คุณอาของผม ตอนจบ
วันถัดมาที่ต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเพื่อสอบวันสุดท้ายเพื่อที่จะจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์วิชาที่ร่ำเรียนรู้มาออกไป นิชคุณไม่ค่อยมีสตินักเพราะนึกถึงคนที่ทำงานอยู่ในตอนนี้
"ไอ้คุณตั้งใจหน่อย" อูยองกระซิบกระซาบคคาร์วาระสุดท้ายของการสอบเสร็จออดดังขึ้นก็รีบลุกไปยื่นใบข้อสอบแล้วก็รีบออกไปก่อนใครทันทีไม่เสียเวลา
"โหะ จะรีบไปไหนของเขาว่ะ" อูยองว่า
นิชคุณบึ่งรถขับรถสปอร์ตด้วยความเร็วสูงไปที่บริษัทที่อีกคนนึงทำงานอยู่ตอนนี้ มาถึงก็จอดขวางทางหน้าตึกไม่ได้ล็อกรถเอาไว้รีบจ้ำอ้าวไปที่ลิฟท์ทันที แล้วกว่าที่ลิฟท์จะมาถึงอีกต้องเสียเวลารออยู่สักพัก
วันนี้รู้สึกใจแบบแปลกๆบอกไม่ถูกไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"คุณแทคยอนอยู่ใช่มั้ย" ถามเลขานุการหน้าห้องของคนตัวใหญ่เมื่อเดินเกือบจะถึงแล้ว
"ไม่อยู่ค่ะ ก็วันนี้ท่านรองประธานจะบินไปดูไบแล้วนี่ค่ะคุณนิชคุณไม่ทราบหรือค่ะ" เลขาสาวหน้าห้องเงยขึ้นทันทีที่ถูกทักแล้วก็ตอบชายหนุ่มร่างโปร่งออกไป
"อะไรน่ะ เขาบินวันนี้ทำไมไม่มีใครบอกฉันสักคน!" นิชคุณโมโหที่ไม่มีใครบอกเรื่องคนตัวใหญ่บินวันนี้ " เขาบินกี่โมง"
"บะบะ บ่าย2โมงค่ะ" เธอรีบตอบกลับทันทีเมื่อนิชคุณตะโกนใส่ คนตัวเล็กยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วตาโตเพราะอีกชั่วโมงเครื่องบินจะออก
"shit!" นิชคุณสบถคำหยาบออกไป ปานนี้คงเช็กของเข้ารอไปถึงด้านในแล้วมั้งชายหนุ่มโปร่งบางคิด แล้วรีบวิ่งออกจากบริษัท
ในใจของเขามันตีบตันไปหมดจนเจ็บ แทคยอนไม่ยอมเข้าใจหรือฟังเหตุผลตัวเองสักนิดแม้แต่อธิบาย แม้กระทั่งบอกรักก็ยังไม่ได้บอกให้คนตัวใหญ่รู้
อาแทคครับ อย่าเพิ่งไปน่ะครับ รอผมหน่อย
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็เช็คดูสายการบินที่แทคยอนจะต้องไป เดินชนเข้ากับใครบ้างก็ไม่รู้ไม่ได้สนใจ
เหมือนจะเห็นหลังไวๆ มีกระจกกั้นอยู่เข้าไปไม่ได้ นิชคุณกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลรินออกมาแต่ยากรีบใช้หลังแขนยกขึ้นปาดน้ำตา ส่วนอีกมือก็ยกมือถือสมาร์ทโฟนขึ้นกด คนตัวใหญ่ไม่ยอมรับสายเมื่อมองหลังหนาที่ยืนต่อแถวจะเช็คของเกือบเป็นคนสุดท้าย
