TK แต่ปางก่อน ตอนที่ 4
บริษัทเวิร์คพอยท์
ถึงแม้ชาติที่แล้วตัวเองจะเคยเป็นใครมาก็ตาม แต่ปัจจุบันเขาคือ อค แทคยอน ลูกชายบริษัทเวิร์คพอยท์จำกัด ชายหนุ่มไทยลูกครึ่งเกาหลีมีแม่เป็นคนไทย เขาสามารถพูดภาษาไทยได้แจ่มชัด แม้แต่พยัญชนะไทยตัวเองก็ท่องได้ภาษาเกาหลีก็ใช่ย่อย
ตอนนี้เขาอยากรู้เรื่องตำหนักริมน้ำนั่นมีอยู่จริงหรือเปล่า ถ้ารูปนั้นมันจะกลับมาหาเขา มันจะต้องมีวังและตำหนักริมน้ำอยู่ใกล้กันสิ
"พี่แทคค่า" เสียงขานยาวมาตั้งแต่ขั้นบันไดล่างจนเสียงดังมาถึงข้างบนชั้นสอง อิสตรีสาวสวยอารมณ์ดีอย่างจียอนลูกครึ่งเกาหลีเช่นกัน คำหยอดอารมณ์ขันของเธอเขาไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยสักนิดเดียว เขาชอบที่เธอหัวเราะและให้ความสัมพันธ์เป็นได้แค่น้องสาวเท่านั้น แต่ว่าเมื่ออยู่กันสองคนความซุกซนของหล่อนก็หายไป กลายร่างเป็นเสือดาวยั่วสวาท เธอจึงมีสองบุคลิกในตัว จียอนจึงนับว่าเป็นผู้หญิงอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องห้ามเข้าใกล้เขา
เสียงดังของหล่อนให้ทุกคนต้องหันมอง ไม่เว้นแม้แต่ชานชนะพระเอกหน้าหล่อพ่อรวย พอเห็นจียอนถึงกับตาแพรวพราวระยิบระยับวิบวับทันที ชุดสั้นกระโปรงเดรสเกาะอกกับรองเท้าส้นสูงของหล่อนเดินนวยนาดเข้ามาอย่างคนมั่นใจในตัวเองสูง ชานชนะถึงกับสไลด์ตัวหมุนไปยืนดักทางทันที เพราะรู้จักไอ้แทคยอนดีว่าจียอนไม่ใช่สเป็คไอ้ตัวสูง อย่างมันต้องสวยแล้วรู้จักกาละเท...สะ
"ว่าไงค่ะจียอนคนสวย"
"พี่ชานถอยออกไป จียอนจะไปหาพี่แทค" เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ไอ้แทคไม่อยู่" พี่แทค พี่แทค อะไรก็พี่แทค ชานชนะหุบยิ้มไม่ชอบใจจียอนอะไรก็ไอ้แทค คนอย่างพี่ก็หล่อนะจ้ะ
"ถ้าพี่แทคไม่อยู่ แล้วพี่ชานมาทำอะไรที่นี่ จียอนไม่เชื่อถอยไป" หญิงสาวผลักชายหนุ่มยักษ์ออกไปแล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานของแทคยอน เธอรีบก้าวเข้าไปผลักประตูห้องของชายหนุ่มใหญ่
"พี่แทคค่า พี่แทคคคค อุ้ย...ไม่อยู่จริงด้วย ต้องแอบหนีอีกแน่เลย ฮือฮือฮือ พี่แทคใจร้าย" จียอนสอดส่ายหามองแทคยอน เมื่อไม่มีชายหนุ่มที่เธอหมายปองอยู่จริงๆ
"ก็บอกแล้วไอ้แทคไม่อยู่" ไม่เชื่อเอง ก็ช่วยไม่ได้ หึหึหึหึ ชานชนะยิ้มสะใจยืนพิงขอบประตูห้อง มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์
"หืย ถอยไป" จียอนหน้าเสีย ผลักไหล่ชายหนุ่มแล้วกระแทกเท้าปึงปังเดินหนีไป
ส่วนแทคยอนต้องขอบใจเพื่อนรักที่ดักทางให้ ทำให้ตัวเองได้หลบจียอนได้ทันออกไปอีกทาง
มาอยู่ในรถได้แล้วก็ออกรถสตาร์ททันที มุ่งเป้าหมายของเขาคือพระราชวังและตำหนักริมน้ำ ข้อมูลที่เขาไปหาเสิร์ชมาในอินเตอร์เน็ต มีไม่กี่ที่หรอกที่จะมีในกรุงเทพมหานคร
