แล้วทำไมจะต้องเป็นตอนนี้ด้วยว่ะ
"ซี้ดด อูย.. คุณ รอพี่อยู่ตรงนี้นะอย่าไปไหนเข้าใจมั้ย?"
"หือ? อือๆๆ" ผมกำชับบอกให้น้องนั่งรอหวังว่ามันจะไม่ซนนะ แต่ตาของผมก็เหลือบมองรอบข้าง เจอไอ้ผู้ชายสองคนทำท่ากะลิ้มกะเลี้ยใส่น้องผมก็ จิกตาสั่งห้ามยุ่งกับน้องกู...จะหาว่าไม่เตือนแล้วถึงจะไปหาห้องน้ำ
"นี่ๆ น้องน่ะ ซีสส..ขาวมากเลยว่ะ"
คนร่างบางไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะเรียกตัวเอง กลับดูดอมยิ้มในปากสบายใจเฉิบและในมือก็เล่นของเล่นตัวเองไปเรื่อยๆ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร
"น้องคนสวยจ้ะ"
เมื่อนิชคุณไม่สน สองหนุ่มที่นั่งกะลิ้มกะเลี้ยอยู่อีกด้านของบานกระจกกั้นเดินเข้ามาทักถึงตัว
"ทำเป็นไม่สน พี่มันไม่อยู่แล้ว น้องมันก็ดูติ๊งต๊องว่ะ ถึงแม้จะสวย..แต่กูว่าตอนนี้ พามันไปออกรสลีลาหน่อยมั้ยว่ะ" คนหนึ่งแอบพูดกับเพื่อนแล้วพะยักพะเยิดใส่กัน
คนหนึ่งเข้าไปขว้าข้อมือขาวที่กำลังง่วนเล่นอยู่
"หืยยย... อย่ามายุ่งคนจะเล่น" นิชคุณสะบัดข้อมือตัวเองหลุด
"เล่นตัวๆ หึ้ย..หลอกล่อเว้ย หลอกล่อ" ชายหนุ่มคนนึงกระซิบกับเพื่อนอีกคนหาวิธีพานิชคุณไป
"พาไปกินไอติมเอามั้ย" นิชคุณได้ยินถึงไอติมตาลุกวาวทันที
"ไอติมเหรอ กินๆๆ กินดิ"
"ป่ะ งั้นไปกัน" นิชคุณลุกขึ้นแต่ฉุกคิดได้
'พี่ฌานบอกไม่ให้ไปไหน' "ไม่ไป"
"ไปเหอะ... มีรสสตอเบอรี่ มะนาว" ชายหนุ่มทั้งสองรู้สึกขัดใจที่ไม่เป็นตามแผนนึกว่าเอ๋อแล้วจะง่ายฉวยข้อมือขาวอีกที
"หืมม อร่อย" นิชคุณเลียริมฝีปากอวบอิ่มทำท่าชวนหิวไอติม แต่หารู้ไม่ไอ้ท่าทางที่ทำเมื่อกี้มันดูบาดใจและยั่วยวนชายหนุ่มทั้งสองเข้าให้
"ปะไปกัน" คนหนึ่งดึงแขนคนร่างบางไปเลยนิชคุณเห็นก็ฝืนรั้งเอาไว้
"อะไร ปล่อย!" ท่าทางไม่ดีแล้ว
"ไปกินไอติมไง"
"ตกลงเธอเอ๋อจริงหรือเปล่า" คนหนึ่งถาม
"เอ๋ออะไร? ปล่อยนะ... บอกให้ปล่อยไง" นิชคุณกระชากแขนตัวเองออกแรงจากการจับกุมคนหนึ่งจนตัวเองต้องเซถลาถอยหลังเกือบก้นจ้ำเบ้า แต่ทว่าโชคดีมีอ้อมแขนนิรนามรับเข้าประคองไว้ได้ทันเสียก่อนจะล้มลง คนตัวบางเลยได้เหมือนอยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มบึกบึน ดวงตากลมโตก็สบกับตาคมดุจดั่งเหยี่ยวเข้า
พอเห็นใบหน้าตอบคมคายหล่อเหลานั้นชัดเจนภาพของใครก็ซ้อนทับเข้ามาทำให้นิชคุณตาโตแล้วยกยิ้มดีใจ
"คุณเทพ"
คนถูกเอ่ยชื่อขมวดคิ้วอัตโนมัติเข้าหากัน เมื่อคนในอ้อมกอดรู้จักชื่อของเขาทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่ในใจลึกๆเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน
"คุณ เกิดอะไรขึ้น?"
