เรือนรักพยาบาท ตอนที่ 2







เสียตัวเพราะยากำหนัด




เสียงเป่าขลุ่ยของนิชคุณ  ทำให้คนในรั้ววังรู้สึกสดชื่น  โดยเฉพาะท่านชายหนุ่มจะออกแสดงกิริยาได้อย่างชัดแจ้ง  เมตตานิชคุณเหมือนดั่งกับน้อง แต่ใครเล่าจะรู้กันเพียงแค่สองคนคิดกันเช่นกระไร  ต่างหน้าก็ทำเป็นเหมือนพี่น้อง  พอลับหลังก็โอบกอดด้วยความรัก


ทัดไททรงหาเครื่องดนตรีมาให้นิชคุณได้ขับเล่นในยามที่เขาอยากฟัง  ที่ศาลาในสวนบ้างหรือบางทีเครียดจากหน้าที่การงานหมกมุ่นในห้อง  ก็จะได้ยินเสียงระนาดมาจากด้านล่างของตำหนักก็ชื่นใจแล้ว  ที่จะให้เขามีสมาธิมากขึ้น


คงสมใจบิดาและมารดา  ได้ฟังนิชคุณขับบรรเลงเพลงให้ฟัง


หากวันนี้ชายหนุ่มใหญ่นั่งรับฟังขลุ่ยที่ชานศาลาท่าน้ำ  นั่งซ้อนหลังคนตัวเล็ก


ชาน  บ่าวในเรือนแอบเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ทั้งสองก็ตะงิดใจชอบกล  มันจะเหมือนพี่ชายรักน้องก็ไม่ใช่  เพราะไอ้ท่าทางของท่านชายที่ทำอยู่  มันเหมือนทำกับคนรักเสียมากกว่า


วันดีคืนดีท่านชายทัดไทป่วยไม่สบาย นิชคุณก็อยู่ป้อนข้าวป้อนยาให้  ทั้งสองตัวติดกันขนาด  ลับหลังคนก็โอบกอดกันอีกเช่นเคย


"อย่าขอรับ  นี่มันในวัง  ท่านชายป่วยอยู่"  นิชคุณเอ็ด  แต่ทัดไทไม่ได้สน มือเจาะแจะกับคอดเอวเล็กรั้งเข้าหาเขา  กลัวชามข้าวต้มหกใส่เหลือเกิน


"ก็ฉันอยากอยู่ใกล้คุณ"


"ไม่เบื่อบ้างหรือขอรับ"


"ไม่เลย"


อยากทำมากกว่านี้ซะด้วยซ้ำแต่สังขารป่วยไม่ให้  เพราะตรากตรำทำงานมากเกินไป


ก๊อกก๊อก


"ชายทัด  นี่แม่เอง  หญิงสารภีมาเยี่ยมไข้หน่ะลูก"  นิชคุณรีบลุกจากขอบเตียง


"แปปนึงขอรับ" นิชคุณรีบนำโต๊ะรองอาหารเตี้ยมาวางบนที่นอน  วางชามข้าวต้มให้ทัดไทลุกขึ้นกินเอง  แล้วตนก็ไปนั่งคุกเข่ากับพื้นทำเหมือนอยู่คอยรับใช้ "เชิญขอรับ"


คุณหญิงผกากองเปิดประตูเข้ามา  เดินนำสารภีเข้ามา


"พี่ชายทัด  ไม่สบายหรือค่ะ"  ท่านชายไม่ตอบแต่ยิ้มบางให้แทนคำตอบ ตักข้าวต้มที่คนรักเอามาให้ใส่ปาก


"เป็นอย่างไรบ้าง"  มารดาถามอย่างเป็นห่วง


"มีนิชคุณปรนนิบัติอยู่ข้างๆ เดี๋ยวก็หายครับ"


สารภีและมารดายิ้มก็พลอยดีใจ


"เดี๋ยวนี้นิชคุณทำอะไรให้  ชายทัดพอใจไปซะหมด  รู้ใจกันจริงๆ เลยน่าสองคนนี้" มารดาแซว


คนที่นั่งคุกเข่าอยู่ดีใจแทนตัวเองแต่ไม่กล้าตีตนสำคัญขึ้นเหนือกว่านายเพราะเจียมตัว


"อยู่กันไปก่อนน่ะ  นิชคุณมีอะไรไปทำก็ไปเถอะ"  คุณหญิงผกากองอยากให้สองหนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง  ทัดไทเห็นว่าไม่เหมาะสม


