เรือนรักพยาบาท ตอนที่ 3









ไม่ได้ตัวก็ใช้คาถา



"ฮึกฮึก  พ่อ"  เสียงร่ำไห้สะอื้นฮึกๆ ของนิชคุณ


นิชคุณทราบข่าวในอดีตลูกวงคณะหรเวชกุล  พ่อสิ้นชีพด้วยหัวใจวายกระทันหัน  ก็วอนขอให้ชายหนุ่มคนรักพาไปกราบศพที่วัด  ถึงไม่วอนขอท่านชายก็ทำให้


เขาเสียใจแทนคนร่างบางด้วย  คนในวังธรรมรัตน์เดชาก็คงจะมีแต่ชานคนเดียวนั้นที่มาอาลัยให้เพราะสนิทกันที่สุด


"เครื่องดนตรีพ่อเอ็งจะเอาอย่างไรต่อว่ะ"  ลูกวงในคณะถาม


นิชคุณไปล้างหน้าล้างตา  แล้วก็ยืนคร่วนคิดไตร่ตรอง  มันเป็นของมรดกที่บรรพบุรุษสืบทอดต่อกันมาเขาไม่กล้าขายหรอก


"ไปไว้ที่วังพี่ก็ได้น่ะ"  ชายทัดเอ่ยขึ้น คนร่างบางซึ้งในน้ำใจก็อยากร้องไห้อีกรอบ


วันรุ่ง  ท่านชายทัดไทให้บ่าวชานระดมบ่าวส่วนหนึ่งในวังให้ไปช่วยขนเครื่องดนตรี ไปไว้ที่เรือนทรงไทยใกล้ตำหนักวัง


สารภีซึ่งเดินชมแมกไม้ใกล้บริเวณสระบัว  เห็นบ่าวมากมายพากันช่วยขนของขึ้นเรือนไทย


"เดี๋ยวๆ ไอ้ชาน  นี่มันอะไรกันว่ะ  ขนของพวกนี้ไปไหน"


"ท่านชายสั่งให้ขนเครื่องดนตรีของนิชคุณไปไว้ที่เรือนไทย  ข้าหนัก...อย่าขวางทาง"  นังเนียมรีบหลีกทางให้ทันที


"นี่พี่ชายทัดยกยอมันถึงขนาดนี้เลยเหรอ"  สารภีรำพึงคนเดียว


เครื่องดนตรีมากมายถูกหาบวางลงกับพื้นไม้เงางามวับ


"ของครบไหม"  นิชคุณนั่งตรวจก็พบว่าครบ


"ครบขอรับ"


"ต่อไปพี่จะให้คุณอยู่ที่นี่"


นิชคุณแหงนหน้าขึ้นควับ  มองชายหนุ่มคนรักยืนค้ำใกล้หัวตน


"หมายความว่าไงขอรับ"  คนร่างบางขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจ


ก็ทุกอย่างมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว ชายทัดก็ไม่อยากปิดบัง


"ฉันขอสารภาพตรงนี้  แล้วอย่าให้ใครแพร่งพรายออกไปในรั้ววัง  หากใครขัดคำสั่ง...ฉันจะตัดลิ้นมันผู้นั้น"  พวกบ่าวไม่เข้าใจด้วยเหตุผลอันใดที่ท่านชายต้องสั่งคำขาดขนาดนั้น  "นิชคุณเป็นเมียฉัน  และจะให้อยู่เรือนไทยหลังนี้  หากผู้ใดแกล้งนิชคุณ...หรือหมิ่นเยียดหยามฉันมีเมียเป็นชาย  มันผู้นั้นก็ต้องมีเรื่องกับฉันอีกเช่นกัน" สิ้นเสียงคำพูดทะนงดังกล่าว


เมื่อบ่าวทุกคนรู้ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำวาจาสิ่งใด  แล้วจะต้องรู้ว่าควรปรนนิบัติกับนิชคุณอย่างไร แม้แต่บ่าวชานเองก็เช่นกัน


"ไอ้ชาน  เอ็งขึ้นมาอยู่บนเรือนไทยคอยดูแลและปรนนิบัติคุณ  ฐานที่เอ็งรู้ความลับของฉันมาตั้งแต่ต้น"


