รอยรัก รอยกรรม ตอนที่ 4








"คุณไปด้วย..คุณไปด้วย"


"จะไปทำมั้ย...พี่ไปทำงานน่ะคุณ  งาน..งานหน่ะ ไม่ใช่ที่เล่นสำหรับคุณนะ"


"ก็คุณไม่ได้ไปเล่นสักหน่อย  คุณจะไปหาผัวตัวเอง"


เขาแปลกใจ  วันนี้คุณดูพูดจารู้เรื่องแหะ  เหมือนคนปกติมากเลย  ตั้งแต่...  ไม่นา...


นิชคุณเห็นพี่ชายตัวเองกำลังยืนงงก็รีบไปขึ้นรถกลัวจะไม่ได้ไป


"เฮ้ยคุณ"  ไม่ทันแล้ว..


หรือบางที  เทพพิทักษ์อาจจะเป็นตัวกำหนดให้คุณให้หายเป็นปกติก็ได้  ฌานยักไหล่.. ไม่ลองก็ไม่รู้  ขอให้น้องหายเท่านั้นดีที่สุด  ทุกอย่างจะได้กลับมาดีและมีความสุข


"ผัวจ๋าาา.."  หือ?  นิชคุณเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานพละการโดยไม่ได้เคาะ  เดินหน้าตายิ้มเบิกบานเข้าไป 


ฌานเอามือตบหน้าผากตัวเองดังฉาดกับคำพูดของน้องที่ประเสริฐสุดจะหาไม่  ไปเรียกเทพว่าผัวเสียงดังขนาดนั้นป่านนี้คงรู้กันทั่วทั้งบริษัทหมดแล้วนะสิ  จะรอดมั้ยเนี้ย..ไอ้คุณเอ้ย


เทพกำลังเซ็นเอกสารอยู่ตกใจกับการปรากฏตัวของนิชคุณเข้ามาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียงปากกาในมือไหลลื่นเลยทำให้ขีดเส้นออกนอกกระดาษแผ่นสีขาวทันทีเงยหน้าขึ้นมองตัวการ 


นิชคุณถือวิสาสะเข้าไปนั่งตักชายหนุ่มใหญ่คล้องคอหนาพร้อมกับโน้มหน้าหอมแก้มตอบบนใบหน้าคร้ามแล้วก็ยิ้มให้...เทพพิทักษ์ก็ปฏิเสธไม่ได้


"นิดมาให้กำลังใจคุณเทพขอรับ" 


"ไอ้คุณ.. โอ้ย  อยากจะบ้าตาย  ลุกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ"  ฌานเข้ามาในห้องเจ้านายรุ่นน้องทันได้เห็นน้องชายหอมแก้มเทพพิทักษ์


"หึ  ไม่เป็นไรครับพี่ฌาน..ความสุขของเขา  ถ้าทำให้คนบ้าหายป่วยได้" 


"หือ.. เขาไม่ได้บ้านะ  ตีตายเลย"  นิชคุณดุเทพพิทักษ์เล็กน้อยไม่ได้จริงจังอะไรแต่ชายหนุ่มกลับขำมากกว่า


"โทษทีนะ  พี่ขัดใจไอ้คุณไม่ได้"


"ไม่เป็นไรครับ  หาของให้เขาเล่นก็น่าจะไม่กวนกัน"


"แน่นะ"


"ครับ"


"เห็นมั้ย  คุณกวนทีไหน"  ทำหน้ายียวนใส่พี่ชาย  "ไปๆ คนเขาจะจีบกัน" โบกมือปัดไล่


"ไล่พี่แกเหรอ"


"ไม่เป็นไรครับ  เดี๋ยวผมเทคแคร์เขาเอง  ถ้าเขาดื้อผมปราบเอง"  ฌานพยักหน้าเข้าใจแล้วออกจากห้องปิดประตูให้


"อ่ะ  เอาไปนั่งเล่นตรงมุมโน้นนะ"  เทพพิทักษ์ยื่นมือถือให้คนที่นั่งตักชี้ไปที่ชุดโซฟากลางห้อง  "โหลดอะไรเล่น"


