เรือนรักพยาบาท ตอนที่ 1
ตอนแรกก็รัก ตอนหลังๆ ก็ตัดขาด
วิญญาณของนิชคุณจะทำเช่นไร
พบแล้วก็รัก
"วันเกิดพระยาเรืองเดชว่าที่พ่อตาแก นึกได้หรือยังจะให้อะไร"
มือหนาเรียวที่กางหนังสือพิมพ์อยู่ระหว่างใบหน้า พับกระดาษเก็บลงวางบนตัก เผยโฉมใบหน้าตอบงามๆ หล่อเหลาดั่งเทพบุตร ยกคิ้วขมวดใช้ความคิดสักครู่ก่อนจะตอบผู้เป็นพ่อ
"ครับ"
"ดี"
"คราวนี้น่าจะมีข่าวดีเร็วๆนี้"
ทัดไท (อค แทคยอน) หนุ่มรูปงามคือว่าที่ลูกเขยของพระยาเรืองเดชในวันข้างหน้า
ทัดไทลูกของพระยาทัติเทพ พระยาเรืองเดชกับพ่อของเขาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย ไม่แปลกที่ทั้งสองผู้ใหญ่จะให้ลูกๆ ของตนออกเรือนไปด้วยกัน ทัดไทจึงขัดใจไม่ได้
งานวันคล้ายวันเกิดพระยาเรืองเดช ทัติเทพ ทัดไทและคุณหญิงประมุขภรรยาท่าน
"ของขวัญครับคุณลุง"
"ขอบใจๆ คราวหน้าไม่ต้องหน่ะ ขอเป็นอย่างอื่นแทน"
ทัดไทรู้ความหมายของว่าที่พ่อตาข้างหน้าก็ยิ้มบาง
"ครับ"
"สารภี พาพี่เขาเข้าในงาน แล้วก็ดูแลดีๆ"
"ค่ะคุณพ่อ"
ชื่อสารภี คือว่าที่เจ้าสาวของเขา ทั้งสองเข้าไปในงานเลี้ยง เสียงระนาดเสียงปี่พาทย์สะเนาะเพลงให้คนในงานได้ฟังจับใจไพเราะเหลือเกิน สมแล้วกับวงปี่พาทย์ที่เลืองลือทั่วบางพระนคร แม้แต่ตัวชายหนุ่มใหญ่ฟังแล้วยังฟังหูไหลลื่น
"เพลงเพราะมาก"
ทัดไทเอ่ยขณะยืนคุยกับว่าที่เจ้าสาวของเขาแล้วเอี้ยวตัวไปมอง คนที่นั่งปี่พาทย์อย่างตั้งใจ ทำเอาคนในงานจับจ้องตาดูอย่างด้วยความเพลิดเพลินใจ จนไม่สามารถคำบรรยายอะไรได้แม้แต่เพียงคำพูดคำเดียว
"ค่ะ เจ้าคุณพ่อชอบมากเลย คณะวงหรเวชกุล" สารภีกล่าวเอ่ยสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทัดไทออกจะชอบเหมือนบิดาของตน
"หรเวชกุล ชื่อแปลกดีจัง พี่ไม่เคยได้ยินชื่อแบบนี้ในบางพระนคร" ทัดไทย่นคิ้วติดใจเล็กน้อยและก็คลายปมออก
"นั่นสิค่ะ น้องก็ไม่เคยได้ยิน"
ทัดไทหันไปมองดูคณะดนตรี แล้วก็จิบเครื่องดื่มน้ำอันพันสีเหลืองในมือที่ถืออยู่ไปด้วย
ใบหน้าหวานของผู้ที่ขับร้องปี่พาทย์ในงาน ดูเด่นและมีสง่า แล้วก็มีเสน่ห์แรงอย่างแปลกๆ เหมือนผู้หญิงขับร้องในงาน
สิ้นเพลงจบ ชายคนนั้นก็ลดเครื่องดนตรีชิ้นนั้นลง แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเครื่องเล่นชิ้นใหม่ขึ้นมาเล่นแทน ทัดไทจึงได้เห็นหน้าชัดๆ คนผู้เล่น จนเขาต้องตะลึงกับใบหน้าหวานนั้นทันที
สวย เธอผู้นั้นสวย สวยมาก
ทัดไทไม่อาจขัดใจตัวเองได้ ยอมรับว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าตนงดงามเพียงใด
"สวย" เขารำพึงออกมาเบาๆ
"อะไรนะค่ะพี่ทัด"
"เอ่อ..." ทัดไทออกจากภวังค์ เขาพูดอะไรออกไป "เปล่าจ้ะ" ทัดไทแก้ตัวเล็กน้อยก่อนจะตกในภวังค์ต้องมนต์เสน่ห์อีกรอบ
.
