เรือนรักพยาบาท ตอนที่ 4








คืนหลอน



"ตายแล้ว!"


คุณหญิงผกากองตะลึงจนต้องเอามืออุบปาก  พระยาทัติเทพก็เช่นกัน เจอศพเห็นสภาพศพซีดเผือดขาวเล็กน้อยและดวงตากลมโตเบิกค้าง


บ่าวชานและบ่าวรับทาสชายคนอื่น ช่วยกันระดมงมศพนิชคุณขึ้นมา  ก็ไอ้ร่างยักษ์ไปเคาะประตูและร้องเรียกนิชคุณตายแล้วๆ นั่นสิ


ตอนนี้หนาวจนไก่ซีดเรียงกัน  มองศพนิชคุณเบื้องหน้าของพวกตน


"มันเกิดอะไรขึ้น!  ทำไมนิชคุณมีสภาพเช่นนี้!"  พระยาทัติเทพขึ้นเสียงดัง


บ่าวชานไม่กล้าเอ่ยปาก  เดี๋ยวจะหาว่าปรักปรำลูกชายท่าน  เลยขออุบไว้ก่อน


"มีอะไรกันหรือค่ะ  มุงดูอะไรกัน" สารภีเอ่ยทางด้านหลัง  กุมมือชายทัดยืนอยู่ข้างๆ แล้วจึงจะเดินเข้ามาดูด้วยกัน  "ว๊ายยยย!!!    มีคนตาย พี่ทัดค่ะ" เธอแกล้งเสแสร้งทำตกใจเห็นศพ แอบลอบยิ้มสะใจเล็กน้อย


ตายๆ ซะได้ก็ดี  สะใจกูนัก


"โอ๋ๆ ไม่กลัวนะ"  ทัดไทปลอบขวัญ


ชานกระเถิบไปตรงหน้า  ช่วยปิดม่านตาให้เพื่อนของตนหลับสนิทลง


ทว่า...


พอหลับไปแล้วดวงตาก็ลืมขึ้นมาใหม่ ทุกคนผงะถอยหลัง  มันหมายความว่าจิตใจนิชคุณไม่สงบสุข  คงจะทรมานน่าดู


ชานพอจะเข้าใจเพื่อน  ทำไมดวงตาคู่นี้ถึงหลับไม่ลง  เขามองหน้าท่านชายทัดไท


"เอ็งมองอะไร"


ท่านชายไม่ทราบหรอกหรือ  ทำอะไรลงไป


ไม่อยากปรักปรำให้ว่าเป็นฆาตกร สารภีมองหน้าทาสบ่าวชานแล้วสงสัย ทำไมต้องมองสามีตนเช่นนั้นด้วย


"ใครกันมันอำมหิตได้เช่นนี้น่ะ  แล้วพ่อทัด...ทำไมยืนเหมือนกับคนไม่รู้สึกรู้สาอะไร  นิชคุณก็เมียแกเหมือนกันน่ะ  รักกันประสาอะไร  ปล่อยให้เมียตาย"  คุณหญิงผกากองต่อว่าลูกชายเสียงดัง  สารภีไม่ชอบใจที่แม่ผัวว่าอย่างนี้


ก็ได้ว่ะ  ให้ลาศพกันเป็นวันสุดท้าย ยังไงเราก็เมียตัวจริงอยู่วันยังค่ำ  หึ


หล่อนแอบหันหน้าไปข้างเล็กน้อยไม่ให้ใครสังเกต  ปากขมุบขมิบคลายมนต์สะกดออกให้


ทัดไท  เริ่มมีสติกระพริบตาปริบๆ คลายจากมนต์เสน่ห์ของสารภี  มองทุกคน...มองบิดา  มารดาและบ่าวไพร่ทั้งหลายด้วยความงวยงง


จวบจนกระทั่ง...


สายตาของเขามองคนที่นอนเบิ่งตาค้างอยู่เบื้องหน้า บนแคร่นั่น  ด้วยสภาพร่างกายเนื้อตัวซีดเซียวและเปียกชื้นน้ำ


"นิชคุณเป็นอะไร?"  ทัดไทถาม เข้าไปถดนั่งข้างกายคนตัวขาวซีดแล้วจับเนื้อตัว  พบว่าทั้งตัวเย็นเฉียบมาก


ยังจะถามอีกเหรอเป็นอะไร  ฆ่าเมียตัวเองตายแล้วยังทำหน้าใสซื่ออีก  บ่าวทาสชานต่อว่าในใจ


