เรือนรักพยาบาท ตอนที่ 5
แตกหัก
เสียงหลอนจากเรือนทรงไทยหลายคืนติดกัน ทั้งเสียงร้องไห้และเสียงตีระนาดจากนิชคุณ ไม่มีคืนไหนเลยที่จะหยุดหลอนได้สักวันหนึ่ง นอกจากว่า...คงจะเป็นวันพระเท่านั้นแหละ
ใช่ว่าเขาจะไม่รักท่านชายทัดไท รักสิ รักมากด้วย ตั้งแต่มีชายหนุ่มใหญ่มาคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขาใจอ่อน เผลอไผลไปกับคารมรัก
ย้อนถึงวันที่มีความสุขด้วยกัน วันนั้น...ครั้งแรกของเขา ภายใต้แสงเทียนสีนวล
คิดถึงฝ่ามืออุ่นใหญ่ที่ชอบลูบเนื้อลูบไล้บนตัวเรา ฝ่ามือที่บีบเค้นคอเรา ฝ่ามือที่ผลักตกไปในสระบัว
อยาก อยากเหลือเกิน อยากให้เขารู้รส ลิ้มรสความแค้นที่อย่างเขารู้สึก
นิชคุณกัดฟันข่มความแค้นในใจ ตีให้มันดังขึ้น ดังขึ้น ระงมไปทั่ววัง จะได้รู้...ว่าเขาทรมานแค่ไหน ที่ต้องตายด้วยน้ำมือคนนั้น
"ฮือฮือฮือฮือ ไอ้คุณเอ้ย...ข้ากลัวแล้ว อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ข้าขอร้อง" บ่าวทาสคนหนึ่งพนมมือไหว้ปรกๆ ขอร้องผี
"เจ้าคุณพี่ น้องสงสารพ่อคุณจังเลย มีทางไหนที่จะช่วยปลดปล่อยจิตใจอาฆาตพยาบาทบ้าง มันหลายคืนติดกันแล้วนะเจ้าค่ะ อิฉันกลัวจนหลอนไปหมดแล้ว" คุณหญิงผกากองเอ่ยขณะกอดสามีแน่น พระยาทัติเทพสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"พรุ่งนี้เราใส่บาตรกัน เพื่อจะทำให้ใจนิชคุณอ่อนลงบ้าง"
"เจ้าค่ะ" สองประมุขค่อยๆ ล้มลงนอนพยายามข่มตาหลับ
"ไอ้คูณณณ! หยุดเถอะว้อยยย! พวกข้าปวดหูไปหมดแล้ว! ข้ารู้ว่าเอ็งแค้นแค่ไหน ข้าก็ห่วงเอ็งน่ะว้อย! ขอร้องโว้ยยยยย!..." ชานเข้ามาตะโกนถึงหัวกะไดเรือนไทย สงสารก็สงสารเพื่อนน่ะ
นิชคุณกลายเป็นหมอกควันดำลงมายังเรือนไทย
"แต่กูแค้น!! มึงเข้าใจกูมั้ย!!" นิชคุณตะโกนเสียงดังไม่แพ้กัน ชานหันกลับมองคนตัวเล็กข้างหลัง
"กูเข้าใจ แต่เอ็งจะให้ข้าทำเช่นไรว่ะ ข้า...พยายามหาทางขึ้นไปบนตึกใหญ่ เพื่อจะไปหาของอุบาทว์นั้น แต่อีนังสารภีไม่ยอมออกไปไหน ข้าคิดว่าคนที่ทำคุณไสยใส่ท่านชายต้องเป็นอีนังนี้แน่ๆ เพราะท่านชายไม่ได้รักมัน มันอยากเอาชนะเอ็ง" ชานก็ของขึ้นใส่เช่นกัน พยายามเกลี้ยกล่อมให้ผีเพื่อนตรงหน้าเข้าใจ
นิชคุณอ่อนลงเล็กน้อย คำพูดของชานมีเหตุผล เพราะตั้งแต่มีนังสารภีเข้ามา ท่านชายทัดเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจริงๆ คำสารภาพของท่านชายในวันนั้น ให้เขาขึ้นมาอยู่ที่เรือนไทย อีนังสารภีแน่นอนเล่นของใส่ท่านชาย
"หื้ยยยยยย!!!!" จากที่อ่อนลงเมื่อกี้หายไป ฟึดฟัดด้วยความโกรธแค้นอีนังสารภี
เพราะมึง!...ทำให้ท่านชายต้องฆ่ากู!!!