"ขอรับ"


"เอ็งเป็นคนที่ข้าไว้ใจที่สุดเพราะเห็นเป็นเกลอคนหนึ่งหรอกน่ะ"


"ขอรับ"  ชานรู้สึกเป็นเกียรติ  ที่ท่านชายให้มิตรอย่างล้นเหลือ  และสัญญาในใจกับตนว่าจะไม่ทำให้นายผิดหวังแน่นอน  ยอมแลกตัวตายเพื่อนายแทนได้


สายตาคมของท่านชายหนุ่มมองหญิงสาวผู้เป็นภรรยาถูกต้องตามกฏหมาย ยืนอยู่ท้ายกะไดเรือนไทยกับอีนางทาสบ่าวสนิท  คำพูดของเขาแจ่มชัดพอ  คงไม่ต้องให้เอ่ยกล่าวอะไรอีกรอบ


"อะไรน่ะ  นี่ทัดได้นิชคุณเป็นเมีย ลูกทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า!"  บอกทาสในวังรู้   ก็ย่อมต้องให้มารดาและบิดาทราบด้วย  คุณหญิงถึงกับโวยลั่นวัง


ทัดไททำใจยอมรับไว้ก่อนแล้ว  เรื่องมันคงไม่จบง่ายแน่  ถ้าตนไม่ทำอะไรสักอย่างเข้าไว้  วันข้างหน้าจะได้ไม่เกิดศึก  สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างหนักแล้วจึงพ่นออกอย่างหน่วงๆ ก้มลงกราบเท้าขอขมาบุพการีทั้งสอง


"ลูกกราบขอโทษครับ"  แล้วลุกขึ้นยืนยืดอกรับด้วยความเป็นลูกผู้ชายพอ "ทัดรักนิชคุณ  ลูกไม่สนเขาจะเป็นผู้ชาย"


"แล้วเมียแกล่ะ  แกเอาเมียไปไว้ที่ไหน"  ท่านชายขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม  ในเมื่อคุณแม่กล่าวมาเช่นนี้แล้ว เขาก็ควรสารภาพออกไป


"ทัดไม่ได้รักน้องสารภี  ที่ทัดแต่งงานด้วยเป็นเพราะประสงค์ของคุณพ่อกับคุณแม่น่ะครับ  ลูกทำลงไปเพราะด้วยความกตัญญูรู้คุณ  จะให้ลูกทำตามที่คุณแม่สั่งทุกอย่างไม่ได้...ทัดโตแล้ว ขอโทษน่ะสารภีที่พี่ต้องพูดความจริงออกไป  พี่เห็นเธอเป็นน้องสาวคนหนึ่ง พี่เข้าใจน่ะถ้าน้องจะโกรธจะเกลียดพี่อย่างไรก็ตาม   ความรักคนเรามันอยู่ที่คนสองคน  อย่างคุณแม่ไงครับ  คุณแม่แต่งงานกับคุณพ่อเพราะรัก  แล้วลูกล่ะ.... ทำตามทุกอย่าง  อย่างที่คุณแม่อยากให้ทำ  ทัดทำให้แล้ว  แต่ตอนนี้...ลูกขอน่ะครับ"  คำพูดทั้งหมดที่พูดไปในวันนี้เหนื่อยจะบรรณยาย  คุณหญิงผกากองถึงกับอึ้งและเงิบไปเลย ลูกชายของท่านพรรณาออกมาทั้งหมด  คงจะอดกลั้นมาพอมาน่าดู เห็นลูกชายอันเป็นที่รักหัวแก้วหัวแหวน  ทิ้งระเบิดลงต่อหน้า


ต่างจากพระยาทัติเทพ  ลอบยิ้มนั่งกอดอกไขว้ห่างมองพฤติกรรมของลูกชาย  ซึ่งเหมือนกับตนไม่มีผิดเพี้ยน ทอดแบบออกมาเปียบ  พิมพ์เดียวดันเลย  ทั้งกายและวาจา  สมดั่งเป็นลูกของพระยาจริงๆ  มาตอนนี้ได้เห็นแล้วว่าทัดไทโตเป็นผู้ใหญ่มากพอแล้ว  มีความรับผิดชอบสูงมาก  พอที่ควรจะจัดการได้ด้วยตัวเอง  คุณหญิงแอบสะกิดแขนสามีซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อที่จะช่วยพูดอะไรสักอย่าง