"รับสิ รับสิครับ" ไม่รับสายก็เคาะกระจกแม่งนี้ละว่ะ
นิชคุณเคาะกระจกอย่างที่ใจว่าไว้จริงๆ ทั้งโทรทั้งเคาะรัวพร้อมกัน
แทคยอนไม่ต้องการให้เอริคบอกนิชคุณรู้ด้วยสาเหตุอะไร คนเป็นพี่ชายไม่เข้าใจเหตุผลของน้องชายแต่ก็ยอมตามใจ
"น่าจะบอกเขาสักหน่อยนะช่วงนี้ติดกันไม่ใช่เหรอ หรือว่่ามีปัญหาอะไรกันรึเปล่าทั้งคู่ และดูนายจะรีบไปซะด้วย"
"ไม่มีอะไรหรอกครับ" เหตุผลของผมมันก็มาจากตัวผมนี่แหละ ผมทำเรื่องน่าอายตัวเองถึงต้องรีบไปนี่ไง
ขณะที่ยืนรอจะถึงคิวตัวเองเช็คของใจของเขารู้สึกบอกให้หันไปมองกระจกบานใหญ่มหึมาที่ใช้กั้นระหว่างตรงเช็คคนออกเมืองมากมายและตรงส่วนที่ตนยืนอยู่ จึงเห็นนิชคุณเกาะกระจกอยู่ข้างนอกแล้วเคาะรัว
" นิชคุณ" ชายหนุ่มใหญ่ออกนอกคิวเดินเข้าไปหา นิชคุณยิ้มดีใจที่อาแทคยอนเห็นตนสักที
แทคยอนเอามือถือขึ้นมากดรับสาย ก่อนจะกดรับเห็นสายที่ไม่ได้ยกรับเป็นสิบๆเพราะปิดเสียงเอาไว้นั่นเองโดยไม่อยากได้ยินเพราะกลัวตัวเองจะใจอ่อนและไม่ไปเพราะมีนิชคุณเป็นแรงจูงใจอีกด้วย
"คุณ"
"อาแทค ทำไมอาไม่บอกผมจะไปวันนี้ ผมยังไม่ได้บอกรักอาเลยนะครับ" นิชคุณต่อว่าพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลเป็นเขื่อนแตก
"อย่าคุณ อย่าทำแบบนี้่มันบาป แค่นี้พวกเราสองคนก็บาปพอแล้วนะ" แทคยอนมองนิชคุณตรงข้ามกัน อยากจะเข้าไปปลอบและกอดแล้วจูบซับน้ำตาให้นัก
"แต่อาแทคไม่ไปได้มั้ยให้ผมไปแทนก็ได้ ผมก็มีส่วนผิดสมยอมอาเองน่ะ" แทคยอนส่ายหน้าไปมา เขาตัดสินใจเองแล้ว
"เราสองคนควรทำในสิ่งที่ถูกต้องดีกว่านะ อย่าลืมสิ.. คุณทำอะไรลงไปต้องรับผิดชอบ เป็น... พ่อคนแล้ว ตั้งใจเรียน ไหนบอกอยากแต่งงานกับเธอไม่ใช่เหรอ....... คุณ คุณยังเป็นของอาเสมอแย่อย่าทำแบบนี้ คุณยังอยู่ในนี้..." แทคยอนพูดไปทั้งตีบคอจ้องหน้าสวยที่เลอะเทอะด้วยน้ำตาไปหมดเหมือนเด็กเล็กอายุ5ขวบ ชี้นิ้วตรงส่วนที่มีหัวใจเต้นแรงและเจ็บปวด เขาแข็งแรงพอที่จะไม่ร้องไห้ให้นิชคุณเห็น
"ฮึก อาแทคก็จะอยู่ในใจของผมเสมอ ฮึก ผมรักอาได้ยินมั้ยครับได้ยินมั้ย"
ยิ่งนิชคุณบอกรักเขามากเท่าไหร่มันยิ่งตอกย้ำให้เขารีบจากไปทันที เพราะไม่งั้นตัวเองมีสิทธิ์เปลี่ยนใจไม่ไปและอยู่เพื่อคนตัวเล็กขึ้นมา รีบหันหลังทำใจอีกครั้งหนึ่งก่อนตัดสินใจอย่างจริงจังหันกลับไปคุยกับนิชคุณอีกครั้ง