ว่าในใจแล้วจึงหายตัวเป็นหมอกควันดำจางลอยไปในอากาศรวดเร็ว
"คุณ! เอ็งจะทำอะไรว่ะ! อย่าฆ่าท่านชานนะเว้ยยย!!" ชานตะโกนถามไปในอากาศ
นิชคุณหายเข้าไปในห้องนอนคนตัวใหญ่ ขึ้นเยียบมือของสารภีถึงที่พักผ่อนนอน
"โอ้ยยยยย!!!" สารภีสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวดที่มือ วิญญาณนิชคุณเล่นงาน "นิด นิชคุณ แก...กะแกทำฉัน...ทำไม ปล่อยน่ะ"
"ถามตัวมึงสิ! มึงทำอะไร!" มองเลยอีกคนซึ่งหลับเป็นตายเหมือนซากผีดิบ เพราะไอ้อาคมของอีนังสารภี
สารภีขมุบขมิบปากร่ายคาถาสั่งให้ผีคุณไสยมาช่วย นิชคุณโดนวิญญาณอาคมของหมอผีเล่นงานเอาคืน
"โอ้ย!"
"คุณ เอ็งเป็นอะไร" นิชคุณกระเด็นออกมาจากวัง ชานเห็นคนตัวบางกุ้งงอจนจุก กำลังจะเข้าไปดูก็ต้องหยุด ลืมไปว่านิชคุณเป็นวิญญาณ
"อี นัง สารภี...มันเล่นคุณไสยร์ จริงๆ ด้วย"
"นั่นไง คิดแล้วไม่มีผิด" ชานว่า
"อ้อยยย! เกือบตายแล้วไหมล่ะ ไอ้คุณ...มึงรู้แล้วกูเล่นของ" สารภีลุกขึ้นนั่งลูบข้อมือตนเองแล้วก็พูดคนเดียว
ตอนเช้าทุกคนใส่บาตรกันชุดใหญ่แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้นิชคุณ คนตัวบางได้รับก็ดีใจแต่ความแค้นไม่ยังสมพอใจเท่ากับบุญครั้งนี้
"อีเนียม มานี่" สารภีอยู่บนตึกไม่ได้ไปตักบาตรด้วยกัน ข้อมือของหล่อนมีรอยฟกช้ำดำเขียวที่ข้อมือบาง จึงต้องคอยหาเสื้อผ้าแขนยาวบดบังรอยช้ำ
"เจ้าค่ะ คุณสารภี" รวบแขนนังทาสบ่าวคนสนิทคุยที่ปลอดคน
"เอ็งไปหาหมอผี ขอยันต์หรืออะไรสักอย่างมา แล้วเอ็ง...ไปติดที่เรือนหลังไทยหลังนั้นได้ยินไหม"
"บ่าวนะหรือเจ้าค่ะ"
"ใช่ ก็เอ็งสิ...ข้าต้องอยู่ที่วัง ห้ามให้ใครเข้าไปในห้อง เอ็งก็รู้..."