"คุณ  ไอ้ชาน เมียกูเป็นไร"  ทัดไทเรียกและตบหน้าเบาๆ คนรักแล้วถามบ่าวทาสคนสนิท "เมียกูช๊อคใช่ไหม คุณ...นิชคุณ"  ชายหนุ่มทั้งสะกิดและเขย่าแขนคนนอนตัวเบาๆ  คิ้วขมวดจนย่นเป็นปม


เขาเริ่มใจเสีย  เมื่อปลุกนิชคุณเท่าไหร่ก็ไม่ขานรับทั้งๆ ที่นอนตื่นอยู่  เรียกอยู่ตั้งนาน


"ทัดไท  ฟัง...พ่อกับแม่น่ะลูก  นิชคุณ...เสียแล้ว  จะจม...น้ำตาย" คุณหญิงผกากองวางมือทาบบนไหล่หนาลูกชายข้างหนึ่งแล้วตอบ  และยังมีท่านเจ้าคุณพยักหน้ายืนยันอยู่อีกคน


"หา  จะจมน้ำตาย  มะเมื่อไหร่"  ใจสลายจนตัวอ่อนยวบได้ยินคำตอบ "เมื่อไหร่ท่านแม่  ละแล้วใครเป็นทำ" เสียงติดๆ ขัดๆ ถามมารดาของเขา


สารภีเบื่อหน่าย  เห็นบทดราม่าตรงหน้า แต่ก็เสแสร้งแกล้งทำเป็นเศร้า ไม่เว้นแต่อีนังเนียมคุกเข่าข้างกายนายหญิงของตน


เมื่อไม่มีใครให้คำตอบ  ทุกคนเอาแต่นิ่งงัน


"ตอบกูมา!!!  ใครฆ่าเมียกู!!!  เลือดติดมือกูเนี่ย!  ใครจะตอบกู!!"  ทุกคนสะดุ้งโหยงเมื่อท่านชายทัดไทตวาดลั่นใส่และเอามือไปอังที่กลางศรีษะคนเป็นที่รักมีเลือดซึมติดมา


เขาโมโหโกรธเกรี้ยว  จะเอ่ยอะไรก็ได้สักคำมีมั้ย


เป็นไปไม่ได้ที่ท่านชายทัดไทจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็นคนฆ่าเมียเองกับมือ  นอกเสียจากว่า...ไอ้สิ่งที่เขาเห็นเมื่อคืนนั้น หมอกควันดำมืดลอยกลางอากาศอยู่นั้นมันคืออะไร  ถ้าเขาไม่อยากจะเดาซุ่มสี่ซุ่มห้าไปนั้น  ท่านชายโดนคุณไสย  ทาสบ่าวชานคิดในใจ


บ่าวไพร่ค่อยๆ ทยอยห่างไปทีละคนปล่อยให้ท่านชายทัดอยู่ตามลำพัง รวมไปถึงพระยาทัติเทพและคุณหญิงผกากอง  ไม่เว้นสารภีเองเช่นกัน  ก็ในเมื่อตอนนี้สามีของหล่อนคลายมนต์สะกดยาสั่งไปแล้ว


"คุณ  ลุกขึ้นสิ...ลุกขึ้นนั่งมาคุยสิ  ใครทำ...พี่จะไปฆ่ามัน"  ทัดไทแตะแขนขาวซีดข้างที่ใกล้กันเขย่า  น้ำตาก็ค่อยๆซึมไหลอาบแก้มสองข้างตอบ แล้วค่อยๆ ดึงตัวคนรักขึ้นมากอดซบไหล่


ทัดไทนั่งใช้เวลาอยู่กับศพนิชคุณนานโขกว่าจะทำใจได้  และยอมนำศพคนรักหนุ่มไปทำพิธีตามศาสนาที่วัดในช่วงเย็น  สารภีจึงต้องจำใจไปด้วยถึงแม้จะเบื่อก็เถิด  แม้แต่คนในวงคณะหรเวชกุลก็ถูกเชิญมาร่วมงานศพด้วย


ชายหนุ่มใหญ่นั่งเอนหลังพิงเศร้าโศกเสียใจข้างโลงศพนิชคุณ  นั่งกระทั่งจนงานศพเลิก  ไฟในวัดดับ   บ่งบอกว่าหมดเวลาแล้วดึกแล้วได้เวลากลับ