วังหรเวช นามสกุลนี้...ในยุคยังเป็นสยามนั้นยังไม่มีใครใช้นามสกุลนี้เลย นามสกุลแปลกนอกจากวังนี้วังเดียวเท่านั้นแน่นอน ในแผ่นกระดาษที่เขาใช้ปากกาแดงขีดเส้นใต้เอาไว้
ตำหนักริมน้ำหลังวัง
รอยยิ้มตรงปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นกับการรอคอยใครสักคนหนึ่งมานานแสนนาน เจ้าหนุ่มผู้ชายที่ชื่อไทครั้งกระนั้น กำลังจะมาเยือนตำหนักริมน้ำนี้อีกครั้ง
คำมั่นสัญญาที่ชายหนุ่มตัวโตๆลั่นวาจาเอาไว้เมื่อนานมาแล้วเกือบร้อยปี
ถึงเวลานี้แล้วสินะ นานเหลือเกิน...นานมากไป
ถึงเวลาการปลดปล่อยเสียที เขาอยู่ในนี้นานเกินไปแล้ว
น้ำตาบนดวงตากลมโตเหมือนลูกกวางมันกำลังเอ่อและปริ่มบนขอบตาสวย
"ฉันกำลังรอเธออยู่"
แทคยอนมองตัวเรือนหรเวชวังสีเขียวตรงหน้าตั้งตระหง่าน เขาจอดรถที่หน้าวังเอาไว้แล้วขอคนเดินเข้ามา อ้างว่าจะมาติดต่อเช่าพื้นที่เพื่อต้องการใช้วังนี้ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องต่อไป แค่นี้ก็ทำให้เขาเดินเข้ามาในนี้ได้อย่างสบายใจ
"เหมือน เหมือนจริงๆ" แล้วจู่ๆ ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นฉากหนึ่งในหัวของเขา
ปึก
"ขะขอโทษกระหม่อม" ไทหอบหนังสือเรียนในอ้อมแขนจะเอาไปเก็บที่ห้องของตน ใบหน้าของเขาซีดเซียวจากการนอนไม่เต็มอิ่ม เพราะคนกำลังใกล้จะจบจากการเรียนจึงต้องตั้งใจเรียนหนังสือหนัก แล้วไหนจะตอนเย็นไปฝึกซ้อมมวยกับพี่ชานอีก ไทรีบคุกเข่าขอขมาท่านชายนิด
"เป็นอะไร เดินสะเปะสะปะอยู่ไม่เป็นสุขเชียว" ท่านชายนิดยิ้มมองเด็กหนุ่มไท ใต้หนังผิวตาขอบดำคล้ำคนตรงหน้าบ่งบอกถึงคนอดหลับอดนอน "นอนไม่หลับรึ" ไทยิ้มแห้งๆเผยเห็นฟันเหยินๆนิดๆ
"กระหม่อม คือ...ใกล้จะเรียนจบแล้วขอรับ กระผมเลยต้องเรียนหนักนิดหน่อย"
ไทในตอนนั้นโตมากแล้วเป็นหนุ่มเต็มตัวและสูงมาก จนหม่อมราชวงศ์สูงศักดิ์อย่างนิชคุณต้องแหงนพระพักตร์ตัวเองขึ้นมอง
ผิวสองสีของเจ้าเด็กหนุ่มไทหายไปไหน ตอนนี้เหลือเคล้าของชายหนุ่มใหญ่เต็มตัว ร่างกายสมบูรณ์แบบของคนที่ฝึกซ้อมมวยเป็นประจำทุกวัน
เรื่องนี้ทำไมหม่อมราชวงศ์นิชคุณจะไม่รู้ เพราะตนเคยไปขอดูชานฝึกสอนมวยให้กับไทหลายครั้งแล้ว ยามที่เขาเบื่อหน่ายไม่มีอะไรทำก็หาโอกาสไปนั่งชมสองคนฝึกซ้อมมวยกัน
มาวันนี้หลายปี ร่างกายของไทกำลังทำให้เจ้าชายไทยอย่างท่านชายนิดต้องสะกดลูกกลมๆลูกกระเดือกเอาไว้ไม่ให้กลืนลงคอ
แต่ใช่ว่าไทจะไม่รู้ตัวท่านชายกำลังคิดอะไร ท่านชายนิดมีพี่ชานรับใช้อยู่แล้ว และตัวพี่ชานเองเขาก็รู้ว่ากำลังทำอะไรเข่นกัน ตนจึงทำได้แค่อยู่ให้ห่างท่านชายให้มากที่สุด เว้นระยะห่างและเก็บความลับงึมงำเอาไว้
ไม่ใช่แค่นั้น เขาต้องกดความคิดของตนเองเอาไว้ตลอดและหักห้ามใจให้มากที่สุด ว่าหม่อมท่านอยู่สูงเกินไปที่เขาจะเอื้อมลงมาสอยดาว