"เจ้าค่ะๆ"
ถึงแม้ตุ๊กตาผูกมัดจะอยู่ในห้องไม่มีใครเห็น เพราะหมอผีใช้อาคมบังตาเอาไว้ให้แล้ว แต่ก็ต้องป้องกันเอาไว้ดีกว่าแก้
"สารภี" สารภีหันมองท่านหญิงประมุข
"เจ้าค่ะ"
"เจ้าทัดล่ะ ทำไมไม่ลงมาด้วยกัน หมู่นี้อย่างไรกัน เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง มันมีอะไรรึข้างบนนั้น คนอื่นไปตักบาตรกันหมดมีพวกเธอสองคนที่ไม่ไป"
หนอย อีแก่... ว่ากูฉอดๆๆ น่าสั่งผีไปป้วนเอ็งซะจริงๆ อ่ะ...จริงสิ ฉุกคิดได้ทันที
นังเนียมไปหาหมอผีได้ยันต์กลับมาเอาไปแปะใต้ถุนเรือนไทยตามที่สารภีสั่ง โดยไม่ให้ใครเห็น
"มึงออกไปจากเรือนกู!!!"
"เฮ้ยยยย! ไอ้คุณ...ไม่เห็นตัวแต่เสียงมา กลางวันแสกๆ แท้ๆ หึ้ยยย"
"ออกไป!!!" นิชคุณตวาดลั่น
"ไปแล้วจ้ะไปแล้ว" เรื่องอะไรจะอยู่ล่ะว่ะ นังเนียมวิ่งหนี
คืนนั้น
นิชคุณยังคงขับกล่อมเสียงเพลงให้ฟังทุกคืน แต่คืนนี้ไม่ได้มาแบบหลอนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ก็ยังทำให้คนในวังไม่ชินเสียที
คุณหญิงผกากองหลับอยู่ รู้สึกหนักอึ้งบนตัวเหลือเกิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วต้องเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน
"กรี๊ดดดดดดด!!!" คุณหญิงโดนผีสาวหน้าเหวอะหวะกดทับตัวดิ้นไม่ได้ เลยแหกปากลั่น แล้วผีสาวตนนั้นหายวับไป
"เกิดอะไรขึ้น?" พระยาทัติเทพผวาตื่นขึ้นมา เจอภรรยานั่งตัวสั่นแล้วหวาดผวา
"ผะผะผีเจ้าค่ะคุณพี่ ฮึกฮือ ผีสาวหน้าเหวอะ น่ากลัวเหลือเกิน ฮือฮือ มันกดตัวอิฉันกระดุกกระดิกไม่ได้ อ้อยยย...น้องไม่ไหวแล้วนะเจ้าค่ะ" คุณหญิงเขยิบกอดแขนสามีแน่นแล้วร้องไห้
ในเวลาเดียวกันกับท่านหญิงร้อง นิชคุณได้ยินเสียง ญาณของเขารับรู้ได้ถึงอันตรายกับคนบนเรือน คนร่างขาวซีดเผือดกลายเป็นหมอกควันลอยไปช่วย
ทว่าเขาต้องกระเด็นจากหมอกควันกลับร่างเดิม เพราะตนออกจากเรือนไม่ได้
"ทำไมออกจากเรือนไทยไม่ได้"
นิชคุณพยายามจะออกจากเรือน พยายามเท่าไหร่ก็ออกไม่ได้สักที
"ต้องมีคนเอาของมาลง" มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ "อีนังสารภี" เล็ดลอดไรฟัน
แล้วเมื่อไหร่ไอ้ชานจะหาของนั่นเจอสักที รอนานแล้วน่ะ
"ชาน ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย"
ในเรือนบ่าว ชานรู้สึกเหมือนมีคนมาเรียกชื่อตัวเองก็งัวเงียตื่นขึ้นมา
"ชาน ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าที"
"คุณ" ชานได้ยินเสียงเพื่อนร้องเรียกให้ช่วย "เกิดอะไรขึ้น?"
"อีนังสารภีเอาของใส่ข้า ข้าลงจากเรือนไม่ได้ ช่วยข้าที!"