"หือ  อะไรเล่า"


แต่คนที่อึ้งมากที่สุดก็คงจะเป็นสารภีมากกว่า  เห็นท่าทางและอากัปกิริยาของสามีตนเองก็รู้สึกหวาดกลัวเสียแล้ว  ยังไม่เคยเห็นพี่ชายทัดเป็นเช่นนี้มาก่อน  จึงเก็บความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลไว้ในใจ  และต่อจากนี้ไปเธอคงต้องระวังตัวให้มากขึ้นที่สุด  ไม่ควรต่อปากต่อคำแรงๆ ออกไป


วันนี้เป็นของแก  วันหน้าเป็นของฉัน...ไอ้นิชคุณ




ค่ำคืนวันนั้น


แสงเทียนจากตะเกียงแก้วหลายดวง ถูกจุดแทนโคมไฟบนหัวฝาพนังและแทนโคมไฟจากข้างฝา


ร่างสองร่างนอนกอดก่ายกัน  ด้วยร่างกายอันเปล่าเปลือยโดยไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิด  มีเพียงแค่ผ้าแพรผืนบางใหญ่ปกคลุมแทนเท่านั้น


ร่างบางนอนคว่ำแต่ใบหน้าหงายหันข้าง  พริ้มตาหลับสุขสบาย  ส่วนอีกคนใช้หลังของอีกฝ่ายหนุนแทนต่างหมอน  ใช้แขนข้างหนึ่งกอดก่ายเอาไว้อย่างหลวมๆ แล้วจะแปรเปลี่ยนเป็นใช้นิ้ว  ลูบไล้ผิวเนียนขาวใกล้สะโพกนั้นแทน  ทัดไทเปลี่ยนท่าขยับขึ้นมานอนใกล้กัน  มองหน้าสวยของคนร่างบาง  คิดไม่ผิดที่จะรักคนๆ นี้  ยิ้มบางให้กับคนแกล้งหลับขึ้นไปทาบทับบนตัวคนขาว  บอกรักนิชคุณในยามราตรีคืนยาว


"อื้ม/อ๊ะ"


สารภีแหงนหน้ามองไม้กระดานข้างบนที่น่าจะเป็นส่วนห้องนอน เสียงดังระงมลงมาให้ได้ยิน  สองแก้มอาบน้ำตาไหลเป็นทาง  ไม่แม้แต่บ่าวทาสคนสนิทก็เสียงดังไม่แพ้กัน


เรือนไม้หลังนี้จึงเต็มไปด้วยความรักตลบอบอวลไปทั่ว  แต่ในอกหล่อนสุ่มแค้นเต็มไปด้วยไฟอาฆาต


พี่ชายทัดรักมัน


สายตาวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชัง


ไม่ได้ตัวพี่ชายก็ต้องใช้คาถาอาคมสิน่ะ  ถึงจะกลับมา



ป่าช้าที่เต็มไปด้วยเสียงหมาเห่าหอนระงมลั่น  สองหญิงร่างไม่ได้มาเดินเล่นเหมือนในสวนวังหรืออะไรทำนองนั้น  เสียงหมาเห่าหอนไม่บอกว่าไปทำอะไรที่ท้ายป่าช้า


สารภีและนังเนียมหยุดที่กระท่อมไม้เล็กยกพื้นหลังหนึ่งมีแสงไฟจากข้างในลอดออกมาให้สว่าง  พอจะอบอุ่นเล็กน้อยชวนให้หายขนหัวลุกลงบ้าง


เธอจ้างหมอผีใช้อาคม  ได้ยาสั่งมาและใช้ตุ๊กตาผูกมัดใจสามี


คราวนี้แกไม่รอดแน่ไอ้คุณ






เปรี้ยง!