"ขอบคุณนะ..ฟอด~"  ได้ของแล้วก็ไปนอนเล่นเอกเขนกเล่นเกมคนเดียวที่ชุดโซฟาตัวยาว


เทพพิทักษ์เขินเล็กน้อยที่นิชคุณหอมแก้มเอามือขึ้นลูบแก้มตอบตัวเองยิ้มหน่อยๆ  ทำไมเขาปฏิเสธเด็กบ้าคนนี้ไม่ลง  แท้ที่จริงเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เองด้วยซ้ำ  เขาส่ายหัวปัดความคิดแล้วกดโทรศัพท์ให้คนข้างนอกสั่งขนมนมเนยมาให้นิชคุณ  แล้วถึงจะสนใจงานตรงหน้าตัวเองต่อ


นิชคุณทั้งกินทั้งเล่นมือถือโดยไม่กวนเทพพิทักษ์อะไร  ส่วนคนตัวสูงนั่งทำงานไปเกือบราวชั่วโมงก็ไม่มีอะไรเอกสารสำคัญอะไรแล้ว  นึกถึงเรือนไทยที่ชลบุรี


"คุณ..อยากไปเที่ยวมั้ย" 


หือ? เที่ยว 


นิชคุณโยนมือถือลงกับโซฟาที่ตัวเองนอนแล้วรีบลุกขึ้นนั่งมองเทพพิทักษ์ตาวาววับ


"เที่ยว  ไปๆ ไปเที่ยว"  แล้วก็ปรบมือดังแปะๆชอบใจ  เทพพิทักษ์จึงชวนนิชฌานไปด้วย


"ว้าว  ดูน่ากลัวไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย"  ฌานกล่าวตามที่เห็น  "แล้ว..นายซื้อมาจะทำเป็นอะไร"


"ผมว่าจะทำเป็นรีสอร์ท.. ไปๆมาๆรู้สึกผูกพันอยากจะทำความสะอาดไว้เสียก่อนเนรมิตให้ดูดีขึ้น"  เทพพิทักษ์กล่าวกับเลขาของตัวเองเดินขึ้นเรือนไทยไปด้วยกัน


ต่างกับนิชคุณไม่กล้าและไม่อยากขึ้นเรือน  ภาพเรือนไทยในอดีตฉายเข้ามาในหัว 


ที่นี่.. มันคือที่เดียวกันกับเรือนของหลวงทัพในอดีต


นึกถึงหลวงทัพ  มองขึ้นเรือนที่หัวบันไดที่สองหนุ่มกำลังเดินคุยขึ้นกันไป  หลวงทัพในชุดท่ากรมสีขาวนุ่งโจงกระเบนสีเข้มยืนจังก้าถือไม้เท้าที่หัวบันไดเรือน  มองเขาเขม็งด้วยดวงตาแข็งกร้าวดุดัน


"ฮื่อ ฮ่า..หลวงทัพ  ไม่..กลัวแล้ว  กลัวแล้ว"  นิชคุณสติกลับมาฟั่นเฟือนอีกครั้ง  แล้ววิ่งหนีหายไป  เทพพิทักษ์และฌานรีบมองตามหลังนิชคุณวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไป


"ตายแล้ว  คุณ!"  ฌานอุทาน  ทั้งสองเปลี่ยนหันหลังแล้วกระโดดข้ามขั้นกะไดวิ่งตามนิชคุณไป


"ฮือ..ฮื่อ!  กลัวแล้ว  กลัวแล้ว  อย่ามาหลอกผม" นิชคุณว่ากลัววิ่งหนีไปเส้นทางต้นดอกคูณ  พอเจอต้นดอกคูณเข้าก็หยุด  ต่างจากตรงเรือนไทยน่ากลัวลิบลับ 


ตรงนี้มัน..