"เอ่อ  นิชคุณอยู่นี่แหละ  ผมว่ามันไม่ไม่ควรน่ะครับ  ที่จะให้น้องอยู่ในห้องกับผมสองคน"


สารภีตอนแรกดูจะดีใจยิ้มบางจะได้คอยดูแลปรนนิบัติในฐานะคู่หมั้น  กลับต้องแอบเสียใจเล็กน้อย  ก็ถูกของชายหนุ่มใหญ่ที่กล่าว  เป็นหญิงเป็นงามมันไม่สมควร  คุณหญิงผกากองแอบเสียดาย


"ก็ได้จ้ะ  ให้นิชคุณอยู่เป็นเพื่อน  แต่เปิดประตูทิ้งไว้"


"ขอบคุณครับ"


คุณหญิงผกากองก้าวออกจากห้องลูกชายโดยเปิดประตูให้กว้างเล็กน้อย


สารภีอยู่คุยกับท่านชายอะไรไม่ได้มากนัก  เพราะมีคนที่ส่วนเกินอยู่ในห้อง  นิชคุณอยากจะออกก็ไปไม่ได้เพราะเสมือนเป็นส่วนเกินอีกเช่นกัน  แล้วต้องยอมรับด้วยว่าเขาสองคนคือคนที่จะต้องแต่งงานกันจริงๆ ก็รู้สึกใจแป๋ว เขาไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายส่วนตัวของพวกเขา  แต่จะให้ทำอย่างไรได้  มาทีหลังเขาเราได้แต่ทำใจ


คืนนี้นิชคุณนั่งเหงาใจที่ชานศาลาท่าน้ำ  มองไปในความมืด




"ไอ้ชาน  มานี่สิ"  ชายทัดเรียกบ่าว  ซึ่งกำลังหามเข่งอะไรบางอย่างจะไปทางครัว


ชาน ชายตัวใหญ่ยักษ์เดินเข้ามาพร้อมเข่งวางลง


"มีอะไรให้รับใช้หรือครับ"


"ไม่มี  แต่...อยากถามอยากรู้อะไรบางอย่างนิดหน่อย"  ทัดไทขวยเขินไม่กล้าเอ่ยปากถามเรื่องทำนองชายรักชาย  เกาท้ายศรีษะ


"มีอะไรอยากถามหรือครับท่านชาย"


"เอ็ง...เคยมีคนที่พอจะรู้จัก  พวกที่...รักกับเพศด้วยกันมั้ยว่ะ"


"หึย  ท่านชายถามอะไรแปลกๆ "


"อยากรู้  คือว่า..."  ชายทัดเม้มปาก  ควรจะถามดีหรือเปล่า "คือ  ฉันอยากรู้...ไอ้พวกผู้ชาย  มันทำกันยังไง  แบบว่า.... เอายังไงดีว่ะ"


เขินปากคันปากจะตายอยู่แล้ว  รักนิชคุณก็รัก  อยากมีสัมพันธ์ก็อยากมี  คนมันไม่เคยมีรักกับชายมาก่อน


ทัดไทควงคอชาน  ลากไปอีกมุมเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ความลับ  เพราะไอ้บ่าวชานกำลังเป็นคนแรกที่จะรู้  ซุบซิบข้างหู...เท่านั้นแหละไอ้บ่าวชานถึงกับอึ้งอ้าปากค้างรีบเอามืออุบปากกลัวจะแหกปากลั่น  เมื่อท่านชายสารภาพรักนิชคุณกับตนให้รู้กันแค่สองคน


มิน่า  ท่าทางและอาการโอบหลังนิชคุณ  บ่งบอกสถานการณ์ไอ้บ่าวคนนี้แปลกๆ


"เอ่อ  ท่านชาย  เรื่องนี้ไอ้บ่าวชานไม่ถนัดซะสิ..... เอาเป็นว่า...กระผมจะไปสืบให้  ว่าไอ้ที่...เขาทำกันยังไง  แต่ผมจะไม่ปริปากบอกใครเรื่องท่านชายกับนิชคุณ...เด็ดขาด"


"อืม  ขอบใจน่ะ  ฉันรู้ว่ามันผิดจารีตธรรมเนียม"




สายตาที่แอบเห็นใช่ว่าจะไม่รู้  สารภีแอบเห็นท่านชายทัดไทเกือบเสียปากให้กับนิชคุณำปแล้ว  หากในวันนั้นที่สวนวังของชายหนุ่มใหญ่  ถ้าหล่อนไม่ไปให้เห็นก็คงไม่รู้สองคนแอบมีใจให้กัน