.
.
คณะวงปี่พาทย์หรเวชกุล
นิชคุณรู้จากพ่อว่าจะต้องไปเล่นดนตรีในวังของพระยาเรืองเดชคนใหญ่คนโตในวงตระกูลก็ดีใจ
"ไอ้คุณจะเล่นให้สุดฝีมือเลยคอยดู" กล่าวกับตนเองพร้อมฉีกยิ้มกว้าง
"อือ เล่นดีๆ เอาให้คนในงานตะลึงไปเลย" พ่อว่า
ใช่ ต้องเอาให้ตะลึง...
เมื่อวันงาน นิชคุณกลับเล่นให้คนในงานตะลึงไปจริงๆ แล้วในระหว่างที่เล่นกลับมีความรู้สึกถึงสายตาแปลกๆ จ้องมาที่ตัวเขา เล่นซอสามสายอยู่ ก็ค่อยๆ กรอกตาหาที่มาที่ไป มือยังคงบรรเลงเพลงอยู่ด้วยความเคยชิน ไม่ต้องมองมือตัวเองเล่นก็รู้ของด้วยตัวของตัวเองเองเพราะฝึกฝนมาช้านาน
สายตากลมโตสะดุดเข้ากับร่างชายผู้หนึ่ง ยืนคู่กับอิสตรีสวยนางหนึ่ง มองดูตนระยะห่างสิบห้าก้าว
แปลก มองเราทำไมกัน
ตาเรียวคมกับตาดวงกลมโตประสานเข้าหากัน
บ้าหรือเปล่า นิชคุณติชายผู้นั้นในใจ จึงจะเป็นตัวเองเสียก่อนเบนสายตาหนีกลับมามีสติอีกครั้ง ตั้งใจบรรเลงเพลงของตนต่อไป
ตั้งใจๆ นิชคุณ
หลายต่อหลายเพลงด้วยกันชวนสะเนาะหูคนฟัง เมื่อสิ้นเสียงปรบมือจากคนดูมากมาย คณะวงปี่พาทย์ก้มลงกราบเพื่อเป็นการขอบคุณที่ชมดู และนั่นก็หมายถึงจบการแสดงลงด้วย ทุกคนในคณะจึงมีเวลาในการพักผ่อนย่อนใจชั่วครู่
นิชคุณและลูกหาบในวงได้มีโอกาสทานมื้อเย็น
"คนดูปรบมือให้เป็นพรวน ฉันว่าต้องได้อัตเยอะแน่จากพระยาเรืองเดช" คนหนึ่งในคณะพูด
ทุกคนทานมื้อเย็นเสร็จ บ่าวคนหนึ่งในวังมาตามเพื่อไปรับอัตกำนัลกับพระยา นิชคุณและทั้งคณะวงก็ไม่รอช้ารีบไปทันที
"ขอบคุณขอรับ"
ทัดไทได้เห็นโฉมหน้าคนร่างโปร่งบางชัดถี่ก็คราวนี้ และเพิ่งจะรู้ว่าเป็นผู้ชาย แล้วก็เพิ่งจะทราบด้วยว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคณะวงหรเวชกุล
หนำซ้ำแอบเสียใจนิดๆ ที่คนเล่นไม่ใช่ผู้หญิง แต่ทำไมหน้าตาสวยดั่งหญิงมากนัก
"นิชคุณ นี่ทัดไท...ว่าที่ลูกเขยในอนาคตของฉัน ไหว้พี่เขาสะซิ"
นิชคุณกราบพี่เขา ทัดไทก็รีบรับไหว้กลับเพื่อไม่ให้อายุสั้น
"ไม่มีอะไรแล้วก็...อยู่ช่วยงานกันก่อนน่ะ"
"ขอรับ" ผู้เป็นหัวหน้าคณะวงตอบ
นิชคุณขอตัวแต่ทัดไทขอตามไปคุยด้วย
"เล่นได้ไพเราะ ฉันชอบ"
"ขอบพระคุณขอรับ"
นิชคุณทราบที่มาไอ้สายตาแปลกๆ ของชายผู้นั้นเป็นถึงหม่อมชายทัดไท ก็ไม่กล้าต่อกรตีฝีปาก
"ชื่อหรเวชกุลก็ว่าแปลกแล้ว ชื่อของเจ้าก็ยิ่งแปลกไปอีก"
"ขอรับ ใครก็ว่าแปลก หลวงตาที่วัดเป็นคนตั้งให้ขอรับ"
"อ่อ งั้นเหรอ"
นิชคุณและทัดไทเดินไปคุยไประหว่างไปเตรียมเกวียนหาบเครื่องดนตรีเพื่อจะกลับ