"สวย"


ดอกคูณสีเหลือง  มันโบกปลิวไสวตามแรงลมอ่อนๆพัดให้ความร่มรื่นเย็นสบาย  ค่อยๆ เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหลุมเนินดินสูงเท่าหน้าแข้งเขียวชะอุ่มหญ้าตัดสั้นจนเกรียนดูดี  โดยมีดอกคูณมากมายร่วงหล่นลงใส่เขาคุกเข่าลง


ตัวเองมีความรู้สึกว่าหลุมนี้เป็นหลุมศพของใครคนหนึ่งที่น่าจะเป็นหลุมศพของเขา  ในจิตใจบอกเช่นนั้น  พลันน้ำตาก็ซึมไหลผ่านแก้มตัวเอง...ฝ่ามือแตะลงที่เนินดิน


"นิชคุณ  แฮ่กแฮ่ก"  เทพพิทักษ์กับนิชฌานวิ่งหอบเข้ามาเห็นนิชคุณแล้ว


"ศพใคร?"  นิชคุณถาม  แต่ไม่รู้ถามใครกัน


เทพพิทักษ์เป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้  นิชคุณน่าจะถามเขามากกว่า


"ไม่รู้เหมือนกัน"  เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันเป็นศพของใคร  แต่ที่แน่ๆ เขามีความรู้สึกผูกพันกับหลุมศพนี้เช่นกัน


"แล้วเราวิ่งหนีมาที่นี่ทำไม  เราเห็นอะไร"  พี่ชายถาม  นิชคุณดึงมือกลับใบหน้าหลวงทัพลอยเข้ามา


"หลวงทัพ  ไอ้หลวงทัพมันเป็นผี  มันหลอกคุณ...ไม่  ไม่..กลัวแล้ว  กลัวแล้ว  จะไม่ยุ่ง..จะไม่ยุ่งกับคุณเทพอีกแล้ว  ปล่อยบ่าวไป..ปล่อยบ่าวไป"  นิชคุณลุกขึ้นจะวิ่งหนีอีกที  ฌานรีบเข้าจับมือน้องแล้วรั้งตัวแต่คุณก็แรงเยอะ  เทพพิทักษ์เห็นท่าไม่ดีก็กอดนิชคุณไว้


"คุณ...คุณ  พี่อยู่นี่"


"ไม่..ไม่  ปล่อย..ปล่อย"  พยายามขืนจะเอาตัวหนีออกห่าง


"เรียกนิดสิ  เพื่อเขาจะผ่อนคลาย"  ฌานแนะนำ


"นิด  นิด..พี่อยู่นี่แล้ว  มองหน้าพี่... ไม่มีอะไรแล้ว  นิดอยู่กับพี่  ไม่มีอะไรมาพรากนิดไปจากพี่ได้  ตราบใดพี่เทพยังอยู่กับนิด"


"คุณเทพ"  คราวนี้นิชคุณหยุดดิ้นมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า  คุณเทพของบ่าว  คุณเทพ... 


นิชคุณโผเข้ากอดร่างใหญ่หน้าซุกกับอกร้องไห้  ไม่อยากหายไปจากคุณเทพอีกเลย  เขาไม่อยากไปจากอกอุ่นนี้อีก


เทพพิทักษ์ลูบแผ่นหลังบางปลอบประโลมขวัญ  เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันรู้สึกว่าใจหายตอนที่คุณวิ่งหนีห่างตัวเองไป  ใจว้าวุ่นและเป็นห่วงชอบกลผิดปกติ  เหมือนว่ากำลังจะเสียดวงใจไป


ดวงใจ... ดวงใจของเขา


ทำให้ตัวเองเห็นภาพหนึ่งในอดีตเข้ามาตอนที่เสียคนรักไป  แล้วเห็นว่าตัวเองเป็นคนทำศพให้  จากนั้นก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย


"พ่อเทพยังรักไอ้นิดอยู่อีกรึ"  หลวงทัพยืนมองอยู่ห่างๆ 


เขารับไม่ได้ที่ลูกชายไปรักใคร่กับผู้ชายด้วยกัน  มันผิดผี  จนร้อยปีผ่านไปพ่อเทพยังรักเมียตัวเองไม่เสื่อมคลาย 


