TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 3







แต้ง!


เสียงดังระฆังจากมุมเวที  เรียกยกที่ 3จากนักมวยทั้ง 2ฝั่งให้ลุกขึ้นมาชกต่อย


ชานอยู่มุมสีน้ำเงินส่วนคู่ต่อสู้มุมสีแดง ทั้งคู่คาดด้วยผ้าก๊อตในมือ 


ไทขอตามมากับชายหนุ่มยักษ์ด้วยแล้วเชียร์อยู่ข้างสนาม  เห็นแล้วก็เรียกเลือดในกายอยากมีความชกมวยเหมือนกับพี่แกให้ได้


คู่มวยทั้ง2 ฝ่ายสูสีกันมาก ต่างคนต่างแลกหมัดใส่กันคนละ 2-3ที คนที่ได้เปรียบมากที่สุดคือพี่ชาน  เก่งเรื่องเตะต่อยและหลบเลี่ยงมากที่สุด  แล้วเรื่องความเร็วขยับตัวด้วย  มันอดทำให้ไททึ้งในตัวชายหนุ่มยักษ์ไม่ได้


แต้ง!


หมดยกกะลาจมลงกะละมัง  ไทรีบเข้าไปเอาใจนวดกล้ามเนื้อแก้ขัดยกวงเวทีมวยให้พี่แก


"พี่สุดยอดมาก  สอนฉันบ้างดิ"


"ชอบละสิ" ไทอวดยิ้มเหยินๆของตัวเอง 


"ชอบพี่  สอนฉันน่ะ"  ชานระบายรอยยิ้มออกมา


"ได้สิไอ้น้องรัก"


"จริงเหรอพี่"  ไทดีใจไม่เสียแรงที่รู้จักกัน


ช่วงเช้าไทจะไปเรียนหนังสือ  ส่วนช่วงเย็นมีเวลาก็จะไปหัดต่อยมวยกับชานที่สวนต้นกล้วย  โดยมีพี่แกเป็นครูสอน  ท่านชายนิดจึงไม่ค่อยได้เห็นสองคนนี้ป่วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆบริเวณตำหนักริมน้ำและที่เรือนใหญ่เท่าไร


เสด็จในกรมมองลูกชายแล้วสงสารหม่อมหญิงสร้อยดาวลูกสะใภ้  ถึงแม้ลูกชายจะไม่ได้รักแต่ก็ควรน่าจะเอาใจใส่   ไม่น่าให้หม่อมเย็นจิตจับลูกคลุมถุงชนเลย


รู้ว่าลูกชายมีรสนิยมอย่างไร ตนไม่อาจป่าวประกาศออกไปให้ใครรับรู้ได้ว่าตนอายแค่ไหนที่มีลูกเป็นแบบนี้  เป็นกรรมแต่ปางใดของเขากัน ต้องมีสักชาติทีาเขาอาจผิดลูกผิดเมียมา  เลยได้แต่ปล่อยไปตามกรรมของหม่อมชายนิชคุณ


"แกควรเอาใจใส่หญิงสร้อยดาวบ้างน่ะ  เธอเป็นเมียแก  เรื่องเอาบ่าวไพร่มากกพ่อขอเพลาลงหน่อยได้มั้ย"


ท่านชายนิดชะงักสีหน้าและส้อมที่จิ้มเนื้อในมือเล็กน้อย  แล้วถึงจะทานอาหารตรงหน้าตามปกติแต่ก็ตกปากรับคำ


"ครับ"


เที่ยงนี้หม่อมราชวงศ์นิชคุณจึงยอมตามใจสร้อยดาวหนึ่งวัน  พาเธอไปทานอาหารนอกวังและซื้อของหญิงสาวจึงยิ้มออกมาได้ 


เจอเพื่อนหญิงสร้อยดาวก็คุยยาว  จนเหมือนท่านชายมีความรู้สึกเป็นผู้หญิงไปด้วย 


"พี่ชายนิดนี่ชอบอะไรคล้ายผู้หญิงจังเลยนะค่ะ  ดื่มน้ำจับหลอดดูด  ปกติผู้ชายเขายกขึ้นดื่มกันเลยนะค่ะ"  ราตรีเพื่อนของสร้อยดาวพูด


ท่านชายรู้สึกตัวก็หน้าเรียบนิ่งรีบกลบเกลื่อนพิรุธ 


"พี่ขอตัวก่อนนะค่ะ  ไปรอที่รถน่ะ" ท่านชายเอ่ยกล่าวอย่างสุภาพแล้วลุกขึ้นอย่างไม่ให้เสียมารยาทมากเกินไปเดินออกจากร้านอาหาร


พอออกมาได้  หม่อมชายนิชคุณยืนถอนหายใจพรูยาวด้วยอย่างโล่งอกเมื่อปลอดคนเดินตรงนั้น


สร้อยดาวรู้สึกสะใจไม่น้อย  อยากให้สามีตัวเองรู้บ้างว่าเธอไม่ใช่ไม่มีความรู้สึก  ความรู้สึกน้อยเนื้อตำใจ 