ทัดไทดีใจเหมือนจะได้เกลอเพิ่มมาใหม่ แล้วก็เหมือนถูกใจนิสัยใจคอนิชคุณ ได้เห็นอากัปกิริยาและอิริยาบทต่างๆของคนร่างโปร่งกลับพบว่าเป็นคนที่ร่าเริงสดใส ตากลมโตของเขาสุขไสว เวลายิ้มก็ช่างยิ้มสวย และเมื่อถึงเวลาต้องลาจากกัน
"หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีก ดีไม่ดีอาจจะเป็นวันแต่งงานของฉันก็เป็นได้"
"คุณทัดไทจะแต่งงานหรือขอรับ" นิชคุณตาวาว
"ใช่"
"ดีเลย จ้างกระผม...กระผมจะขับกล่อมจนคุณทัดเข้าเรือนหอไปเลย"
"ได้สิ ฉันจะรอวันนั้นน่ะ" ทัดไทกล่าวยิ้ม
เมื่อทั้งคู่จากกัน ก็เป็นพวกตนกลับวังกันบ้าง เขารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกได้เจอนิชคุณครั้งนี้
ดึกคืนเดียวกันยังไม่ง่วง ชายหนุ่มใหญ่ยืนอมยิ้ม รับลมอยู่คนเดียวที่บานหน้าต่าง และรู้สึกผิดปกติก็สะบัดหัว
"บ้าน่า นิชคุณเป็นผู้ชาย"
หลังจากที่คณะวงปี่พาทย์หรเวชกุลไปขับร้องที่วังพระยาเรืองเดชออกบ่อย ก็มีตามมาอีกหลายรอบเช่นกัน ท่านพระยาชอบใจเอาเป็นอย่างมากถึงกลับเอ่ยกล่าวขอให้คณะวงย้ายเข้าอยู่ในวังรั้วของท่าน ตอนแรกก็นึกเกรงใจอย่างมากที่ท่านพระยาจะเอื้อเฟื้อถึงได้เพียงนี้ ก็ไม่กล้าขัดพระประสงค์ แต่หารู้ไม่ว่าพระยาเรืองเดชนั้นกำลังหมายตัวในนิชคุณอยู่
ถึงแม้นิชคุณจะเป็นชาย แต่ใบหน้าที่งดงามกว่าดั่งหญิง มีหรือที่ผู้ชายด้วยกันจะไม่เผลอไผลหวั่นไหวไปด้วย
"นี่เจ้าคุณพ่อคงจะโปรดปรานคณะวงนี้เอามากๆ เลยน่ะค่ะ ถึงกับเอ่ยปากขอให้มาอยู่ในวัง"
"ใช่ พ่อชอบมาก" พระยาเรืองเดชกล่าว แต่สายตากำลังซ้อนความกรุ่มกริ่มเอาไว้
หลายวันมานี่พระยาเรืองเดชเรียกให้นิชคุณไปขับเพลงที่สวนให้ฟังอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะคนเดียว จนคุณหญิงโสมนึกสงสัยแปลกๆ
นิชคุณเองก็นึกสงสัยในตัวท่านอยู่เช่นกันแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ในใต้อุ้งพระบาทของผู้เป็นใหญ่ที่นี่
จนวันคืนหนึ่งที่ไม่มีใครอยู่ที่เรือนและวังอัมรัตเนื่องจากวันเข้าพรรษานิชคุณไม่สบายขอบ่ายเบี่ยงเพื่อที่จะนอนพักผ่อน พระยาเรืองเดชทำเป็นลืมของที่วังเอาไว้แล้วย้อนกลับมา คุณหญิงโสมแอบตามท่านเจ้าคุณกลับมาด้วย
"นิชคุณ นิชคุณ คืนนี้เธอต้องเป็นของฉัน" ในใจร้อนรุ่มไปหมด พร่ำเพ้อชื่อตลอดทาง
พระยารีบไปเรือนที่นิชคุณพักอาศัยอยู่ ไปเคาะประตู
นิชคุณที่นอนซมด้วยฤทธิ์ไข้ ปวดหัวหนักอึ้งสลึมสลือแล้วยังครั่นเนื้อครั่นตัว พยายามตะเกียกตะกายไปเปิดประตู พอเปิดออกเท่านั้นแหละ ท่านพระยาก็รีบคว้าแขนนิชคุณเอาไว้
นิชคุณตกใจแทบลืมหายป่วย ประตูถูกกระชากปิดด้วยฝ่ามือเหี่ยวอวบๆ
"ท่าน ท่านเจ้าคุณจะทำอะไรขอรับ"