เทพพิทักษ์นั่งหลังรถกับนิชคุณ  นิชฌานอาสาขับรถให้โชคดีมารถคันเดียวกัน


นิชฌานเชื่อแล้วว่าสองคนนี้ต้องเกี่ยวข้องกันแต่ในอดีตตามกันมาถึงชาติภพนี้  แสดงว่าที่คุณเล่ามาทั้งหมดแต่ต้นคือเรื่องจริง 


หลุมศพนั่นก็น่าจะเป็นหลุมศพของนิชคุณ  เพราะมีต้นดอกคูณเป็นสัญลักษณ์  เขามองกระจกหลังส่องมองคนทั้งคู่  เทพกำลังกล่อมคุณหลับอยู่


ส่วนเทพพิทักษ์เองกำลังทวนเรื่องนิชคุณกับหลวงทัพอะไรนั่น  คุณกลัวหลวงทัพขนาดขึ้นสมอง  เพราะอะไรกัน..ตกลงหลวงทัพเป็นใครกัน  ถ้าจะให้ถามนิชคุณเดี๋ยวก็ตื่นขึ้นมาอาละวาดอีก  ทางที่ดีถามพี่ชายเขาดีกว่าอาจจะรู้เรื่องเลยปิดหูคนหลับเอาไว้


"พี่ฌานพอรู้เรื่องเกี่ยวกับหลวงทัพบ้างมั้ยครับ  ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้  คุณเล่าอะไรให้พี่ฟังหรือเปล่า"


"อือ.. คุณเคยเล่าว่า  หลวงทัพเป็นพ่อของคุณเทพ  เขาเป็นคนดุและเข้มงวดกับทาสในเรือน  สั่งให้ทาสเฆียนตีทาสด้วยกันเองมากกว่าจะลงมือทำเอง  แล้วยังบอกอีกว่า..ตัวนิดถูกเฆียนเพราะรักกับคุณเทพ  แถมคุณเทพก็ขโมยสร้อยทับ.. ทับทิมหรืออะไรสักอย่างนี่แหละไปให้นิด"


"สร้อยทับทิม"  เขาพึมพำแล้วก็นึก




"น้ามะลิ  มีสร้อยทับทิมเส้นหนึ่งในห้องเจ้าคุณพ่อ"


"ทำไมเจ้าค่ะ  คุณเทพจะเอาไปทำกระไรรึเจ้าค่ะ" เทพยิ้มกับตัวเองหันตนจากหน้าต่างที่มองวิวข้างนอกกลับมาที่น้ามะลินั่งเก็บของให้เขา


"เอามาเถอะ.."


"แต่ว่า..มันเป็นของคุณหลวง  น้าไม่กล้าไปหยิบออกมาดอกเจ้าค่ะ"  มะลิบอกอย่างกลัว


"ฉันจะรับผิดชอบเองถ้าเกิดอะไรขึ้น  แต่ก็อย่าไปบอกให้ใครรู้"


"แต่ว่า"


"ฉันก็บอกแล้วไงจะรับผิดแทนให้"  สร้อยเส้นเล็กขนาดนั้นเจ้าคุณพ่อคงไม่ว่ากระไรหรอก  ถ้าตัวเองจะมอบมันให้กับคนรัก


"เจ้าค่ะ"  เมื่อมะลิแอบย่องไปเอาสร้อยทับทิมออกมาให้ชายหนุ่มใหญ่ได้สำเร็จ


"ฉันจะให้สร้อยเส้นนี้กับนิด"  เทพเอ่ยพลางมองสร้อยในมือ


"อะไรนะเจ้าค่ะ  คุณเทพ..แต่ว่า...."


เย็นย่ำวันนั้นเทพนำสร้อยทับทิมมอบให้กับนิดจริงๆ แล้วสวมสร้อยนั้นให้


"แต่ว่า.. ถ้าคุณหลวงรู้เข้าบ่าวจะรับโทษหนักน่ะขอรับ"  คนตัวเล็กมองสร้อยบนคอตัวเอง


"ถ้าพ่อทำแบบนั้นจริง  ฉันจะเข้าไปรับหวายแทนให้"


"แต่ว่า...."  ชายหนุ่มตัวบางจะปฏิเสธแต่เทพไม่ให้นิดพูดอะไร  เพราะตอนนี้คือความสุขของพวกเขาสองคนไม่อยากให้มีอะไรมากวนใจ
.
.
.
"อื๊อ/อ๊ะ"
.
.