วิปริตทั้งคู่


จะว่าไปนิชคุณก็สวยกว่าหญิงงามในพระนครบางคนเสียอีก  แค่นี้ก็อิจฉาจะแย่  พี่ชายทัดก็หลงรักเข้าไปได้ไง


จากเมื่อก่อนรักนิชคุณเหมือนน้อง  เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดและริษยา พี่ชายทัดก็อ้อยอิ่งเรื่องงานแต่งงาน คงเป็นเพราะมีนิชคุณเข้ามา
พัวพัน  หากไม่มีมันพี่คงจะรักและมีแต่น้องคนเดียว  ด้วยจิตอาฆาตและพยาบาท


คุณหญิงโสมไปหาฤกษ์ยามงานแต่งให้อย่างเร่งด่วน  แล้วไปเรียนให้วังธรรมรัตน์เดชาทราบ  กำหนดงานแต่งคือวันคืนเดือนขี้นภายในสามสัปดาห์


ท่านชายทัดทำอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจากต้องแต่งงานจริงๆ  อยากบอกผู้ใหญ่ให้รับรู้เรื่องนิชคุณเหลือเกินแต่ทำไม่ได้   ทำได้แอบคบกันไปก่อนนิชคุณคงเข้าใจ


"แต่งเถอะขอรับ  บ่าวก็อยู่ส่วนของบ่าว  บ่าวทำใจได้ขอรับ"  ถึงแม้จะเสียใจแต่ก็ต้องก้มหน้ารับกรรม  เพราะตนไม่ใช่ผู้หญิง


"โธ่  นิชคุณ"  ดึงคนร่างบางเข้ามากอด




"ท่านชาย  บ่าวไปแอบสืบในโคมเขียวมาแล้ว"


"นี่แกไปโคมเขียวมารึ"  ทัดไทเอ็ด


"พิ้วว~"  ชานผิวปากหน้ายิ้ม  ยอมรับด้วยหน้าตาของตน  "มันก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดาขอรับ  ว่าแต่อยากรู้หรือเปล่า"  บ่าวชานล้อยิ้มท่านชายทัด


"เอ้าไอ้นี่  อย่ามากความ  จะบอกหรือไม่บอก"


"กระดากปากก็บอกมาเถิด"  แต่บ่าวชานก็ยอมบอกความลับอยู่ดี




วันงานแต่งงานมาถึง  ผู้คนหรั่งมาร่วมงานให้พรกันอย่างมากมาย  เจ้าบ่าวเหมือนคนฝืนใจต่างกับเจ้าสาวดีอกดีใจ  นิชคุณได้แต่ทำใจคอยรับแขกเหรื่อในงาน


เมื่อถึงเวลาเข้าหอ  ก็ถึงพิธีญาติมิตรให้พรก่อนจะหนุนหมอนเคียงหมอนกันได้"  ให้พรเสร็จก็ถึงเวลาบ่าวสาว


ท่านชายทัดไม่มีแม้แต่คำพูดใดจะเอ่ยออกปาก  ได้แต่เปลี่ยนชุดแล้วเข้านอน  เจ็บใจสารภี  พี่ชายทัดเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่มีใจให้



เข้ามาอยู่ในวังธรรมรัตน์เดชาไม่กี่วันชายหนุ่มใหญ่ก็กลับดึก อ้างว่างานยุ่งต้องค้างคืนที่งาน  แต่จริงๆ แอบไปนอนค้างกับนิชคุณ  โดยไม่ได้บอกคนในวังรู้  บ้างบางคืนก็กลับมานอนที่วัง


หญิงสาวเหมือนตัวคนเดียว  สามีก็ไม่เคยล่วงเกินแตะต้องตัวหล่อนเลยสักนิด  คอยเคียดแค้นนิชคุณได้ตัวและหัวใจสามีเธอไป


รุ่งขึ้นกราบเรียนคุณหญิงผกากอง


"โสมรู้สึกตัวคนเดียว  อยากได้คนที่วังอัมรัตมาคอยรับใช้ใกล้ๆ น่ะค่ะคุณแม่"


"เอาสิ  แม่ไม่ว่ากระไรหรอก"