ไม่ต้องรอรอบสอง ชานออกจากเรือนบ่าวตรงไปยังเรือนไทยที่มืดๆ ถือตะเกียงติดมือไป
"อยู่ไหน?" ชานเดินเลาะหาของอะไรสักอย่างที่ทำให้นิชคุณออกจากเรือนหลังไทยไม่ได้ เลาะหาตามรอบๆ บ้านไม่มี ใต้ถุนเรือนก็ไม่มี หงุดหงิดใจหาของไม่เจอ
ขณะที่คนร่างยักษ์หาของอยู่เรื่อยๆ เงาของคนย่องตะลุ่มถือไม้หน้าสามตามหลัง ก่อนจะฟาดมันลงที่กลางหลังใหญ่
ผัวะ!
ชาน ยังไม่ทันได้ร้องเสียงแอะถูกตีจนสลบไป ไม้หน้าสามถูกโยนลงอยู่ข้างคนสลบ
"ชาน ช่วยข้าด้วย" นิชคุณยังคงร้องให้เพื่อนมาช่วย
วันรุ่ง ชานตื่นมาพบตัวเองอยู่ในห้องเก็บที่ใดสักที่หนึ่ง แขนและขาของเขาถูกมัดรวบเอาด้วยเชือกเส้นใหญ่
ใครทำกูว่ะ แล้วกูอยู่ไหนว่ะเนี่ย
มองรอบๆ ตัวเอง หาอะไรพอที่จะแก้มัดตัวเองได้กลับว่างเปล่า ห้องนี้มันว่างเปล่าไม่มีอะไรช่วยจริงๆ
ประตูไม้เปิดออก มองผู้ชายเหี้ยมเกรี้ยมสองสามคนเดินเข้ามา
"พวกเอ็งเป็นใครว่ะ" ไอ้พวกนั้นไม่ตอบ แล้วจะมีใครคนหนึ่งโผล่ร่างเข้ามา เป็นคนที่รู้จัก
"สารภี อีสารเลว!! มึงเล่นของใส่ท่านชายยังไม่พอ มึงยังฆ่านิชคุณทางอ้อมอีก! มึงมันเลว โหดเหี้ยมอำมหิต! อีชั่วช้า!"
สารภีไม่พูด เธอเดินปราดเข้าไปตบคนปากดีดังฉาด
เพี้ยะ
"แกด่าฉันเหรอ ไอ้ไพร่! มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้อะไร กูสังเกตมึงมาตั้งนานแล้ว คนสนิทของพี่ชายทัด คนที่พี่ชายทัดไว้ใจที่สุด หึ...ไอ้ผีนิชคุณ ดูสิ...ไม่มีแก ใครจะไปช่วยผีเพื่อนได้ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ... ตอนนี้มันถูกขังในเรือนหลังไทยนั่นแล้ว ดูสิ...คราวนี้จะไปอาละวาดที่ไหนได้ เฝ้ามัน...อย่าให้หนีไปได้"
"ขอรับ" สารภีเฉิดฉายเดินออกไปจากกระท่อมไม้ร้างกลางป่าแล้วกลับวัง
ทุกอย่างดูเลวร้ายลงทุกวันๆ ท่านชายทัดไทก็เหมือนหุ่นซากผีดิบ ตกอยู่ในวังวนของคุณไสยดำ ขอบใต้ตาดำไปหมดหน้าซูบ กำลังถูกคุณไสยเข้าครอบงำจิตใจจนเกือบหมดร่าง
ไม่มีวันไหนที่วังจะอยู่อย่างสงบสุข สารภีสั่งอะไรไป ท่านชายต้องทำตามหมดทุกอย่าง
"อิฉันเชื่อเจ้าค่ะ เจ้าทัดต้องถูกแม่สารภีเล่นของใส่แน่ๆ ท่านเจ้าคุณลองคิดดูสิเจ้าค่ะ ตั้งแต่แม่สารภีมาเป็นสะใภ้ที่วัง ทุกอย่างเปลี่ยนไป" คุณหญิงผกากองกล่าวออกมาดูมีเหตุมีมูล เพราะขนาดเมื่อคืนภรรยาตนยังถูกผีหลอกถึงในห้องนอน
ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปต้องวุ่นวายแน่ๆ จะมีอะไรเกิดขึ้นในวังอีกน่ะ
"คุยอะไรกันอยู่หรือค่ะ"
สารภี...