แรงแทบจะไม่ค่อยมี นิชคุณถอยหลังกรูดตามแรงดัน แขนข้างหนึ่งถูกยึดเข้าหาจนตัวประชิดกัน
"นิชคุณ ฉันไม่ไหวแล้ว เธอสวยเหลือเกิน เป็นของฉันเถอะน่ะ ฉันจะดูแลเธอปลูกหมอนปลูกเสื่อให้น่ะ" เอ่ยสิ้นเสียงคำดังกล่าว ท่านพระยากระโจนโผเข้ากอดแล้วซุกไซร้ซอกคอขาว
"ท่านเจ้าคุณ อย่าขอรับ!" นิชคุณไม่อาจต้านทานแรงโน้มได้ แรงไม่มีกำลังถูกขืนใจ ฟ้าผ่าก็บัดนี้แหละ
นิชคุณพยายามฝืนตัว แก่คราวพ่อทำไมแรงเยอะขนาดนี้ว่ะ สงสัยความตัณหาบังตา
"ท่านเจ้าคุณปล่อยกระผมนะขอรับ!" ไม่ฟัง
พระยาผลักนิชคุณลงกับพื้นไม้ ก่อนจะตามไปถาโถมทับใส่
"โอ้ย!"
"นิชคุณ นิชคุณ" เสียงพร่ำเพ้อไม่หยุด
"ท่านเจ้าคุณ! ปล่อย...กระผม"
"ว๊ายยยย! เจ้าคุณพี่!" คุณหญิงโสมเปิดประตูเข้ามาเห็นก็วีดร้องเสียงลั่น
ท่านพระยาเรืองเดชหันควับไปมองที่ประตูก็ตกใจรีบดีดตัวขึ้น
"คุณหญิง!"
คุณหญิงโสมเอามือทาบทับอกข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งก็ป้องปิดปาก มองสามีและนิชคุณสลับกัน เพิ่งจะได้เห็นก็วันนี้
นิชคุณรีบใช้โอกาสจังหวะนี้ไปหลบหลังคุณหญิงท่าน
"ช่วยกระผมด้วยขอรับ"
"วิปริต วิตถาร!" ตะโกนใส่ผู้เป็นสามี
"คุณหญิง! ฟังฉันก่อน!"
คุณหญิงโสมเดินออกจากเรือนบ่าวกลับขึ้นวัง ท่านพระยาเจ้าหัวงูก็รีบตามไป นิชคุณได้ทีอยู่ลำพังรีบปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา รอพ่อมากลับมาถึงจะเปิดอีกรอบ ตอนนี้เขาไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว
ในเวลาเดียวกันที่วัด ฝั่งคุณชายทัดไทและครอบครัวมาร่วมเข้าพรรษาด้วยกันแล้วก็เพลิดเพลินกับงานวัด
"น่าเสียดายนิชคุณไม่มาด้วย"
"นิชคุณไม่สบายนะค่ะ เขาขอบ่ายเบี่ยงเพื่อจะนอนพัก"
"นิชคุณไม่สบาย เห็นทีพี่ต้องไปเยี่ยม"
นานแล้วไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันงานวันเกิด แทบลืมใบหน้าหวานนั้นไปแล้ว เจ้าจะกินอยู่เช่นไรน่ะ ทัดไทคิดถึงอยู่ในใจ
ลูกหาบคณะวงดนตรีทยอยกันกลับมา พ่อของนิชคุณเดินเข้ามาเคาะประตูเรียก เมื่อลูกชายเปิดประตูให้ ทันทีที่พ่อมาคนร่างบางก็รีบโผเข้ากอดทันที
"พ่อ ช่วยฉันด้วย ท่านเจ้าคุณ...ท่านเจ้าคุณจะปล้ำฉัน"
"เอ็งว่าอะไรน่ะ!" พ่อของนิชคุณดันลูกชายออกห่างมองสภาพตัวสั่นเทางันงก ตัวร้อนหน้าซีดขาวเผือดและคิดว่าลูกชายคงไม่โกหกตนหรอก
รุ่งขึ้นคุณหญิงโสม พระยาเรืองเดชและสารภีอยู่กันครบถ้วนหน้า ก็ให้บ่าวไปตามนิชคุณกับพ่อของคนร่างบางมาพบ
"รู้แล้วใช่มั้ย ที่ฉันเรียกให้มาพบ"
"ขอรับ" นิชคุณตอบแต่ไม่เงยหน้าขึ้นมาสบ
"จะเอายังไง" คุณหญิงถาม
"กระผมจะขอไปอยู่ที่อื่นขอรับ จะไม่ขออยู่ที่นี่ต่อ"