ฟ้าคะนองลมพัดไหววูบด้วยความแรง น้ำในสระบัวกระเพื่อมไหลดั่งในทะเล


ห้องที่ใช้รังรักรังสวาทดับมืดลงด้วยตะเกียงมอดดับไปเอง  สองร่างหลับไหลเหนื่อยเพลียด้วยแรงรัก


ร่างใหญ่รู้สึกตัวตื่นรู้สึกร้อนรุ่มพิกลๆ เหงื่อผุดประปรายเต็มหน้าผาก  ตื่นขึ้นมาในที่มืดสลัว  มองทั่วรอบห้องสี่เหลี่ยมเรือนทรงไทย  ไม่รู้ตนมานอนที่นี่ได้เช่นไร  ครั้งสุดท้ายจำได้ว่าเขาแต่งงานไปแล้ว  คนรักตนเองชื่อสารภี


นึกดั่งนั้นจึงก้มลงมองคนนอนข้างๆ ไม่ใช่ภรรยาที่รักของเขา  กลับเป็นร่างของชายหนุ่มใบหน้าสวยหวาน  เพียงแค่รู้จักกันในงานวันเกิดเท่านั้น  เขาทำอะไรลงไป  ทำไมถึงหน้ามืดเอาผู้ชายด้วยกันได้น่ะ  มองสำรวจตัวเองแล้วก็คนหลับข้างกัน  สภาพเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่แล้วก็ตกใจลุก


"พับผ่าสิ  ไม่จริง"  ชายหนุ่มใหญ่ส่ายหน้า  "คนรักของฉันคือสารภี  สารภี สารภี"  ทัดไทเอ่ยเบาๆ  ไม่ให้คนนอนหลับรู้  ก้มลงส่วมใส่เสื้อผ้าที่กองกับพื้นออกจากที่นี่กลับขึ้นวัง


สารภีใจจดใจจ่อรอสามีกลับมานอนรอความหวัง   ประตูถูกเปิดกระชากเข้ามาพรวด  แล้วทำเป็นแกล้งหลับ


นี่เขาละเลยสารภีไปได้อย่างไร  ไม่น่าให้อภัยตัวเองเอาเสียเลย  ถ้าจะขอแก้ตัวใหม่คงไม่สายเกินไปใช่หรือไม่ ปิดประตูห้องเดินเข้าไปหาร่างที่หลับใหล


"อุย  พี่ชายทั..."  ยังพูดไม่จบชายหนุ่มเอานิ้วอุ้งปากไม่ให้เธอเอ่ยอะไร ก่อนจะโถมร่างของตนขึ้นไปทับแล้วซุกดอมดมที่ซอกคอระหงขาว


ยาสั่งของหมอผีได้ผลชะงัดขาด ทำให้ชายทัดกลับมาหาตนได้  ผุดยิ้มร้ายตรงมุมปากด้วยความสะใจ


รุ่งขึ้นสารภีดูอิ่มอกอิ่มใจกว่าปกติ คล้องแขนสามีเดินลงบันไดมาด้วยกัน ทัดไทก็ยิ้มหวานตั้งแต่เช้า  คุณผกากองเห็นว่าแปลก  แต่อย่างน้อยทัดไทควรเห็นใจเมียตนเองบ้างหล่ะน่ะ


ทัดไททานมื้อเช้ามีสารภีช่วยป้อนข้าว ก็ยิ่งดูแปลก   ไหนว่าไม่ได้รักกันไง
พระยาทัติเทพไม่ได้เอะใจอะไร  คิดว่านิชคุณคอยช่วยพูดให้ได้  จึงคลายใจทั้งสองฝ่าย


สารภีส่งทัดไทขึ้นรถเพื่อไปทำงาน ชายหนุ่มใหญ่ไม่ได้แวะหาอีกคนอันเป็นที่รัก  นิชคุณก็ไม่ได้ว่ากระไร เพราะรู้ตัวดีว่าควรอยู่เช่นไร


"ได้ผลชะงัดขาด  ยาสั่งของหมอผีดีเยี่ยม  ไอ้นิชคุณคงไม่ระแคะระคายในตอนนี้  แต่หลังจากนั้นเดี๋ยวก่อนเถิด เอ็งได้ตายแน่..."  สารภียิ้มเยาะก่อนปั้นหน้าหันกลับเดินเข้าวัง