พระยาทัติเทพและคุณหญิงผกากองรีบกลบเกลื่อนพิรุธด้วยเปื้อนรอยยิ้ม
"เออสารภี สักครู่มีโทรศัพท์มาจากวังอัมรัตน่ะ พระยาเรืองเดชโทรมาตามไปพบ บอกว่ามีเรื่องด่วน" พระยาทัติเทพอ้างไป แต่จริงๆ แล้วไม่มีโทรศัพท์มา แต่เป็นกลลวงของท่านเองต่างหาก
"ท่านพ่อโทรมา?"
"ใช่ ไปเถอะ...อาจจะด่วนจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะโทรตามมาทำไม"
ท่านพ่อโทรมา เรื่องอันใดกัน...ต้องเป็นตอนนี้ด้วยหรือ
สารภีมองพ่อสามีแล้วก็ท่านหญิงพร้อมกัน เชื่อครึ่งและไม่เชื่อครึ่ง เพราะว่าหล่อนเพิ่งจะโทรหาไปเมื่อวานหัวค่ำนี่เอง
พระยาทัติเทพและคุณหญิงผกากองยิ้มบางให้ ทำให้เหมือนว่าไม่ได้เสแสร้งตบตาอะไร แต่ต้องการให้ตายใจมากกว่า
วันนี้แหละ จะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของพวกท่าน
สารภีดูจะเชื่อสนิทใจ ออกเดินทางไปวังอัมรัต
เมื่อพ้นจากรั้ววังไปแล้วเท่านั้นแหละ ทั้งพระยาและคุณหญิงรีบทำแผนขั้นต่อไปคือห้องนอนของลูกชาย
"ตายๆ ลูกชายอิฉัน นอนเหมือนศพเลย"
"ปากหรือนั้นคุณหญิง" พระยาว่าให้
"ขอโทษเจ้าค่ะ ก็อิฉันเป็นห่วงลูกนี่เจ้าค่ะ"
"พ่อทัด พ่อทัดลูก" คุณหญิงเถิบไปนั่งข้างลูกชายตบหน้าเบาๆ ให้ลูกชายตื่นขึ้นมา ไม่มีอาการอะไรเลย "ต้องเป็นยาสั่งแน่เลยเจ้าค่ะ หลับไม่รู้เรื่องแบบเนี่ย หาของไม่เจอหรอก"
"อ้าว แล้วคุณหญิงรู้ได้ยังไง" พระยาถาม
"โธ่ คุณพี่ก็...อย่าลืมน่ะเจ้าค่ะ พ่อทัดรักนิชคุณขนาดไหน ไม่เคยรักแม่สารภีเลยสักนิด"
"เอ้า ตอนนี้ยอมรับได้แล้วเหรอ ลูกชายเราชอบผู้ชายด้วยกันน่ะ"
จบ
คุณหญิงเงียบ เถียงพระยาไม่ทัน
"ตกลงจะช่วยลูกหรือไม่เจ้าค่ะ"
"เอ้า ก็ช่วยสิ"
สารภีมาถึงวังอัมรัตของตน พบพระยาเรืองเดชทันทีที่หน้าบ้าน
"ท่านพ่อ ท่านพ่อโทรหาลูก มีอันใดหรือเจ้าค่ะ"
"อ้าว สารภี... มาเยี่ยมกันรึ ดีจริง...นึกว่าจะไม่มาหาสู่กันซะแล้ว คนทางนี่เป็นห่วงเรามากน่ะ หายไปเลยตั้งแต่มาเยี่ยมแม่แกครั้งล่าสุด แล้วนี่ผัวแกไม่มาด้วยหรอกรึ" สารภีขมวดคิ้วมุ่น
ท่านพ่อไม่ได้เรียกใช้ แต่ถามความห่วงใย
"ท่านพ่อไม่ได้โทรหาลูกดอกรึเจ้าค่ะ" หล่อนถาม
"ฉันก็คุยโทรศัพท์กับแกเมื่อวานนี้ไง" ชัด หล่อนถูกหลอกให้ออกมา
คิดเช่นนั้นก็รีบกลับหลังหันขึ้นรถทรงกระบอกของหล่อน โดยไม่ได้สนใจบิดาของ ขับกลับไปที่วังธรรมรัตน์เดชาด้วยใจที่ร้อนรน
