TK แต่ปางก่อน ver. Taeckhun ตอนที่ 1








"ถึงแม้เราสองคนจะต่างชนชั้น  กระผมก็จะขอตามไปรับใช้ท่านหญิงทุกชาติภพไป"



"เทิด"  สองหนุ่มสาวจับมือแล้วปฏิญาณรักใต้แสงจันทร์ด้วยกันทั้งคู่แล้วมอบยิ้มให้แก่กัน พร้อมกับชมพระจันทร์ด้วยใจอิ่มเอิบและเบิกบาน  



ถึงแม้อีกคนหนึ่งจะสูงศักดิ์เพียงใด  ไม่ได้ครองคู่รักกันเมื่อต่างมีพันธะทั้งคู่แล้ว  แต่ร่างกายที่เคยผูกพันกันมา  ยามทั้งคู่ที่เหงาได้เผลอไผลมอบกายให้แก่กัน  ซึ่งไร้คนคอยเอาใจใส่  ท่านหญิงแขไขขอยอมปิดปากเรื่องของตนเองสนิทไปพร้อมกับร่างกายของเธอเอง  



ไม่ได้ครองคู่ด้วยกัน  แต่ใจสองดวงขออธิษฐานต่อหน้าดวงจันทร์



"ชาตินี้เราอาจจะไม่ได้ครองคู่รักกัน  ชาติหน้าและชาติต่อๆไปกระผมขออภิษฐานขอให้เราได้ครองรักและเคียงคู่กัน และหัวใจกระผมจะมีแต่ท่านหญิงคนเดียวที่เท่านั้น"  แล้วชายผู้รักก็มองสบเข้าไปในดวงตาทั้งคู่ของคนอันเป็นที่รัก



"คัตตต!!  ดีมาก...เลิกกองคร้าบ  ปิดกล้องงงง!!!"



"วู้ว" เสียงปรบมือและเสียงวี้ดวิ้วของไชโยในกองถ่ายละคร  ภารกิจเสร็จสิ้นละครแนวพีเรียดผสมโรงปัจจุบัน 



แทค ผู้กำกับและเป็นผู้จัดละครควบคู่กันไป  พอใจกับผลงานของตนเอง  



"ฉลองงงง!!"  พอสั่งคัตเท่านั้นพระเอกหน้าหล่ออย่างชานชนะ(ฮวาง ชานซอง) หักมุมแนวพระเอกออกเหลือแต่ความทะเล้นและแววของคนเจ้าชู้



เสียงเฮฮาหัวเราะและเสียงเพลงขับร้อง  ผิดกับผู้กำกับนั่งเอนหลังพิงเก้าอึ้คลายความขบเมื่อยออกจากร่างกาย  แล้วถึงจะยืดตัวขึ้นมานั่งดูซีนในจอเล็กใหม่ ที่พระเอกเล่นพ่วงตำแหน่งเพื่อนรักของตนเองด้วย



ขณะที่ดูซีนเล็กๆ บนหน้าจอ ลมพายุตอนหัวค่ำพัดวูบใหญ่มากระทบเข้ากับใบหน้าชายหนุ่มใหญ่  อากาศตอนหัวค่ำเย็นสบายอยู่แล้ว  ชวนให้เย็นวาบขึ้นไปอีก



แทค มองไปที่ตำหนักริมน้ำตรงหน้าเบื้องบนที่เขาใช้สถานที่บริเวณถ่ายทำละคร  เห็นคนในชุดสีขาวออร่าเปล่งประกายเรืองรองยืนยิ้มบาง มือข้างหนึ่งไขว้หลังและส่วนอีกข้างชันริมระเบียง  เขาจึงยิ้มตอบกลับไป  



ใครคนนั้น ที่ไม่อาจสามารถแตะต้องตัวได้  



ใครคนนั้น ที่ไม่มีสามารถเห็นคนๆนั้นได้นอกจากเขาคนเดียว



ใครคนนั้น เพราะอะไรดวงวิญญาณถึงสถิตอยู่ใน ณ ที่นี้



...หม่อมเจ้าราชวงศ์นิชคุณ  บัค หรเวชกุล...