เมื่อหลายวันถัดไป  ขุนบุนนาคกับลูกสาวแม่แก้วมาเยี่ยมหลวงทัพและเทพที่เรือน  คุยกันเรื่องสินสอดหมั้นหมาย 


"ฉันจะให้สร้อยทับทิมแก่แม่แก้วในวันหมั้นหมายน่ะ...น้ำงามเลยเชียว  หึหึหึหึหึ...เดี๋ยวนะ  รอแปปเดียว  ฉันจะไปเอามาให้ดู..จี้สร้อยสวยมาก  รับรองเหมาะอยู่บนคอแม่แก้วแน่นอน" 


ซวยประไร...  เจ้าคุณพ่อต้องการสร้อยอะไรตอนนี้  เป็นเรื่องแน่


"เอ่อ..กระผมขอตัวก่อนนะขอรับเดี๋ยวมา" 


"ได้สิพ่อ"  เทพพิทักษ์ลุกออกไป  แก้วมองตามหลังว่าที่คู่หมั้นคู่หมาย


เทพมาหานิดที่เรือนแต่ไม่อยู่  กะว่าจะมาบอกคนรัก  แต่เห็นว่าเป็นการดีที่สุดเลยตัวเองเลยค้นหาของเสียเอง  เรือนหลังเล็กนิดเดียวจะมีที่ซ่อนตรงไหนได้บ้าง  มองหีบใหญ่หีบเดียวในเรือน  ก็มีหีบใหญ่อันเดียวนี่แหละ  นิดคงไม่ใส่สร้อยออกไปข้างนอกดอกเพราะกลัวพ่อจะตาย  เขาเลยรื้อค้นของในหีบแล้วก็มีจริงๆ  รีบเอาสร้อยมาอยู่กับตัวไว้ก่อน


พอเกิดเรื่องขึ้นนิดถูกเฆียนตีเทพก็เข้าไปรับหวายแทนคนรัก  สร้อยทับทิมหล่นจากในตัวเขา  หลวงทัพหยิบสร้อยขึ้นมาดูมันเป็นของที่หายไปจริงๆ  ผิดหวังในตัวลูกที่มีคนเดียว




ภาพอดีตย้อนถอยทำให้เทพพิทักษ์รู้ต้นเหตุแล้วว่ากรรมของเขาคืออะไร  เขาขโมยสร้อยของหลวงทัพไปท่านก็ไม่เอาความเทพแล้ว  ก็น่าจะหายกัน.. แต่หลวงทัพดันไปฆ่าคนรักของเทพ  คนเป็นลูกเลยตั้งตนเป็นศัตรูกับพ่อ  เป็นเพราะเทพด้วยสินะที่ไม่น่าขโมยสร้อยไปเรื่องเลยไม่น่าเกิด  ส่วนเรื่องนิดหากคุณเทพอะไรนั่นบอกกับพ่อของเขาให้เข้าใจก็ไม่น่าจะเกิดการนองเลือดขึ้นไม่มีคนตายในเรือน


เขาเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อน่ะจะยกอะไรสักอย่างให้คนรุ่นลูกเป็นผู้ดูแลแต่ถามกันแล้วหรือยังว่าทำได้มั้ย


เทพพิทักษ์มองนิชคุณที่หลับคาตักเขา  นิดเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย  ตัวเองต่างหากที่ผิด...ผิดที่รัก  แต่ความรักก็ห้ามกันไม่ได้ 






ความคิดเห็น

  1. ต้นเหตุมาจากสร้อยเส้นเดียว ความเลยแตก ทำไม ๆ ต้องเอาสร้อยเส้นนั้นมาให้ด้วย ทำไมไม่ซื้อใหม่ให้

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4