"ขอบพระคุณค่ะ"  สารภีแอบยิ้มเยาะในใจ


ทีนี้ล่ะ...ไอ้นิชคุณ  ไอ้ลักเพศ  อย่าหวังจะมีความสุข


สารภีให้บ่าวสาวชื่อเนียมมาอยู่รับใช้ตน  ตีสนิทกับทุกคนจนตายใจ



คืนนี้เดือนค่ำ  ชายทัดทอดตัวนั่งกอดคนที่ตนรักศรีษะอิงแนบกัน


"ไม่ได้ฟังคุณเป่าขลุ่ยนานแล้วคิดถึงจัง"


"อยากฟังหรือขอรับ"


"หึ  ไม่อยาก"


"หืม  ทำไมล่ะ"


"กลัวใครบางคนได้ยินแล้วจะตามหา" นิชคุณไม่พูดแต่ก็พอจะทราบแล้วหุบยิ้ม  ดันศรีษะตัวเองออก


"ท่านชายควรจะอยู่ที่ห้อง" บอกโดยไม่หันไปมอง


"อย่า  อย่าผลักไสฉัน"


ทัดไทเอื้อมใบหน้าหวานให้หันข้างมาหา  จ้องเข้าไปในดวงตากลมโตทั้งสองข้าง  ใบหน้าใกล้กันเกือบชิด


"ไม่รักฉันหรือ"


"รักสิ"


"งั้นก็อย่าถามถึง"  นิชคุณหลุบตาหลบ แต่ไหนชายหนุ่มใหญ่จะสนอีกเช่นเคย ประกบจูบริมฝีปากอิ่มตรงหน้า


"ว๊ายตายแล้วคุณสารภีเจ้าค่ะ  ไม่ใช่อย่างที่อีเนียมเห็นน่ะเจ้าค่ะ  นิชคุณกับท่านชายทัด..."


เนียมและสารภีแอบตามไปดู  รีบออกมาก่อนที่ทั้งสองคนจะรู้ว่าแอบเห็น สารภีพยักหน้า


"วิปริต!  นิชคุณกลายเป็นคนแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่"


"ก็คงจะเป็นตอนที่ไอ้หัวขโมยขโจรเกือบปล้ำที่วังเราน่ะสิ"


"ตายห่า...นิชคุณนี่หรือเจ้าค่ะ  เกือบโดนโจรปล้ำ  อุ๊ยต๊ายตาย...ทำไมบ่าวไม่รู้เรื่องนี้หล่ะเจ้าค่ะ"


"เจ้าคุณแม่สั่งให้เงียบ"  กอดอกทำหน้าเซ็ง


"แล้วดูสิเจ้าค่ะ  กอดจูบกันเข้าไปได้ไง"


"เจ้าคุณพี่น่ะเจ้าคุณพี่  ทีกับมันทำได้  แล้วทีกับอิฉันทำท่ารังเกียจ" บ่นพึมพำ  แต่ก็ทำให้คนใกล้ชิดสนิทได้ยิน


"อะไรน่ะเจ้าค่ะ  จนป่านนี้แล้ว  ท่านหญิงกับท่านชายยังไม่ได้..."  เนียมไม่พูด  ใช้นิ้วชี้ประสานเข้าหากันสองนิ้ว


"อือ"


สารภีหน้าบึ้งไม่รู้จะทำเช่นไรแล้วจริงไ ให้สามีหันมาสนใจกัน  แต่เนียมพอจะมีวิธี


วันต่อมา  เนียมไปหาซื้อยากำหนัดเอาไว้ให้นายหญิงของตนซุกเอาไว้กับตัว ได้ยามาก็ไปจัดการต้มชาใส่ยา



เย็นย่ำวันนั้น


"คุณสารภีเจ้าขา"  สารภีมองถาดชาที่เนียมถือเข้ามา


"อะไรของแก"


"ชาเจ้าค่ะ  แต่ใส่ยากำหนัดลงไป"


"นี่แก!"  สารภีไม่คิด  คนอย่างอีเนียมจะกล้ายุ่งกับของพรรณ์นี้


"ใช่เจ้าค่ะ  ให้ท่านชายทัด...และก็คุณสารภีของบ่าว  คราวนี้แหละเจ้าค่ะ  ยาออกฤทธิ์  ก็กระโจนเข้าหาปับ คิคิคิคิคิ"


สารภียิ้มหยัน  คราวนี้แหละไอ้นิชคุณ ดูสิใครจะเหนือกว่ากัน


สารภีถือถาดไปให้สามีที่ห้องทำงานชั้นล่างของวัง  เคาะประตูเดินเข้าไปก็เห็นนิชคุณง่วนอยู่กับสามีของตนรื้อเก็บของชั้นวางเรียงใหม่  หนังสือหนังหามากมาย  เธอเบะปาก