เทพพิทักษ์ (อค แทคยอน)ดึงสติจากใบหน้าหวานที่จ้องกันได้สักพักรั้งคนตัวเล็กให้ยืนขึ้น เมื่อมีใครเข้ามาหาคนร่างบางจับให้ไปอยู่ใกล้กัน
"ซนอะไรอีกเรา"
"หึ..คุณไม่ได้ซนน่ะ คุณจะไปกินไอติม สองคนนี้เขาชวน" นิชคุณทำท่าบอกใบ้ไปพร้อมแล้วชี้ผู้ชายอีกสองคนที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นแต่ก้มหน้างุด
เทพพิทักษ์พร้อมกับนิชฌานมองผู้ชายคนทั้งคู่ โดยเฉพาะเทพพิทักษ์มองด้วยสายตากึ่งดุดันและคาดโทษ
"ท่านประธาน"
'ท่านประธาน' นิชฌานมองคนที่เป็นท่านประธานคนที่ช่วยเหลือน้องชายของเขาจากไอ้ผู้ชายที่มองนิชคุณด้วยท่าทางกะลิ้มกะเลี้ยหื่นกามนั่นเอง
"พอฉันไม่อยู่สองวัน คิดว่าจะทำอะไรได้ตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ"
"ขะขอโทษครับ"
"อย่าให้ฉันต้องคาดโทษ จะไปไหนก็ไป"
เมื่อนิชฌานและเทพพิทักษ์ได้มาอยู่ห้องประธานด้วยกันแล้วทั้งคู่ แต่มีอีกคนที่เข้ามานั่งคั่นกลางพวกเขา นั่งเท้าคางมองชายหนุ่มใหญ่ไม่วางตาพร้อมกับยิ้มแฉ่งไม่หยุด จนพวกเขาสัมภาษณ์กันไม่ค่อยถูก เป็นสัมภาษณ์ที่ไม่ควรมีคนที่สามเข้ามาเกี่ยว
"เอ่อ คุณบอกว่า..พ่อคุณชื่ออะไรน่ะ" เทพพิทักษ์ถามคนตรงข้ามโต๊ะ
"พ่อผม..ชื่อ นายนพดล หรเวชกุลครับ"
"นายนพดล หรเวชกุล" เทพพิทักษ์แปลกใจขมวดคิ้ว เคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหน เขานึกชื่ออยู่...
"มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"ผมเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้" ชายหนุ่มใหญ่นึกยังไงก็นึกไม่ออก แต่เมื่อภาพอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ 11ปีก่อนผุดขึ้นมา ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปีมันเป็นอุบัติเหตุที่เขาเฉียดตายบนทางถนนรถยนต์ที่นั่งรถไปกับพ่อเกิดพลิกตลบคว่ำไถลตกข้างทาง พ่อของเขาเสียชีวิตกระทันหัน คนขับรถบาดเจ็บไปพร้อมกับเขาแล้วก็มีรถยนต์หนึ่งคันขับผ่านมา ลงมาช่วยเขาออกจากซากรถก่อนที่รถยนต์นั้นจะระเบิดไฟไหม้แล้วยังช่วยขับส่งโรงพยาบาลอีกที
"ปลอดภัยแล้ว ลุงกลับก่อนนะ"
"เดี๋ยวครับ คุณลุงชื่ออะไรครับ เผื่อวันหน้าผมเจอคุณลุงอีกที ผมอยากจะทดแทนบุญคุณ" คุณลุงคนนั้นเอามือวางบนหัวเขาแล้วยิ้มให้
"ลุงชื่อนพดล หรเวชกุล เผื่อวันหน้าเราได้เจอกันอีกที ลุงจะให้เราตอบแทนบุญคุณนะ ไปละ..ป่านนี้ครอบครัวลุงรออยู่นานแล้ว" และหลังจากนั้นก็ได้เจอแกอีกทีกับครอบครัวของคุณลุงนพดลไปทานข้าวกันกับไอ้เด็กติ๊งต๊องปัญญาอ่อนคนหนึ่งที่ร้องแหกปากลั่นร้าน ตอนนั้นเขาไปทานข้าวกับคุณแม่และเพื่อนของแม่ แต่แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอแกอีกเลย
"ใช่แล้ว.. คุณลุงนพดล หรเวชกุล ท่านเคยช่วยชีวิตผมเมื่อ 11ปีก่อน แล้วผมเคยเจอคุณด้วยที่ร้านอาหาร"
"อ้ออออ.. นี่คุณคือ เด็กผู้ชายคนนั้นเองหรอกเหรอ" นิชฌานนึกแล้วเดาออกได้ทันที
"ไม่นึกเลยนะครับจะได้เจอกันอีกครั้ง แล้วนี่พี่.."