วันต่อวัน ผ่านไปเป็นอาทิตย์  คุณชายไม่ได้ไปหาเมียสุดที่รัก...รักหนักรักหนาของเขา  ก็รู้สึกน้อยเนื้อตำใจเหมือนลืมกัน  กัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนเลือดห่อ


คุณหญิงผกากองแปลกกับพฤติกรรมลูกชาย  เอานิชคุณไปไว้ไหนเสียแล้ว เมื่อก่อนตัวติดกันตังเม  จะว่าไปนิชคุณไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพวกตนเลย  ไปเยี่ยมคนตัวบางถึงเรือนไทยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ


"นิชคุณ"


นิชคุณเงยหน้าจากเครื่องดนตรีชิ้นที่ตนกำลังปัดทำความสะอาดอยู่  มองผู้มาเยือน  คุณหญิงมาก็รีบหาที่นั่งให้


"ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก  เดี๋ยวฉันนั่งเอง"  หม่อมหญิงนั่งที่ตั่ง  "เป็นอย่างไรบ้างอยู่เรือนหลังนี้"


"ดีขอรับ"  นิชคุณเม้มปากนิดนึงแล้วจึงตอบ


"อืม  ฉันอยากฟังดนตรีของพ่อ  ช่วยเล่นหน่อยจะได้ไหม"


ชายหนุ่มตัวบางรู้สึกตื้นตันคุณหญิงท่าน  ไม่รังเกียจตนแล้ว  หลังจากที่ล่วงรู้ความจริงไปในสัปดาห์ครั้งนั้น คิดถึงพ่อกับแม่เหลือเกิน


"ได้ขอรับ"


นิชคุณเลือกขอที่จะเล่นระนาด  ขับเพลงให้คุณท่านฟัง   แล้วก็คิดถึงชายหนุ่มอันที่รัก  ซึ่งป่านนี้คงจะนัวเนียอยู่คู่กับภรรยาตัวจริง


เสียงเพลงที่ขับกล่อมจากระนาด บรรเลงไปถึงตำหนักวังใหญ่  เสียงสะเนาะหูเข้าไปในโสตประสาทชายหนุ่มบนตึก  ห้องนอนใหญ่ปิดหน้าต่างทับมืดกำลังดื่มด่ำกับรสจูบอันแสนสวาทขมวดคิ้วมุ่น


เพลงที่เคยได้ฟังรู้สึกคุ้นหู  นึกถึงใครบางคนที่เคยเล่นให้ฟัง...นิชคุณ


"นิชคุณ"  ทัดไทเอ่ยชื่อบางเบา  มันดังพอคนอยู่ใต้ร่างได้ยินชื่อนั้น


ไอ้บ้านิชคุณ  มันทำอะไรของมัน  เล่นดนตรีอะไรเวลาตอนนี้


"นิชคุณ"  ชายหนุ่มใหญ่ขมวดคิ้วจนเป็นปม  ภาพสองร่างที่เคยนอนกอดก่ายกันผุดขึ้นมาในหัว  ลุกขึ้นจากร่างภรรยาถูกต้องตามกฏหมาย  ศรีษะของเขาหมุนเคว้งกลางอากาศไปหมด กำลังปลุกสติสัมปชัญญะลึกข้างในจิตใจออกมา


สารภีเห็นท่าไม่ดี  ดนตรีเครื่องพวกนั้นเป็นเส้นใยแห่งรักของพวกเขาสองคน ปากขยุบขยิบท่องคาถาอะไรสักอย่าง สั่งให้ผีร้ายไปหยุดนิชคุณ


หมอกควันดำมืดลอยล่องบนอากาศพวยพุ่งไปที่เรือนไทยหลังไม้งามสีทองอร่าม  มันเห็นเครื่องดนตรีที่ชายร่างหนุ่มบางเล่น  ก็พุ่งตรงเข้าไปสกัด ทำเอาไม้แผ่นระนาดตรงกลางปริแตกเป็นรอยร้าวจนครึ่ง  นิชคุณจึงหยุดเล่น