"นิชคุณ คุณหญิง..." พระยาเรืองเดชกำลังจะขัด แต่คุณหญิงรีบแทรก
"แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนล่ะ จะว่ายังไง"
"กระผมจะไม่เอาความขอรับ จะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น" นิชคุณเม้มปากชั่วครู่ก่อนจะตอบ
"มันเรื่องอะไรล่ะค่ะคุณแม่" สารภีที่นั่งฟังอยู่นาน ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับผู้ใหญ่สองคน แต่มีนิชคุณอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แสดงว่าต้องมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น
"แกอย่ารู้เลย แล้วรู้หรือเปล่าจะไปอยู่ที่ไหน บ้านเก่าที่เคยใช้อยู่ก็ขายไปแล้วหลังจากพวกเธอย้ายเข้ามาพักที่นี่"
"คุณแม่ค่ะ ทำไมนิชคุณจะต้องย้ายออก ก็ไหนเจ้าคุณพ่อโปรดปรานคณะวงดนตรีนิชคุณมากไม่ใช่หรือค่ะ ลูกไม่เข้าใจ นิชคุณลูกก็คิดกับเขาเหมือนน้องชายคนนึง"
โถ คุณสารภี ช่างไม่รู้อะไร อุตส่าห์ให้เกียรติผมถึงขนาดนั้นเชียว กระผมไม่กล้าอาจเอื้อมหรอกขอรับ
ขณะที่ทุกคนกำลังเครียดขรึมอยู่ บ่าวไพร่ก็เข้าบอกว่าทัดไทมา ชายหนุ่มใหญ่ก็เข้ามาด้วยรอยยิ้ม แต่สถานะการณ์ภาพเบื้องหน้าดูอึมครึมนัก แล้วก็ได้เห็นว่ามีนิชคุณอยู่ด้วย
"มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครัล ดูหน้าตึงเครียดกันเชียว"
คุณหญิงโสมฉุกคิดขึ้นได้ทันที พ่อทัดไท...น่าจะช่วยนิชคุณได้
"ทัดไท ป้ามีเรื่องอยากจะขออะไรพ่อสักอย่างจะไดัไหม"
"คุณป้ามีเรื่องอะไรหรือครับ ผมยินดีช่วย"
คุณหญิงมองนิชคุณซึ่งยังคงก้มหน้างุด
"เรื่องนิชคุณหน่ะ"
"นิชคุณ? ทำไมหรือครับ" ทัดไทงวยงง
"ป้าอยากให้นิชคุณไปอยู่กับพ่อทัดไทที่เรือนของหลาน"
"ทำไมล่ะครับ" ทัดไทอยากรู้คำตอบ
"เมื่อคืนเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับนิชคุณ มีคนเข้ามาทำร้ายถึงในวัง ป้าเป็นห่วง อยากให้อยู่ไกลขโมยขโจร" อะไรน่ะ
"จริงเหรอคุณ" คุณชายทัดไทหันหน้าไปเอาคำตอบกับคนก้มหน้างุด
"ขะขอ...ขอรับ เมื่อคืนมีขโมยเข้าเรือนบ่าวบุกมาทำร้ายกระหม่อม"
"ทำไมเป็นเยี่ยงนั้นไปได้ล่ะครับคุณหญิงป้า" ทัดไทหันกลับไปเอาคำตอบกับว่าที่แม่ยายของตน
"เผอิญว่าไอ้หัวขโมยเป็นโรคจิตวิตถาร ลักลอบเข้ามาขืนใจนิชคุณ โชคดีป้ากลับมาทันเห็นเสียก่อน นิชคุณเลยรอดจากเงื้อมมือโจรผู้นั้นไปได้ ไม่งั้นเกือบเสร็จมันแล้ว"
"อะไรน่ะ/อะไรน่ะ" ทัดไทและสารภีอุทานเสียงดังออกมาพร้อมกัน
"เรื่องจริงหรือลุง" ทัดไทหันกลับไปถามกับพ่อของนิชคุณอีกครั้ง ซึ่งก้มหน้าใกล้กันกับลูกชาย