เพราะตลอดที่ผ่านมาตนก็แอบมีใจให้ท่านชายไม่น้อย เข้ามาครอบงำจิตใจของตนเอง
"เย็นนี้เข้ามาหาฉันหน่อยได้มั้ยไท" ไทมีสีหน้าแดงนิดๆ และกระอักกระอ่วน อุตส่าห์อยู่ให้ห่างจากท่านแล้วเชียว ควบคุมใจตัวเองที่เต้นแรงไม่ให้ประหม่ามากเกินไป ไม่น่าเดินผ่านมาทางนี้จะได้ไม่เจอ
"ได้ขอรับ" ท่านชายนิดยิ้มตอบรับ
"ไปเถอะ มีอะไรไปทำ" ไทผงกหัวให้แล้วถอยหัวเข่าคลานออกไป
ภาพที่ฉายอดีตถอยออกไปในหัวเหลือให้อค แทคยอนยืนกุมขมับแน่น
"ซีดดด อ๊ะ" แทคยอนสบัดศรีษะไล่ความปวดจี๊ดออกจากสมอง
ตรงนี้มีราชวังอยู่ จากตรงนี้ไม่ห่างกันต้องมีตำหนักริมน้ำอยู่ใกล้กัน เขาหันตัวมองหาตึกสีขาวๆ ตั้งตระหง่านเด็นเห็นหน้าต่างทุกบานปิดตายแม้กระทั้งหลังคาเรือนริมน้ำ เป็นจริงอย่างที่คาดไว้
แล้วในจังหวะที่หันตัวพอดีนั้น ลมพัดวูบสวนทางเข้ามาปะทะใบหน้าหล่อคมเข้มพอดี เหมือนกับกำลังยินดีต้อนรับเขาเข้าสู่กลับบ้านตนเองอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ต้องคิดหรือลังเลอะไรมากมาย แทคยอนเดินตรงไปที่ตำหนักริมน้ำทันที ไม่ได้คิดจะดูหรือตรวจตราอะไรตรงไหนก่อนเลย
เห็นตัวเรือนแล้ว บ้านริมน้ำหลังนี้เก่ามาก รักษาซ่อมแซ่มอยู่มานานได้เป็นอย่างดี 'ทนอยู่มานานหลายปีได้ยังไง'
แทคยอนแค่ก้าวเท้าแตะที่ใต้ถุนเรือนหลังคา วิญญาณที่ถูกจองจำมานานเกือบร้อยปีก็ได้ถูกปลดปล่อย
กายหยาบของหม่อมชายนิชคุณรัศมีเรืองรองสีขาวทั่วสรรพพรางกาย ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใสขึ้นมาทันที ออกไปต้อนรับชายหนุ่มใหญ่ที่ข้างล่าง
"มาแล้วหรือ" เปล่งวาจาประโยคแรกกับการต้อนรับแขกผู้มาเยือน
"หึ้ย" แทคยอนเหวอตกใจเล็กน้อย จู่ๆ ใครคนหนึ่งมายืนหันหลังให้ตรงหน้าตัวเองแล้วมือไขว้หลังอยู่ โผล่มากระทันหันแบบนี้ตัวเองก็ตกใจสิ
หม่อมราชวงศ์นิชคุณค่อยๆ หันหน้ามาเผชิญกับแทคยอน ระยะห่างเว้นกัน 3เมตร
"คุคุณ" แทคยอนตาเบิกโตกว้าง ใบหน้าหวานสวยนั่นที่อยู่บนรูปภาพที่บ้านเขา มีตัวตนอยู่จริงๆด้วย
ท่านชายนิดยกยิ้มปากบาง เขาอ่านใจแทคยอนออกคิดอะไรอยู่ ชายหนุ่มใหญ่กำลังตกใจกับการมีตัวตนของเขา แต่เป็นเพียงแค่กายหยาบเท่านั้น
"เป็นไปไม่ได้" แทคยอนขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม
"อะไรที่เป็นไปไม่ได้" หม่อมชายนิชคุณยังคงยิ้มแล้วก็ขบขัน
คิดถึงเหลือเกิน ความถวิลโหยหาอยากเข้าไปกอดแต่ทำไม่ได้ ไม่สามารถแตะต้องตัวกันได้ แค่นี้คนตรงหน้าก็อึ้งมากพอแล้ว อยากร้องไห้เสียเหลือเกิน
"คุณ มีตัวตนจริงๆด้วย" แทคยอนค่อยๆ กระเถิบเข้าไปใกล้แล้วคว้ามือขึ้นมาสัมผัสทว่ากลับผ่านร่างกายขาวผ่านไป "เฮ้ย นี่คุณ" ชายหนุ่มใหญ่ถลาถอยหลังออกไปหลายก้าวเกือบชนชุดเก้าอี้หวาย
"ใช่ ฉันรอเธอเพื่อการปลดปล่อย"

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น