แต่ที่ไฟดับด้วยนั้น  ข้างกันกับร่างหนุ่มใหญ่เอนโลงศพอยู่  ขาของคนสองข้างครึ่งแข้งยืนใกล้กัน  เป็นขาที่ขาวซีดมากจนไม่เห็นเส้นเลือดฝาดแดงและเขียว  แล้วก็ค่อยๆ มีน้ำไหลตามทางลงเปียกพื้น  เหมือนกับว่าเป็นขาของคนที่ท่านชายทัดไทต้องรู้จัก


กว่าท่านชายกลับวังก็สว่างโล้งแจ้ง คุณหญิงผกากองเห็นลูกชายกลับมา หน้าตาของเขาดูไม่ได้เป็นห่วงลูกกลัวไม่สบาย  เข้าไปปลอบใจและปลอบขวัญ


"ทำใจนะลูกหน่ะ"  วางมือที่แขนใหญ่


"ทัดทำใจไม่ได้ดอกท่านแม่ ลูกต้องรู้ให้ได้  ว่าใคร....เป็นคนฆ่านิชคุณ"


"ลูกยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะ  หน้าตาก็หมองคล้ำไปหมดไม่มีสง่าราศรีเอาซะเลยแม่เป็นห่วง"  ความห่วงใยของมารดา  มองหน้าท่าน


"กินอะไรไม่ลงจริงๆ ลูกอยากพักผ่อนมากกว่า"  คนเป็นแม่ย่อมเข้าใจหัวอกลูกชายสูญเสียคนที่รักไป  ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป


"จ้ะ"


ครั้นท่านชายเดินไปจะขึ้นบันไดแล้วสายตาของเขาก็เห็นทาสคนสนิทเดินเข้ามาในวัง


ใช่สิ...  ไอ้ชาน  มันน่าจะรู้  อยู่เรือนไทยกับนิชคุณนี่นา เพราะเราให้มันคอยอยู่รับใช้ปรนนิบัตินิชคุณ  มันต้องรู้อะไรบ้างล่ะ


"ไอ้ชาน  เอ็งมามีอะไร"  ทาสเข้ามาคุกเข่า


"บ่าวอยากให้ท่านชายไปดูเครื่องดนตรีของนิชคุณที่เรือนไทยขอรับ  จะให้ทำอย่างไรต่อไป"


"เครื่องดนตรีของนิชคุณรึ"


"ขอรับ"


"ฉันจะไปดู"


เปลี่ยนใจแล้ว  ทีแรกตั้งใจจะขึ้นไปพัก ผ่อน


สิ่งที่เขาอยากไปมากที่สุดในตอนนี้คือเรือนทรงไทยสีทองอร่าม  ก้าวเท้าได้ก้าวเดียวก็ชะงักกึกสติชั่ววูบ


สารภีที่ยืนแอบฟังอยู่ข้างบน  บนระเบียงหลังเสาใหญ่เหมือนเสาหลักกรีก  เห็นว่าชายหนุ่มใหญ่จะไปที่เรือนทรงไทยก็ปากขมุบขมิบท่องคาถายาสั่งให้เขากลับขึ้นมาข้างบน


อ้าว  ไหนว่าจะไปเรือนไทยว่ะ  ทำไมหันกลับขึ้นข้างบนอย่างนั้นหล่ะ


ชานเงยหน้า  แหงนหน้ามองรอบระเบียง  สารภีรีบหลบหลังเสา  แอบเข้าไปรอสามีที่ห้อง


"เดี๋ยวนี้ชายทัดทำตัวแปลกๆ ฉันไม่เข้าใจเกิดอะไรขึ้น  เดี๋ยวนี้บ้านเรือนเริ่มมีอะไรลึกลับเข้ามาแล้วน่ะเจ้าชาน เอ็งว่ามั้ย...นายหัวของเอ็งเหมือนคนผีเข้าสิงอย่างนั้นแหละ  ข้าไม่เข้าใจจริงๆ  เป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย!" คุณหญิงเหลืออด อดรนทนไม่ไหวทิ้งระเบิดลูกใหญ่


พูดถึงผีเข้า  ใช่ ท่านชายเหมือนคนมีอาการผีเข้าสิง  เดินช้าๆ เดินเหม่อๆ ตาลอย ชานพูดในใจ  แต่จะทำเช่นไร ในเมื่อไม่มีหลักฐานจนต้องคิดหนัก


"อ้าว  แล้วเอ็งจะนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้อีกนานมั้ย"  คุณหญิงผกากองว่าให้