"อีนังคุณหญิง ไอ้พระยา พวกแกหลอกกู" สารภีรีบขับกลับไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค้นใจตัวเองที่หลงเชื่อสนิท
มาถึงหน้าวังจอดรถรีบลง เข้าไปในวังเท่านั้นแหละถึงกับใจหายวาบ
"คุณสารภีของบ่าว ฮือฮือฮือฮือ" นังเนียม
สารภีแทบอยากเป็นลมไปกองกับพื้น ที่ตรงหน้าของหล่อนท้ายบันได อยู่ครบกันเพียบ
มีทั้งพ่อตาแม่ยาย บ่าวรับใช้อีกหลายคน รวมทั้งนังเนียมที่สะบักสะบอมไปทั้งหน้า คงจะโดนคุณหญิงจิกเอาน่าดู และไม่ใช่แค่นั้น
ตรงกลางนั้นต่างหากล่ะยิ่งทำให้เธอช้อค เพราะคนที่ยืนอยู่นั้นรู้สึกตัวแล้วต่างหากหล่ะ คนที่เธอควรจะกลัว โดยมีบ่าวสองคนช่วยกันหิ้วปีกลงมาจากข้างล่าง
"จับมันไว้" คุณหญิงผกากองสั่ง บ่าวไพร่ผู้ชายเข้าไปจับแขนสารภีแล้วล๊อคคนละข้าง
"จับอิฉันทำไมค่ะคุณแม่"
"เหอะ หล่อนน่าจะรู้ตัวดีน่ะแม่สารภี เธอทำอะไรลงไป"
"ทำอะไรเจ้าค่ะ" คุณหญิงผกากองเดินมาตบหน้าสารภี
เพี้ยะ
"เธอเล่นของใส่ลูกชายฉัน ถ้าฉันไม่เอาอีเนียมมาเค้นถามคงไม่รู้กันหรอก ดีน่ะ...น้ำล้างเท้าของพ่อกับแม่ ช่วยลูกชายฉันได้ วันนี้ต้องเอาให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง จับให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้ เอามันไปส่งพ่อกับแม่มัน นังเนียมด้วย อย่ามาเยียบที่นี่อีก ออกไปจากวังธรรมรัตน์เดชา ที่นี่...ไม่ต้อนรับพวกวังอัมรัตอีกต่อไป!" คุณหญิงผกากองลั่นวาจา
หลังจากนั้นพวกคุณท่านก็ช่วยหามลูกชายไปวังอัมรัต
ตุ้บ
คุณหญิงผกากองจับสารภีทุ่มไปตรงหน้าพระยาเรืองเดชและคุณหญิง
"นี่มันอะไรกันคุณหญิงผกากอง" พระยาเรืองเดชเคือง ที่คุณหญิงของวังธรรมรัตน์เดชาจับลูกสาวของเขาทุ่มลงกับพื้น เหมือนผักเหมือนปลา
"ถามลูกสาวของท่านดูสิ! ลูกชายของอิฉัน...มีสภาพเช่นนี้เพราะลูกสาวของเธอแม่โสม" คุณหญิงผกากองลั่นวังอัมรัต
"แม่สารภีเล่นของใส่ลูกชายฉัน ไม่ใช่แค่นั้น...ยืมมือลูกชายฉันฆ่าเมียตัวเองตาย" พระยาทัติเทพว่าบ้าง
"เมียตาทัด ก็สารภีนี่...จะตายได้ยังไง" คุณหญิงโสมงง ลูกสาวเธอไม่ได้ตายสักหน่อย
"เมียตาทัด คือนิชคุณ" คุณหญิงผกากองเฉลย
"อะไรน่ะ"
"ฟังไม่ผิดหรอก นิชคุณเป็นเมียทัดไท ของลูกชายอิฉันอีกคน สองคนเขารักกัน แล้วรู้ไว้น่ะ ลูกสาวของท่านฆ่านิชคุณทางอ้อม ใจโหดเหี้ยมอำมหิตที่สุด"
สารภีเจ็บใจที่โดนเยียดหยาม เพราะใครล่ะ ทำให้หล่อนเป็นแบบนี้
ทัดไทได้ยินหมดแล้ว เขาเป็นคนฆ่านิชคุณ
นิชคุณ พี่เสียใจ พี่ไม่ได้จะคิดฆ่าน้อง พี่ขอโทษ....