"จริงขอรับ เมื่อคืน...ไอ้คุณมีอาการหน้าตาตื่นตกใจตัวสั่นเทามาก กระผมเชื่อที่ลูกชายมันบอกกล่าว มันไม่ปดกระผมหรอกขอรับ"
คุณหญิงโสมและนิชคุณไม่กล้าบอกได้หรอกว่าหัวขโมยที่กล้าปีนเข้ามาในรั้วแล้วทำแบบนั้นเนี่ย กำลังนั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มเผือดขนาดไหน
ทัดไทรับปากกับคุณหญิงป้าว่าจะเอานิชคุณไปอยู่ด้วย ก็ให้นิชคุณไปเก็บของ อย่างน้อยการที่ได้ไปอยู่กับทัดไทน่าจะปลอดภัยจากเฒ่าวิตถาร คุณหญิงคิดในใจ
หัวหน้าคณะวงตัดสินใจไปหาที่อยู่อื่นใหม่ เพราะทนความอับอายเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชายไม่ได้ ทัดไทชวนก็ปฏิเสธความหวังดี แม้แต่กับลูกชายตนเองที่อ้อนวอนขอร้องชวนให้ไปอยู่ด้วยก็กลัวไปเป็นภาระ
เพราะตนแท้ๆ อยากได้ความสุขสบาย ไม่น่ารับปากมาอย่างง่ายดาย เรื่องมันคงไม่เกิดขึ้น
เมื่อได้อยู่กันสองต่อสองบนรถเต่าทรงกระบอกสีเหลืองออก คลานสี่ล้อของคุณชายทัดไท
"อย่าไปคิดมาก นายออกมาจากวังอัมรัตแล้ว มันคงไม่ตามไปถึงที่บ้านฉันหรอกน่ะ"
นั่นน่ะสิ ไอ้เจ้าพระยาหัวงู วิตถาร มันคงไม่กล้าไปเหยียบที่นั่นหรอก... น่าเกลียดที่สุด นิชคุณใจชื้นขึ้นมาบ้าง หวังว่าไปอยู่ที่วังคุณชายทัดไท คงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอกน่ะ คนร่างบางคิด
ทันทีที่นิชคุณก้าวเข้าไปในวังธรรมรัตน์เดชาของพระยาทัติเทพ ท่านทราบข่าวก็เห็นใจและสงสาร เลยยอมให้คนร่างบางมาพึ่งพิงอาศัย
"ไปตามไอ้ชานมา" ผู้เป็นประมุขสั่งกับบ่าวไพร่ผู้หนึ่งซึ่งนั่งคอยรับใช้อยู่ห่างๆ
เมื่อคนที่ให้ตามหาก็มา นั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้
"นิชคุณ นี่เจ้าชาน อายุน่าจะราวๆ เดียวกัน ไอ้ชาน เอาเขาไปอยู่กับเอ็ง"
"ขอรับท่าน"
สถานการณ์คลี่คลาย อาจจะแปลกถิ่นนิดหน่อยสำหรับนิชคุณ ดูแล้วอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่ออยู่ในเขตวังธรรมรัตน์เดชาท่านชายทัดไท แล้วก็หวังว่าพระยาทัติเทพคงจะไม่เหมือนไอ้พระยาหัวงูนั่น
ชานกับนิชคุณ เข้าเกลอกันได้อย่างรวดเร็ว ให้คนร่างบางได้มีอะไรทำมากมายหลายอย่าง โดยไม่ให้นิชคุณต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย
ทัดไทรู้สึกกระปรี่กระเปร่ากระชุ่มกระชวยตั้งแต่มีนิชคุณมาอยู่ในเรือน ได้ลอบเห็นใบหน้าหวาน ได้ยินเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกว้าง เหมือนตัวเองกำลังตกหลุมรักนิชคุณเข้าอย่างจัง แต่เพราะด้วยที่คนร่างบางเป็นผู้ชาย กลัวผิดจารีตก็เลยหักห้ามใจ