"อ้าว  หยุดทำไมล่ะพ่อ"


"ไม้ระนาดแตกขอรับ"  ร้อยวันพันปีไม่เคยเป็นอะไร  แถมเป็นไม้ไผ่ชั้นดีทำไมถึงเป็นเอาวันนี้ได้นะ  นึกสงสัยย่นคิ้วของตนเอง


เพลงหยุดลง  หัวที่หมุนติ้วหยุดอาการลง  กลับมาอยู่ในมนต์เสน่ห์สารภีอีกครั้ง


บ่าวชานสงสารนิชคุณ  นายตัวเองก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  และก่อนจะได้นิชคุณเป็นเมียก็มาสารภาพรักให้เรารู้
เกาศรีษะตนเองอย่างงวยงง  ไม่รู้อย่างไรกัน  ตกลงท่านชายทัดรักใครกันแน่  คิดแล้วก็กลุ้มแทนเพื่อนหน้าสวย  ถึงจะหันไปทำงานในหน้าที่ของตน



ผ่านไปอีกเป็นอาทิตย์


ฟ้าคืนนี้ช่างหม่นพิกล  มันอึมครึมปิดบังหมดไปทั่วท้องนภา  ไม่มีแสงดาวระยิบระยับเหมือนฝนกำลังจะตก


"ฮึกฮึกฮึก  ไม่รักกันแล้วทำไมไม่บอกกัน  ฮึก"  นิชคุณอดทนไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มที่เขารักไม่ได้หันมาเยียวยาใจกัน  ปล่อยให้ตนอยู่ลำพังคนเดียว


ร่างบางซบหน้าลงกับเข่าที่ชันขึ้นสะอื้นฮึกๆ ลำพังที่สะพานสระบัว  ช่างเป็นวันที่แสนจะโหดร้าย  นึกถึงพ่อกับแม่ที่จากไป


ขณะที่รำพึงรำพันคนเดียวอยู่นั้น  ก้อนหินใหญ่ขนาดกลางเท่าฝ่ามือคนถืออยู่หยิบขึ้นมาเต็มมือพอดี  ค่อยๆ เดินไปที่ร่างเล็กที่สะพานสระบัวใหญ่


จู่ๆ ฟ้าที่มืดครึ้มร้องเสียงดังจนเกิดฟ้าผ่า


เปรี้ยง!


นิชคุณสะดุ้งตกใจเงยหน้าขึ้นมา  แสงสว่างวาบส่องให้เห็นเงาของใครบางคนยืนจากด้านหลัง  ซึ่งเงาร่างใหญ่พอสมควรมือถือก้อนหินค้าง  ง้างอยู่บนกลางอากาศแล้วทุ่มมันลงบนศรีษะเล็กอย่างแรง


กึก!


"โอ๊ยะ!"  นิชคุณสะดุ้งเฮือกล้มทรุดกองกับพื้นสะพานไม้  เลือดไหลปริ่มจากศรีษะที่ถูกทุบเข้ามา


ฟ้าที่มืดครึ้มอยู่แล้วฝนฟ้าห่าก็ตกลงมา  เปียกร่างทั้งคนยืนและคนล้ม  นิชคุณลืมตาค่อยๆ ไล้สายตาขึ้นไปมองตั้งแต่ขาใหญ่จนจรดถึงใบหน้าตอบ


จำได้  จำได้สิเป็นใคร  แต่ทำไม...


"ท่าน...ชาย  ทัด"  เสียงเบาหวิวเป็นเสียงกระซิบ  "ทำ  ไม..."