ทัดไทค่อยๆ ออกจากอุ้งปีกที่บ่าวรับใช้หิ้วแขนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ เดินมาข้างหน้า เกือบทรุดดีที่ประคองตัวเองได้ทัน ชี้นิ้วมาที่สารภี
"เธอ ทำของ...ใส่ฉัน แล้วเธอ...ฆ่า นิชคุณ" ทัดไทเสียงแหบแห้งไปหมด สารภีลุกขึ้น
"พี่ชายทัดต่างหากล่ะ ฆ่านิชคุณ! ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ"
เพี้ยะ
ทัดไทใช้แรงที่มีตบหน้าสารภีจนหน้าหันเป็นการสั่งสอน
"พี่ชายตบหน้าอิฉัน" สารภีกุมหน้า
"ทัดไท ตบหน้าน้องทำไม" พระยาเรืองเดชต่อว่าชายหนุ่มใหญ่
"แต่เรื่องนี้เธอเป็นคนทำทั้งหมด"
ไอ้นิชคุณ แกทำให้สองตระกูลต้องบาดหมางกันก็เพราะแก
"พี่ไม่เคยรักสารภี! พี่รักไอ้นิชคุณไอ้ลักเพศพันธ์นั้น!" สารภีน้ำตารื้น "ทำไม ไอ้คุณมันมีดีตรงไหน สารภีเป็นผู้หญิงไม่ดีตรงไหนตอบหน่อย" น้ำตานองหน้า
พระยาเรืองเดชได้ยินชื่อนิชคุณก็แค้นใจคนร่างบาง ทีเมื่อก่อนทำเป็นสะดีดสะดิ้ง พอเป็นไอ้ทัดไทหน่อยยอมเป็นเมียทันที
"สารภีก็รู้ความต้องการของผู้ใหญ่ พี่ไม่เคยรักสารภี เธอเป็นน้องที่แสนน่ารัก แต่กับนิชคุณไม่รู้เพราะอะไรพี่ถึงรัก ขอร้อง...ต่อจากนี้เราเดินทางของใครของมัน พี่ขอโทษน่ะ...ขอโทษสำหรับทุกอย่าง" ท่านชายทัดว่ากล่าวแล้วหันหลังให้สารภี บ่าวไพร่ผู้ชายรีบรับตัวเอาไว้ไม่ให้นายของตนต้องล้มลง
สารภีร้องไห้ หมดแล้ว...คนที่ไม่เคยมีใจรักให้จากไป
++++++++++++++++++++++++++
ขอโทษด้วยค่ะกับคำหยาบ แต่เพื่ออรรถรสในการอ่านเท่านั้นค่ะ

สนุกอ่ะ
ตอบลบคนรักก็ตายแล้ว ..?
ตอบลบ