วันนี้คุณหญิงโสม พระยาเรืองเดชและลูกสาวมาเยี่ยมถึงวังธรรมรัตน์เดชามาทาบทับเร่งวันงานแต่งงานให้เร็วขึ้น แล้วก็ได้เห็นนิชคุณสดใสขึ้น พระยาเฒ่าหัวงูก็มองด้วยอาการลามเลีย
นิชคุณไม่อยากเห็นลูกกะตาที่เต็มไปด้วยตัณหาราคีก็รีบหนีออกมา
ทัดไทเริ่มรู้ตัวว่ารักนิชคุณ แต่ทำอะไรไม่ได้ หากเขาขัดใจอาจมีเรื่องบาดหมางระหว่างสองตระกูลก็เป็น เลยรับปากว่าจะเลื่อนงานแต่งงานให้เร็วที่สุด
ชายหนุ่มใหญ่นั่งคบคิดอยู่หลายตลบในสวนลำพัง แล้วเผอิญเจอนิชคุณอยู่ในสวนด้วย กำลังดูแลต้นไม้ต้นหญ้า
นิชคุณเองพักหลังๆ รู้สึกท่านชายมาป่วนเปี้ยนใกล้ตลอดเวลา รู้สึกถึงไออุ่นแปลกๆ ยามเหมือนมีพี่ชายรักน้องชายก็ดีใจ เพราะตัวเขาเองก็ลูกโทนไม่มีพี่น้องที่ไหน
"คุณ"
นิชคุณหันมาก็เห็นท่านชายทัดไทเดินมาหา จอบที่ถือก็ชะงักค้างไว้
"ท่านชาย" ทัดไทเข้าไปนั่งยองๆ ข้างคนร่างบาง
"เหนื่อยไหม"
"ไม่เหนื่อยหรอกขอรับ" นิชคุณตอบหันหน้ากลับมาทำงานของตน
ชายหนุ่มใหญ่ลอบมองเสี้ยวใบหน้าหวาน หน้าผากผุดเต็มไปด้วยเหงื่อ นิชคุณจะซับเหงื่อที่หน้าผากแต่ทัดไทขวางมือไว้ จะเป็นคนตัวใหญ่เองซับเหงื่อให้ที่หน้าผากมนกลม
นิชคุณมองการกระทำก็หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
ท่านชาย ทำอะไรของท่านชายกันแน่ การกระทำนั้นเหมือนทำกับผู้หญิงจังเลยขอรับ
ทัดไทเห็นนิชคุณเงียบมองใบหน้าหวาน บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบ หยุดมองใบหน้าหวานสวย หัวใจเต้นระส่ำ มันแน่เสียยิ่งกว่าแน่ เขารักนิชคุณ
ด้วยใจที่เรียกร้องค่อยๆ โน้มใบหน้าเอียงเพื่อจะเข้าไปจูบ แต่...เหลืออีกเพียงนิดเดียวริมฝีปากใกล้กันจะแตะกันอยู่แล้ว
"พี่ชายทัดค่ะ" เสียงของสารภีดังเข้ามา ปลุกสติสัมปชัญญะทั้งสองให้ตื่นขึ้น
ทัดไทเลยอดที่จะถามนิชคุณเรื่องการแต่งงานของเขา ชายหนุ่มใหญ่รีบลุกขึ้น
นี่เราทำอะไรลงไปนิชคุณ คุณชายกำลังจะจูบเรา
นิชคุณกระพริบตาปริบๆ ใบหน้าร้อนผะผ่าวกำลังขึ้นสี ลามถึงไปใบหูขาว
บัดสี...ไม่ใช่ ท่านชายเห็นเราเป็นน้อง พี่ชายย่อมห่วงน้องชาย ไม่ใช่แล้ว แต่ไอ้เมื่อตะกี้นี้คือกระไร
นิชคุณกำลังขัดแย้งกับความรู้สึก แม้ในหัวใจของเขาก็กำลังเต้นแรงตูมตาม
"ขอตัวน่ะ"
"ขอ ขอรับ" นิชคุณก้มหน้างุด
ทัดไทสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ตัดสินใจหันหลังให้แล้วเดินจาก พอไปได้ไกลนิชคุณก็ทรุดนั่งลงแหมะพื้นหญ้าทวนคิดการกระทำชายหนุ่มใหญ่ทันทีนิ้วแตะริมฝีปาก
หัวค่ำท่านชายทัดทำงานที่ห้องส่วนตัว นิชคุณกล้าๆ กลัวๆ ขึ้นมาทันที รับใช้แบกถาดกาแฟเข้ามาถือไว้ที่แขนสองข้าง ก่อนจะปล่อยมือข้างหนึ่งยกขึ้นเคาะประตู เมื่อคนข้างในอนุญาติก็เข้าไปอย่างเงียบกริบ