ไม่เข้าใจ  ทำไมถึงทำร้ายร่างกายกัน มาบอกกันสิ  ไม่รักก็บอก  สายตากลมโตตัดพ้อในใจ


ท่านชายทัดไทไม่พูดอะไร  เตะเข้าไปที่ท้องน้อยของคนร่างบางสองสามทีอย่างแรงเช่นกันอีก


"อุก!  แค่กแค่กแค่ก"  แล้วก้มลงคว้าคอเล็ก "เฮือก!  อ่อก!"  นิชคุณผวาเฮือกตากลมโตเบิกกว้างลุกตามแรงบีบรัดขึ้นยืน  มองหน้าคนที่ตนรักหยาดน้ำตาอุ่นไหลไปกับสายฝนตกหนัก  รอยยิ้มอันร้ายกาจยกยิ้มขึ้นที่มุมปากกอบกำลำคอแน่น


ชาน เห็นว่าฝนจะตกหนัก  ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนบ่าว  ถึงจะเลื่อนขั้นแล้วก็ตาม  ลงจากเรือนไทยไปดู  ตามหาไปทั่วทุกซอกทุกมุม  พอฝนตกหนักยิ่งต้องรีบตามหาให้เจอ


หรือจะอยู่ที่ท่าน้ำ  คิดดั่งนั้นก็รีบเดินตากฝนไปที่นั่น  แต่แล้วจู่ๆ ก็หยุดเดิน เดินมาถึงส่วนใกล้สระดอกบัวใหญ่ ไม่รู้อะไรดลใจอยากให้หันหน้าไปตรงสะพานเล็ก  คนร่างยักษ์ปัดน้ำฝนออกจากหน้ากลั้นใจหันไปดู  แล้วต้องเหลือกตากว้างเท่าไข่ห่าน


ท่านชายทัดไทกำลังจะฆ่านิชคุณ  ยิ่งไปกว่านั้น  ร่างของท่านชายมีควันดำหมอกอะไรบางอย่างลอยอยู่กลางอากาศเหนือหัวของเขา  แล้วชานต้องรีบหลบพัลวันหลังพุ่มต้นไม้ใหญ่เมื่อคนร่างใหญ่หันควับมาทางตนหายใจหอบถี่กลัวจับได้ว่าเห็นหมดทุกอย่างทุกการกระทำ   เข้าไปช่วยนิชคุณก็ไม่ได้


ท่านชายทัดหันกลับมาเอ่ยโอษฐ์ประโยคคำสุดท้ายก่อนนิชคุณจะสิ้นใจ


"ไปอยู่ใต้สระบัวซะ"  ปล่อยมือที่กอบกำลำคอเล็ก  แล้วผลักอันร่างเล็กนั้นลงสระดอกบัวใหญ่


ตู้ม!


นิชคุณ!  บ่าวทาสใจวูบใหญ่  เพื่อนของตนถูกนายเหนือหัวตัวเองฆ่ากับมือ  ช่างใจร้ายอำมหิตไม่ใช่คน  ท่านชายโหดเหี้ยมเกินไป  ผีห่าซาตานตนใดเข้าครอบงำว่ะ  ด่าในใจแล้วก็นึกขึ้นได้   หมอกควันดำสีจางนั่น


"นิชคุณ"  พึมพำเสียงเบา


ชายหนุ่มยักษ์รอให้ร่างตัวใหญ่สูงกลับไปก่อน  แล้วตัวเองถึงจะเข้าไปช่วยนิชคุณดึงมาจากสระได้  แต่ท่านชายยังไม่ยอมไปไหนเสียทีจนร้อนรนใจ ก่อนที่ร่างของนิชคุณจะถึงก้นสระ


ร่างสูงใหญ่ยกยิ้มเหี้ยมเกรียมจนเห็นฟันซี่เรียงราย  คิดว่าร่างที่ตกไปน่าจะถึงก้นสระแล้วนั่นล่ะจึงจะหันหลังเดินหายไป


'เข้าใจแล้ว  นิชคุณเข้าใจท่านชายแล้ว ท่านชายหมดรักกันแล้ว  ฮึกฮึกฮึก  แต่ก็น่าจะบอกกันสิทำไม...ทำไมท่านชายไม่พูด  ทำไมต้องฆ่าบ่าวด้วย'  ถึงตัวเขากำลังจะหมดลมในใต้สระนี่  คนที่เคยรักฆ่ากันได้ลงคอ


สายตาของนิชคุณเปลี่ยนเป็นขึงโกรธ หมดแล้วสิ้นความรักแปรเปลี่ยนเป็นพยาบาท  ลมหายใจค่อยๆ หยุดลง จนสมองขาวโพลนกลายเป็นสีดำ



ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4