เธอรักท่านชายนิด  เธอก็เป็นถึงหม่อมหลวงเช่นกัน  เธอน่าจะรู้ตัวให้เร็วกว่านี้  จะได้ไม่ต้องเสียใจอยู่กินกับคนผิดเพศ  เป็นเพราะผู้ใหญ่ที่เห็นความเหมาะสมของเราสองคน


ตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เธอคนเดียวแล้วที่รู้เรื่องสามีของหล่อน  ยังมีราตรีเพื่อนของเธออีกคนที่หล่อนเล่าให้ฟัง 


แต่ว่าความลับนี้มันอาจจะเก็บได้ไม่มิดแล้ว  ป่านนี้คงรู้ทั่วกันทั้งบางพระนครแล้ว  มันน่าอับอายพอ  ที่ผู้ชายดูองอาจอย่างท่านชายนิดไม่กล้ายืนต่ออยู่ตรงนี้  สร้อยดาวคงหาทางกลับบ้านเองได้


กลับมาที่วังหรเวชทั้งคู่มีปากเสียงกันต่อหน้าเสด็จในกรม


"เธอเอาเรื่องของพี่ไปให้คนอื่นรู้ได้ไงสร้อยดาว"


"หญิงขอโทษค่ะ"  เธอสำนึกผิด


"ก็หญิงน้อยใจ  แล้วก็อายคนในพระนคร  ที่หญิงมีสามีเป็น...ตัวอะไรก็ไม่รู้"


"แต่หญิงก็พลาดนะ  ป่านนี้คนทั้งเมืองคงรู้กันทั่วหน้าแล้ว  ทีนี้พ่อพี่จะตอบคำถามคนพวกนั้นว่าอย่างไร"


เสด็จในกรมมีสีหน้าที่ตกใจและหนักใจในขณะเดียวกัน  เรื่องลูกชายเขาจะตอบในที่ทำงานว่าอย่างไร


"ก็หญิงกำลังขอโทษอยู่นี่ไงค่ะ  หญิงขอโทษ! หญิงไม่ได้อยากจะทำแบบนี้!  ก็พี่ชายนิดชอบ...ของแปลก  ถ้าหญิงรู้ทันกว่านี้ก็คงไม่ต้องแต่งกับพี่ชายนิดหรอก!"


"นี่หญิง  ต่อหน้าท่านพ่อพี่นะ"


"นี่หยุด"  เสด็จในกรมรีบห้ามปรามเสียงทะเลาะของทั้งคู่  ก่อนจะบานปรายกว่านี้ "หยุดทั้ง2ฝ่าย"  เพราะเหตุนี้  หม่อมชายนิดถึงไม่นอนที่เรือนใหญ่  "ชายนิด  พ่อขอ...ถ้าจะขอให้ลูกกลับมาอยู่บนเรือนใหญ่"


"ถึงผมมาอยู่บนเรือนใหญ่  ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะรักสร้อยดาวได้นะครับคุณพ่อ  ขอผมอยู่คนเดียวเถอะกระหม่อม"


"ไปเลย!  หญิงอยู่คนเดียวของหญิงเองได้!"






พ.ศ. 2558



ติ๊ดติ๊ดติ๊ด ติ๊ดติ๊ดติ๊ด


"เฮือก"  แทคยอนผวาตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพราะน้ำเสียงนาฬิกาดิจิตอลที่โต๊ะหัวเตียงปลุก  ชายหนุ่มเอื้อมมือไปปิดเมื่อมันแผดเสียงดัง


"นี่ฝันเหรอเนี่ย"  ชายหนุ่มลูบใบหน้าจนถึงลำคอ  "ฝันอะไรว่ะ  ทำไมเหมือนจริง"


แล้วจู่ๆ ลมพัดเบาๆวูบเย็นเข้ามาทั้งที่ไม่มีหน้าต่างบานไหนเปิดเอาไว้  แล้วมีเสียงดังแกร๊กหล่น


ชายหนุ่มใหญ่ก้มมองกรอบรูปใบเล็กพลิกคว่ำ  เขาเอื้อมหยิบมันขึ้นมาดู


เขาซื้อรูปนี้มา  เจ้าของร้านเห็นรูปใบนี้แทบจะยกให้เขามาฟรีๆแบบไม่ต้องเสียเงิน 


"มันอยู่กับเจ้าของแล้ว  คุณเอาไปเถอะ"


"เจ้าของ?"


"คุณไง  คุณรู้มั้ย  ของบางอย่าง...มันก็รอการกลับมาของของตัวเองทั้งนั้น  ก็เหมือนกับรูปนี้  อาจจะจงใจให้คุณมาเจอมัน  มีกระจกมีแจกัน...ของพวกนั้นที่ผมขายไม่ได้  มันก็รอความผูกพันของเจ้าของกลับมาเอานั่นแหละคุณ"


งั้นของพวกนั้นที่ผมซื้อมามันมีความผูกพันรอให้ผมกลับมาเอาคืนงั้นเหรอ


แล้วภาพในฝันที่ผมฝันถึงนั่นละ


"ตำหนักริมน้ำ"





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4