ท่านชายไม่ได้ยินเสียงปิดประตูก็สงสัยเงยหน้าขึ้น พอเห็นเป็นนิชคุณจึงรีบลุกขึ้น คนร่างบางเองเห็นหนุ่มใหญ่ลุกตนก็ตกใจ เพราะการกระทำเมื่อตอนสายยังติดใจตนอยู่
"คุณ"
"บ่าว เอา...เอากาแฟมาให้"
ทัดไทพยักหน้ารับ คนร่างบางค่อยๆ เอามาวางที่หัวโต๊ะให้ แล้วทำเหมือนจะรีบออก
"เดี๋ยว" นิชคุณสะดุ้งโหยงเล็กน้อย
ท่านชายเห็นนิชคุณงกๆ เงิ่นๆ คงเป็นเพราะเรื่องเมื่อช่วงสาย แล้วคิดว่านิชคุณต้องรู้ความรู้สึกอะไรของเขาบ้าง กระเถิบไปอยู่ด้านหลังคนตัวบาง
"นิชคุณ" โอบลำแขนใหญ่ของตนไปที่เอวคอดเล็ก นิชคุณสะดุ้งโหยงเกือบทำถาดตกก็กอดเอาไว้
"เรื่องเมื่อตอนสาย ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร ฉันอยากจะบอกนิชคุณ ว่ารู้สึกดีกับคุณเช่นไร" เมื่อเห็นนิชคุณเงียบก็พูดต่อ "มันอาจจะดูผิดจารีต แต่ความรู้สึกของฉันที่มีต่อคุณ ทำให้ฉันมั่นใจว่ากำลังตกหลุมรักนิชคุณ"
"ตะแต่ เราสองคนต่างเป็นผู้ชาย" เสียงเบาหวิวเกือบหาไม่เจอ
"ฉันรู้"
"ละแล้ว คุณหญิง...คุณหญิงสารภี"
"ฉันไม่รู้จะทำเช่นไร แท้จริงฉันไม่ได้รักสารภี แต่ผู้ใหญ่อยากให้เราแต่งงานเพื่อปรองดองก็เท่านั้น"
ทันทีที่รู้ว่าชายหนุ่มด้านหลังไม่ได้รักสารภี ก็รู้สึกใจชื่นบาน
เอะ...ทำไมเราต้องรู้สึกดีใจ
ทัดไทปล่อยแล้วหันร่างเล็กให้ประจันหน้ากัน เอาถาดที่นิชคุณถือไว้ลงโต๊ะทำงาน ก่อนจะสวมเข้ากอดใหม่ แล้วเอามือขาวบางข้างหนึ่งขึ้นเหมือนดันอกข้างซ้ายของตน ให้คนตรงหน้ารับรู้ถึงความรู้สึก
"รู้สึกหรือไม่" ทัดไทถาม นิชคุณพยักหน้าเม้มปากตนเอง ใจของเขาก็เต้นแรงเช่นกัน
"แต่บ่าวไม่กล้าอาจเอื้อม...รัก บ่าวเพียงคิดว่าท่านชายเอ็นดูกระหม่อมเหมือนน้องชายคนหนึ่ง"
ทัดไทเอื้อมนิ้วชี้ไม่ให้นิชคุณพูด ก่อนจะสบตาให้นิชคุณได้รู้สึกอย่างจริงใจ ว่าเขารักคนตรงหน้านี้ขนาดไหน สายตาจ้องที่ริมฝีปากอิ่มแล้วจะทำอย่างที่ใจหวังโน้มหน้าลงเข้าจูบ นิชคุณหลับตาซึมซับความรู้สึกของท่านชาย มือสองข้างขึ้นกำแขนเสื้อตรงหัวไหล่กว้าง
เนิ่นนานกับรสจูบ ท่านชายผละจูบแล้วดันศรีษะเล็กให้ซบกับอก นิชคุณก็คลายมือโอบกอดไหล่กว้างซึมซับความรักชายผู้ที่อยู่ตรงหน้า
...........................................................
คำถ้อยอาจจะไม่สวย อย่าถือสา อ่านเพื่อสนุกบันเทิง
มีประการบางใดไม่เหมาะสม ขออภัยด้วยน่ะค่ะ

นึกว่าจะไม่อัพฟิคเเล้วซะอีก คิดถึงมากเลย รอติดตามอยู่นะ
ตอบลบมีหลายเรื่องที่อยากอัพ แต่เนื้อหาไม่ค่อยได้ สมาธิสั้นแล้วค่ะ
ลบน่าสนใจดีจ้ะ
ตอบลบเป็นกำลังใจให้นะ