"ชาค่ะพี่ชายทัด"  วางทั้งถาดชาลงที่โต๊ะทำงาน


"ขอบใจน่ะ  เดี๋ยวจะดื่ม"


"ค่ะ"  ยิ้มให้สามีแล้วก็ออกไป  ออกไปเพื่อจะไปดื่มชาของตนบ้าง


สารภีออกไปแล้ว  สองหนุ่มคู่รักก็ยังงุ่นกับกองหนังสือหนักอึ้ง  นิชคุณหอบลงจากชั้นสูงลงมากองที่พื้น  เล่นเอาคนร่างบางปาดเหงื่อ


"ไหวไหมคุณ  ดื่มชาแก้กระหายก่อน"  ท่านชายทัดรินชาส่งให้ดื่ม


"ไม่เป็นไรหรอกขอรับ  ท่านชายดื่มเถอะ"


คุณเหนื่อยไม่เป็นไรหรอกขอรับ  ชื่นหัวใจไอ้คุณได้คอยอยู่รับใช้ท่านชายใกล้ๆ ก็มีความสุขแล้ว


"แต่คุณเหนื่อย"


"แต่ว่า..."


"ดื่ม"  นิชคุณไม่กล้าขัดคำสั่ง  รับแก้วชาขึ้นมาดื่มแล้วก็ส่งแก้วเปล่าคืนให้ ต่อจากนั้นก็เป็นคนตัวใหญ่รินชาใส่แก้วดื่มตาม


"ว่าอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ"


"อือ  เรียบร้อย...เดี๋ยวพี่ชายทัดก็ดื่มเอง  ครานี้ก็ถึงตาฉันบ้าง  เอาแก้วมา" เนียมส่งแก้วชาให้


สารภียกแก้วกำลังจะจิบแล้วเชียว  เมื่อบ่าวไพร่เข้ามาบอกที่วังอัมรัตโทรมา ชวนหงุดหงิดจนต้องไปรับ  แล้วทราบข่าวว่าคุณแม่ของเธอเกิดอาการล้มป่วยให้ไปดูใจด่วน ยิ่งชวนหงุดหงิดไปใหญ่อีก  รีบให้เนียมไปเตือนท่านชายอย่าเพิ่งดื่มชาก่อนตัวเองจะกลับมา เมื่อเนียมไปแล้วถึงได้รู้ว่า....


"ฉันดื่มไปแล้วแกมีอะไรงั้นรึ"


"ปะปะเปล่าเจ้าค่ะ  ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ" เนียมหัวเราะแห้งๆ กระเถิบถอยออกมาจากห้อง แล้วจึงจะสบถเสียงเบา "ตายแล้ว  คุณสารภีของบ่าว  ทำไงทีนี้"  รีบวิ่งออกไป


นิชคุณรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ วูบวาบ อย่างไรชอบกลพิลึก เริ่มร้อนอบอ้าวจึงขอตัวคนรักออกไปอาบน้ำชำระร่างกาย


ชายทัดก็เช่นกันรู้สึกมีอาการเดียวกับนิชคุณ  ปาดเหงื่อที่ลำคอเหมือนแห้งผาดต้องการน้ำ  อาการกระวนกระวายใจร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว  วางหนังสือลงขึ้นไปอาบน้ำด้านชั้นบน  แต่พบว่าน้ำในตุ่มในอ่างไม่มีใช้  ก็ไม่รู้จะทำเช่นไร เห็นจะมีก็แต่แม่น้ำที่ศาลาริมน้ำนั่นแหละ  คิดดั่งนั้นก็ไปที่นั่น


นิชคุณหอบอาการเร้าร้อนดั่งไฟสุมในกาย  หอบหายใจแรงวิ่งไปที่แม่น้ำที่ศาลา   พอถึงก็กระโดดลงตูม  รีบล้างตัวเพื่อที่จะดับอาการร้อนรุ่ม  แต่เปล่าเลยน้ำในแม่น้ำช่วยอะไรไม่ได้ผล


ตู้ม


เสียงน้ำระเบิดดังอยู่ใกล้กัน นิชคุณหันไปมอง


"ท่านชาย"


"นิชคุณ"  ต่างฝ่ายหันไปมอง


เสื้อผ้าสีขาวบางเบาของท่านชายและนิชคุณ  เผยให้อวดเนื้อหนังมังสา ต่างฝ่ายต่างมองส่วนของกันและกัน


"คุณ  ฉันว่าเราสองคนโดนวางยา"


"อะไรน่ะขอรับ" นิชคุณตกใจ


"โดนยากำหนัด"


"หา  โอ้ย...ร้อน"  นิชคุณลูบเนื้อถูตัวแรงๆ ท่านชายก็เช่นกัน  ไม่มีอะไรที่จะดับอาการเล่านี้ไปได้เลย  ถ้าไม่ใช่...