"พี่ชื่อฌาน..นิชฌานเอง ส่วนไอ้ติ๊งต๊องนี่ก็..นิชคุณ" ฌานบุ้ยหน้าไปทางน้องชายซึ่งยังคงนั่งยิ้มเหม่อใส่ให้เทพพิทักษ์ไม่ยอมหุบ "คุณเขา..เป็นแบบนี้แต่เกิดแล้ว"
เทพพิทักษ์มองหน้านิชคุณแว่บหนึ่งก่อนจะหันไปมองพี่ชายของอีกคนโต๊ะตรงข้าม มันไม่ได้รู้สึกเขินอายที่คนหนึ่งมานั่งจ้องตนเอาแบบนี้แต่เพียงไม่ชินเท่านั้นเอง
"ฮึกฮรึ่มครับ ผมอยากรู้..คือ เขารู้จักชื่อผมได้ยังไงทั้งที่เราไม่เคยคุยกันมาก่อน"
"ว่าอะไรนะ นิด..เอ้ย คุณเนี่ยนะรู้จักชื่อนาย" ฌานงงอย่างแปลกใจ ไอ้ติ๊งต๊องไปรู้จักประธานคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
"แล้วคุณลุงเป็นอย่างไรบ้างครับสบายดีมั้ย"
"โอ...คือ" พอถึงบทสัมภาษณ์ช่วงนี้แล้วเขาไม่ค่อยอยากตอบหรือเล่าเท่าไหร่เลย แต่ว่า.. บอกแค่คร่าวๆก็แล้วกัน "คุณพ่อ ท่านเสียหลังจากที่เราเจอกันครั้งนั้นได้ไม่นาน แล้ว...เพราะอุบัติเหตุ ฮึกฮึกฮรึ่ม ส่วนคุณแม่ก็.. มาเสียทีหลังเพราะอุบัติเหตุอีกเช่นกัน" ฌานเล่ามีทั้งกระแอมไอทั้งคู่ทั้งเขาและคนสัมภาษณ์ แล้วก็มองหน้าน้องชายที่ยังเอ๋อไม่รู้เรื่อง ไอ้คุณมันจะรู้บ้างมั้ย ว่าเป็นตัวต้นเหตุทำให้พ่อกับแม่ต้องตายไป มันเป็นเวรกรรมของผมกับน้องอะไรกัน ทำให้ผมต้องแบกรับดูแลมัน
"ว้าว โอ...ไม่ใช่สิ เสียใจด้วยครับ" ไม่อยากเชื่อเลย ชีวิตของพวกเขาสองคนคงจะเจออะไรมากเยอะเลย ผมไม่ถามเขาแล้วดีกว่า "เอาเป็นว่าผมรับพี่เข้าทำงานเลยนะครับ ในตำแหน่งเลขาผม" เทพพิทักษ์ตัดสินให้ทันทีเลย ก่อนจะกดโทรศัพท์เรียกผู้ช่วยประธานเข้ามาเจรจา
"อ้าวไหนว่าขาดตำแหน่งบัญชีไงครับแล้วไหงเป็นเลขาไปได้" นิชฌานงง ก็เขาสมัครตามตำแหน่งที่ศึกษามา เทพพิทักษ์หยุดการกระทำของตัวเองลงทั้งหมดแล้วอธิบายถึงเหตุผลออกไป
"ผมอยากตอบแทนเขาครับ ครั้งหนึ่งที่เขาเคยช่วยชีวิตผมเอาไว้ ตอนนี้พวกพี่อาจจะลำบาก และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ผมจะได้ทดแทนบุญคุณคุณลุงแล้วด้วยการให้พี่เข้ามาทำงานในตำแหน่งดีๆทำเป็นเลขานุการของผมยังไงครับ เอาเป็นว่าตกลงนะครับ" เฉียบคมและชัดเจนทุกประการ

เขียนให้อ่านได้อารมณ์ไม่สดุดดี เรื่องจะเป็นอย่างไงนะ อยากรู้จัง
ตอบลบ