"ขออภัยขอรับ"  ชานก้มหัวให้แล้วถอยออกไป




ตกกลางคืน


เรือนทรงไทยสีทองอร่ามในยามมืดมิด เงียบสงัดไร้เสียงดนตรีบรรเลง  หลังจากที่นิชคุณเสียไม่ถึงวัน  ชานกลับไปนอนที่เรือนบ่าวของตนเอง  เรือนไทยหลังนี้จึงไม่มีความหมายให้เขาต้องอยู่ต่อ


ระนาดชิ้นเอกที่มีรอยร้าวปริแตกของครึ่งไม้ไผ่ชั้นดี  กำลังต่อรอยประสานให้เข้ากันเหมือนเดิม  เหมือนมันไม่เคยพุพังมาก่อน  แล้วจึงเผยร่างของใครบางคนถือไม้ตีระนาดอยู่สองข้างคาไว้


เพลงที่จะใช้เล่น  จะเป็นเพลงที่คนรักฟังอยู่บ่อยไม่กี่เพลง  ทัดไทชอบฟังดนตรีไทยมาก  ไม่ว่าเครื่องเล่นชิ้นใดก็ตามเขาชอบหมด


"งั้น  นิชคุณจะเล่นให้ท่านชายทัดฟังหน่ะขอรับ"  ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอยิ้มมุมปาก


นิชคุณ


ใช่  เขากลับมาแล้ว  กลับมาทวงสิทธิ์ความยุติธรรมกับคนที่ฆ่าเขา


ร่างบางขาวซีดเผือดไม่เห็นดวงตาเพราะความมืดบดบัง  จมูกโด่งรั้นกับริมฝีปากอวบอิ่มนั้นเห็นชัดเจนจากแสงสว่างของพระจันทร์เต็มดวง  มันยังคงผุดยิ้มมุมปากอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหุบ


เสียงเพลงบรรเลงจากระนาดกำลังล่องลอยไปในอากาศ  ฝากถึงใครบางคนผ่านเพลงนี้ในตอนนี้ที่ห้องนอนใหญ่  ที่มีร่างของคนตัวใหญ่สูงกำลังนอนหลับอยู่ด้วยมนต์สะกดของสารภี เหงื่อซึมหน้าผากประปรายทั่วดวงหน้าตอบ


"คุณ  นิชคุณ"  ทัดไทละเมอชื่อของคนที่จากเขาไปแล้ว  ใบหน้าส่ายไปมาเล็กน้อย


เพลงที่นิชคุณเล่นกำลังปลุกสติสัมปชัญญะในจิตใต้สำนึกของเขาตื่นขึ้นมา


"ฮึก  คุณ..."


"พี่ชายทัด"  สารภีตื่นขึ้นมา  เห็นสามีนอนส่ายตัวไปมาเหงื่อซกเต็มหน้าผากก็ลุกขึ้นนั่งปลุกคนตัวใหญ่


"นิชคุณ  นิชคุณ"  เธอสะดุ้งตกใจ


พี่ชายเรียกชื่อมัน  ไอ้คุณตายไปแล้วนี่ มนต์มันจะคลายออกได้ยังไง  ว่าในใจแล้วก็ร่ายคาถาให้เขาเงียบลง  ทัดไทจึงยอมเงียบ


นิชคุณหยุดไม้ระนาดที่ตีชะงักกึก  เมื่อวิญญาณของเขารับรู้ด้วยญาณของผี มีคนทำให้คนตัวใหญ่หลับไหลไปแต่มองไม่เห็นตัวการกระทำ


น่าแปลก  ใครกันเล่นของ


ก่อนจะแปรเปลี่ยนบทกล่อมประสาทหลอน  นิชคุณตีเพลงค่อยๆ ช้าและเร็วขึ้นสลับกัน


สารภีทำให้ทัดไทเงียบได้แล้วกำลังจะก้มตัวนอนลงชะงัก เสียงระนาด...มันกำลังเล่น


"เสียงมาจากไหน  ทำไม...หลอนพิกล"  สารภีเริ่มกลัว  มองเคว้งบนอากาศ


เสียงเพลงตีจากระนาด  ไม่ได้ทำให้สารภีได้ยินแค่คนเดียว  แต่มันกำลังทำให้คนทั้งวังธรรมรัตน์เดชาได้ยิน แม้แต่บ่าวไพร่ในเรือนคนใช้ก็กำลังหลอนกับเสียงนั้น


ชานเป็นคนขี้เซากำลังนอนหลับสบาย ถูกคนข้างกายบดเบียดเข้ามาจนน่ารำคาญทำให้งัวเงียตื่นขึ้นมาบ่น