"นะคุณ เราสองคนกลับมาเป็นอากับหลานอย่างครอบครัวคนอื่นที่เขาเป็นกัน"
เลือกแล้วใช่มั้ย เขาเลือกแบบนั้นแล้วใช่มั้ย
"เข้าใจอาหรือเปล่า มันยังดีกว่านะ เรายังพอมองหน้ากันได้"
ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจอาแล้ว บางทีพอเจอหน้ากันคราวหน้าเรายังสามารถเข้าหากันได้
นิชคุณเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนบนใบหน้าตัวเองทำตัวเข้มแข็งขึ้นมาเอาไว้แม้จะปรับลำบากเล็กน้อย ยกยิ้มให้ชายหนุ่มใหญ่จากอีกด้านหนึ่งของกระจกกั้น
"ครับ ผมจะรับผิดชอบที่ผู้ชายเขาทำกัน โชคดีนะครับ... งานแต่งงานของผมขอเชิญอานะครับ"
ไม่รู้นิชคุณเข้าใจอะไรยังไงบ้าง แต่สำหรับเขาคราวหน้าหรือคราวไหนๆจะไม่ยอมให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับนิชคุณอีกเด็ดขาด ชายหนุ่มใหญ่พยักหน้าให้แล้วกดตัดสายทิ้งรีบไปเช็กของด่วนเพราะเลยเวลามามากพอแล้วจะตกเครื่องบินได้
นิชคุณเอาหัวใจที่ห่อเหี่ยวกลับออกมา ให้กลับบ้านไปตอนนี้พ่อเห็นสภาพแบบนี้แล้วต้องถามแน่ๆเป็นอะไรมา ตัดสินใจไปอยู่กับพรรคพวกตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับ
อูยองและเพื่อนคนอื่นๆเห็นใจกันตามๆช่วยปลอบให้นิชคุณเลิกเศร้าใจ
ทุกคนไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้กันอีกเลยรวมถึวกาฮีที่ทราบเรื่อง ไม่บอกให้เอริครู้และก็คุณป้าซอนฮีด้วย
เรียนจบรับปริญญา หรือแม้กระทั่งงานแต่งงาน แทคยอนไม่ได้มาตัวเองแต่ส่งดอกไม้มาเป็นตัวแทนเสมอ จนนิชคุณน้อยใจต้องหุบยิ้มเป็นถึงสองครั้ง
แต่หารู้หรือไม่ว่า แทคยอนนั่นแอบดูอยู่ห่างๆเสมอแม้นิชคุณจะมองไม่เห็นและน้อยใจตนก็ตาม ไม่อยากให้เห็นเพราะกลัวนิชคุณจะสับสนและกังวลเหมือนกาฮีครั้งนั้นแล้วก็พาลให้งานแต่งงานล้มจมเป็นได้
ผมรู้น่ะ เขาแอบมองดูผมอยู่ผมรู้สึกอย่่างนั้น ไม่ว่าผมจะอยู่ตรงไหนเหมือนเขาคอยจับตาดูอยู่ เพียงแต่ผมมองไม่เห็นเขาเองก็เท่านั้น
ถึงผมจะเสียใจเพียงใดที่เขาไม่ยอมมางานแต่งของผม แต่ผมก็จะยังรักเขาอยู่เสมอไม่เสื่อมคลาย จะรำลึกความหลังว่าผมเคยรักเขาและทำกรรมอะไรร่วมกันมาก่อน
อาแทคยอน คุณอาของผม...
อาจะอยู่ในใจของผมตลอดไป
รักนะครับ...

จะสุข หรือจะเศร้าดีนะ แต่ก็ใช่ หลายคนก็คงต้องคิดและต้องทำไม่ตรงกับใจ
ตอบลบ