หรือ ท่านชายนิด 



เหตุใดท่านชายถึงกลายเป็นวิญญาณเฝ้าตำหนักริมน้ำหลังนี้นะ



ทุกอย่างล้วนมีที่มาและที่ไปของมันสินะ





ก่อนหน้านั้น 3 เดือน



"เออ มึงรีบมาเลยนะเว้ย อือๆ"



แทค ต้องการของเพื่อมาใช้ในกองถ่ายละคร  จึงต้องตระเวรหาซื้อของเก่ามาจัดใช้ในละครด้วยตนเองเลยชวนเพื่อนสนิทมาเป็นเพื้อน



เพราะเหตุใดไม่รู้ถึงให้อยากมาบางกะปิ  รออยู่ไม่นานเกิน 10นาทีชานชนะก็มาถึง  แล้วจึงเดินวนตามหาร้านของเก่าด้วยกัน



เดินจนมาได้ 2-3บล็อกบนถนนซอยเก่า  เสียงกระดิ่งที่ห้อยหน้าร้านถูกลมเป่าพัดเข้ามา  ชวนให้ชายหนุ่มใหญ่ชวนมองเข้าไปข้างในร้าน  มีแผงวางข้างนอกขายด้วยมากมาย ดังอาทิเช่นกล่องเครื่องดนตรีชิ้นเล็กชิ้นน้อยและชิ้นใหญ่  



อะไรสักอย่างชวนให้เขาเข้าไปข้างในร้านเดินดูรอบๆ



ผมไม่รู้เพราะอะไร  ใจของผมวันนี้มันไม่ปกติ  รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง



ผมเดินดูรอบๆ ในร้าน มีแจกันหลายใบ มีลายครามสีฟ้าขาวที่ผมต้องการด้วย และก็มีกระจกอีก2-3 บานวางอยู่กลางผนังร้านค้า มีข้างในอีกแถวสุดท้ายเป็นมุมรูปภาพบรรพบุรุษและรูปเก่าๆวางเรียงแขวนเต็มตั้งแต่ข้างล่างไปจนถึงข้างบนสุด



ผมไล่มองไปทีละรูปภาพ  ความรู้สึกมันคืออะไรที่ผมต้องมาไล่ดูรูปภาพพวกนี้ทีละกรอบ  ผมต้องการแจกันลายครามนั่นนะไม่ใช่รูปภาพ  



"ไอ้แทค มึงดูนี่"



ไอ้ชาน มันเดินเข้ามาในร้านแล้วมายืนอยู่มุมที่ผมยืนอยู่แต่คนละมุม  ผมเดินไปหามันมองตามนิ้วชี้ของมัน  รูปภาพกรอบเลื่อมทองรูปเล็กยังดูดีอยู่เลย



รูปภาพนั้นผมต้องตาโต  เพราะคนที่นั่งคุกเข่าขนานข้างคู่คนนั่งเก้าอี้นั่นมีหน้าตาคล้ายผม



นี่มัน...



"เหมือนแกมากเลย แต่ผมคนละทรง"



ใช่...เหมือนผมมาก



"แล้วคนที่นั่งไขว้ห่างบนเก้าอี้เป็นใครว่ะ  เป็นผู้ชายที่...สวยมาก"



นั่นสิ  ผมมัวอึ้งอยู่



"กูว่า  เป็นมึงกลับชาติมาเกิดแล้วว่ะ  แต่ปางก่อนชัดๆ"  มันตบเข้ามาที่หัวไหล่ผม


  

...........................................................


เอาตอนแรกและตอน 2 มาปล่อยก่อน

เป็นอย่างไรติชมได้ค่า  เพื่อจะได้ไปปรับปรุง


ความคิดเห็น

  1. คิดถึงจัง อ่านสนุกดี จะโดนลบแล้ว จะไปอ่านได้ที่ไหนอีก

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เงามารยา ตอนที่ 1

TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 10 Special Long Part

หนี้แค้นแสนรัก ตอนที่ 4