"จะมาเบียดทำไมเนี่ย"


"ฮือ ฮือ ฮือ  เสียง...เสียงตีระนาด  ไอ้ชาน...ผะผี  ผี นิชคุณ"  คำพูดของบ่าวคนข้างกันทำให้เขาอึ้ง  เงียบปากสักนิดแล้วเงี่ยหูฟัง


เสียงระนาดจริงด้วย  ดังมาจากเรือนทรงไทย


"ไอ้คุณ"  ชานนึกถึงนิชคุณก่อนจะเสียไปที่สระดอกบัว  ภาพของเพื่อนถูกคนรักฆ่าตายในคืนนั้น

จะไปหานิชคุณ...ฉันจะไปหานิชคุณ ต่อให้ไอ้คุณเป็นผีกูก็จะไม่กลัว ว่าแล้วชานก็ลุกขึ้น


"เอ็งจะไปไหนว่ะไอ้ชาน"


"กูจะไปหาไอ้คุณ"


"ฮึ้ย  มึงจะไปหานิชคุณ...มึงไม่กลัวผีเหรอ!"  บ่าวทาสข้างกายถาม


"ไม่!  กูไม่กลัว!"  ชานวิ่งออกจากห้องตะโกนตอบคนที่นอนมุ้งด้วยกัน


นอกจากบ่าวยังมีคนในวังที่ได้ยินเสียงเพลงตีจากระนาด  มันมาจากเรือนทรงไทยนี่แหละ  เพลงยังดังก้องกังวานมาตามสายลม  เร็วและช้าสลับกัน  ขนหัวลุกคนฟังสุดๆ


"เจ้าคุณพี่! ฮือฮือฮือ  นิด นิชคุณเป็นผี"


"อือ  พี่รู้แล้ว"  คุณหญิงกลัวจนตัวหัวหดซบไหล่สามียึดเป็นที่หลักพิง




ชานวิ่งไปที่เรือนทรงไทย  หยุดที่หัวกะไดไม้ยืนหอบหายใจเล็กน้อย


"คุณ...นิชคุณ  หยุดเถอะ...ออกมาคุยกับข้าหน่อย"


นิชคุณหยุดเล่นหายวับเป็นหมอกจาง ลงไปหาเพื่อนบ่าวถึงข้างล่าง


"คุณ"  ชานยังคงป้องปากเรียกนิชคุณลงมาจากเรือน


"เอ็งไม่กลัวข้ารึ"


ชานหันควับไปทางด้านหลังตน  ผงะหลังเล็กน้อยเมื่อเห็นนิชคุณยืนหันหลังให้เขา  แต่ก็ทำใจดีสู้เสือกับผีเพื่อน  ถึงแม้คนข้างหน้าจะมีอาการขาวเซียดเผือดเช่นไรก็เห็นใจ


"ไม่กลัว  คุณ...ฉันรู้น่ะ  ว่าใครฆ่าเอ็ง"  นิชคุณหันตัวควับมองเพื่อน


"เอ็งเห็นงั้นรึ"


"ใช่  แต่เอ็งอย่าทำอะไรท่านชายทัดน่ะ  ท่านถูกคุณไสยครอบงำ"


"ว่าไงน่ะ"  นิชคุณอึ้ง


"ข้าไม่แน่ใจ  ข้าจะหาคำตอบให้ได้ ว่าใครเล่นคุณไสยใส่  ท่านชายไม่รู้เรื่องอะไรด้วย..."


"แต่เขาฆ่าฉัน!!"  นิชคุณตวาด


"ฉันรู้  แต่ท่านชายยังรักเอ็งอยู่  ข้าอยากช่วยเอ็ง  เอ็งเป็นเพื่อนข้าน่ะเว้ย ต้องฟังข้าน่ะ"  ชานตะว่านล้อมโน้มเนี้ยวจิตใจนิชคุณไม่ให้ฆ่าท่านชายทัด


"ข้ารู้แล้ว"


"รู้? รู้อะไรของเอ็ง" ชานถาม


"ท่านชายถูกมนต์สะกดด้วยยาสั่ง  แต่ข้ามองไม่เห็นคนทำ"


"ข้าจะสืบเรื่องนี้เอง  เอ็งอย่าฆ่าท่านชายข้าขอร้องแค่นั้น"  นิชคุณเงียบไม่ตอบคำถาม  สัญญาไม่ได้ว่าจะฆ่าคนหรือไม่  หายวับลอยเป็นหมอกไปในพริบตาแล้วเลือนหายไป





ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4