ทัดไทมองร่างเปียกชุ่มทั้งตัวราน้ำ  มันคงต้องดับร้อนด้วยกันทั้งสองฝ่าย  ไม่งั้นก็คงต้องอยู่อย่างนี้  แต่อีกนานเมื่อไหร่ยาจะหมดฤทธิ์  แหวกว่ายเข้าไปหา จับยึดแขนนิชคุณแล้วป้อนร่างบางเข้ากอดและกดจูบ


นิชคุณไม่ทันระวังตัว  ถูกคนตัวใหญ่กระโจมเข้าหากระทันหัน  สองคนแลกลิ้นเกี่ยวกระหวัด


ที่ใต้ฐานศาลาพอจะบดบังตาผู้คนได้ ท่านชายทัดดันตัวนิชคุณเข้าไปข้างในติดกับเสาหลัก  ปลดกระดุมเสื้อสองสามเม็ดตัวบนของคนตัวบาง  ละริมฝีปากก้มลงมาขบเม้มแล้วดูดดึง


"อ๊ะ"  นิชคุณเกิดอาการรู้สึกปลดปล่อยอย่างมากโอบกอดร่างใหญ่


ชายทัดปลดกระโจมคนตัวเล็กและของตัวเองออก  นำขาขาวเกี่ยวรัดสอบที่เอวตน  แล้วนำความเป็นชายสอดใส่ร่างเล็กเข้าไป


"อื้มมมม"  ความปวดแล่นเข้ามาจนจุก นิชคุณโอบคอหนา  ท่านชายกระแทกเข้าไป  "อื้ม"  และกระทันเข้าไปอีก แล้วค่อยๆ แปรเปลี่ยนความเร็ว


นอกจากนั้นยังได้รู้อีกว่า  นิชคุณเป็นคนแรกที่เสียตัวให้เขา  ซึ่งสารภีที่เป็นภรรยาถูกต้องตามกฏหมายยังไม่ได้เสียตัวให้เลยตั้งแต่แต่งงานมา


อาการเร้าร้อนของทั้งสองฝ่ายที่มีค่อยๆ เลือนลดดับลงจนจางหายไปกับพอดีที่ทั้งคู่ได้ปลดปล่อย


"อืม/อืม"  นิชคุณถึงกับหอบซุกอกใหญ่   ทัดไทก้มจูบหน้าผากมน


ร่างกายของพวกเขาค้างอยู่ในน้ำนานแล้วรู้สึกหนาว  แต่ก็ไม่เท่ากับไออุ่นอกหนาแน่นนี้


"ไอ้ชาน  เอ็งเห็นนายของเอ็งมั้ยว่ะ"


เนียมวิ่งเข้ามาถามบ่าวชานที่ศาลาริมน้ำ  นิชคุณตากลมโตเงยหน้าขึ้นควับมองใต้ฐานไม้ศาลา  เกือบแหกปากแต่ดีที่ท่านชายประกบมือปิดปากไว้ทันไม่ให้เอ่ยอะไร


"ไม่เห็น  มีอะไรว่ะ"


"พวกคุณท่านเรียกหาแหนะ"


"ไม่รู้โว้ย  ไปหาที่อื่นไป"


"แล้วเอ็งมาทำอะไรที่นี่"


"ข้าก็มานั่งรับลมของข้าคนเดียวสิว่ะ ถามได้"


"เออ  แล้วไป"


นิชคุณอึ้ง  นี่ชานจะรู้เรื่องของเขาเหรอ  เนียมไปแล้ว


ชานรู้ว่าใต้ศาลาน้ำนี้เป็นใคร  เมื่อได้ยินเสียงดังระงม  ก็มานั่งเฝ้าไว้ไม่ให้ใครเข้ามารบกวน


"ไปแล้วขอรับ"


"ขอบใจเอ็ง"  ท่านชายเอ่ย






ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4